<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><?xml-stylesheet title="XSL_formatting" type="text/xsl" href="https://news.samsung.com/th/wp-content/plugins/sw_rss/sw_rss.xsl"?><rss version="2.0"
     xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
     xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
     xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
     xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>
	<channel>
		<title>Burn-in &#8211; Samsung Newsroom ประเทศไทย</title>
		<atom:link href="https://news.samsung.com/th/tag/burn-in/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
		<link>https://news.samsung.com/th</link>
        <image>
            <url>https://img.global.news.samsung.com/image/newlogo/logo_samsung-newsroom_th.png</url>
            <title>Burn-in &#8211; Samsung Newsroom ประเทศไทย</title>
            <link>https://news.samsung.com/th</link>
        </image>
        <currentYear>2019</currentYear>
        <cssFile>https://news.samsung.com/th/wp-content/plugins/sw_rss/sw_rss_xsl.css</cssFile>
		<description>What's New on Samsung Newsroom</description>
		<lastBuildDate>Thu, 09 Apr 2026 22:44:43 +0000</lastBuildDate>
		<language>en-US</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
					<item>
				<title>ซัมซุงกับเส้นทางสู่การเป็นผู้นำอันดับ 1 นวัตกรรมทีวีระดับโลก</title>
				<link>https://news.samsung.com/th/samsung-no-1-in-tv-industry?utm_source=rss&amp;utm_medium=direct</link>
				<pubDate>Tue, 28 May 2019 17:42:01 +0000</pubDate>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[8K]]></category>
		<category><![CDATA[AI Upscaling]]></category>
		<category><![CDATA[Burn-in]]></category>
		<category><![CDATA[burn-in free]]></category>
		<category><![CDATA[QLED 8K]]></category>
		<category><![CDATA[QLEDTV]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung QLED TV]]></category>
                <guid isPermaLink="false">http://bit.ly/2HEnl7j</guid>
									<description><![CDATA[&#160; จะเห็นได้ว่าวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมสินค้าอิเลคโทรนิคส์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดของ “ทีวี” ที่ถูกสร้างสรรค์ออกแบบมาหลากหลาย]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[<p><img class="size-large wp-image-2828 aligncenter" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2019/05/QLED_8K_PrintAd_A3_Horizontal-1024x724.jpg" alt="" width="1024" height="724" srcset="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2019/05/QLED_8K_PrintAd_A3_Horizontal-1024x724.jpg 1024w, https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2019/05/QLED_8K_PrintAd_A3_Horizontal-577x408.jpg 577w, https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2019/05/QLED_8K_PrintAd_A3_Horizontal-768x543.jpg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จะเห็นได้ว่าวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมสินค้าอิเลคโทรนิคส์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดของ <strong>“ทีวี”</strong> ที่ถูกสร้างสรรค์ออกแบบมาหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ ดีไซน์ และเทคโนโลยีแสดงผลที่แตกต่างกันออกไปตามจุดขายของแต่ละแบรนด์ จนก่อให้เกิดการแข่งขันทางการตลาดกันอย่างดุเดือด แต่ขณะเดียวกัน <strong>ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ </strong>ก็ยังคงครองบัลลังก์ผู้นำอันดับ 1<span> ในตลาดทีวีมาอย่างยาวนาน ด้วยการค้นคิดและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อมาตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบันของผู้บริโภค รวมถึงสานต่อเทคโนโลยีสู่อนาคตอีกด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจต้องเล่าย้อนกลับไปก่อนว่าเกือบครึ่งศวรรษที่ผ่านมา การพัฒนาจากหน้าจอขาว-<span>ดำไปเป็นทีวีสียังใช้เวลานับ </span>10 <span>ปี หลังจากนั้นเราก็รับชมกันผ่านทีวีจอตู้มาโดยตลอด จนกระทั่งในปี </span>2006 <strong><span>ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ </span></strong><span>ได้ปฏิวัติวงการทีวีครั้งใหญ่ โดยการนำจอ </span>LCD <span>ที่มีดีไซน์จอแบนอันเป็นเอกลักษณ์ ต่อมายังได้พัฒนาไปสู่หน้าจอ </span>LED <span>ที่มีขนาดบางกว่าและสีสดกว่าอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามตลาดหน้าจอทีวีทั่วโลกยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และประเภทของทีวีที่ได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบันคือหน้าจอแสดงผลแบบ </span>OLED <span>และ </span>QLED <span>ซึ่งมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>OLED </strong>คือหนึ่งในหน้าจอแสดงผลที่ได้รับความนิยมในตลาด เนื่องจากพิกเซลสามารถให้กำเนิดแสงได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาหลอดไฟเหมือนหน้าจอ LCD <span>หรือ </span>LED <span>ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่กินไฟน้อย แถมยังมีความบางและความยืดหยุ่นสูง ส่งผลให้สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นจอโค้งหรือสร้างสรรค์ดีไซน์รูปแบบใหม่ได้ไม่ยาก แต่ในขณะเดียวกันตัวเม็ดพิกเซลที่ให้กำเนิดแสงนั้นอาจทำให้เกิดความร้อนมากเป็นพิเศษเมื่อมีการเปิดหน้าจอทิ้งไว้ ส่วนมากจะเกิดขึ้นกับโลโก้หรือตัวอักษรในหน้าจอที่สว่างอยู่ที่เดิมป็นระยะเวลานานอย่างที่เราเรียกกันว่าเบิร์นอิน (</span>Burn In<span>) หรือ</span>อาการรอยภาพไหม้ค้างติดหน้าจอนั่นเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังจากที่ซัมซุงได้ลองผลิตและขายทีวี OLED <span>ได้เพียง </span>1<span> ปี ก็พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น จึงได้ปิดไลน์การผลิตทีวี </span>OLED<span> ด้วยความเชื่อที่ว่าหน้าจอแสดงผลแบบ </span>OLED <span>นั้นเหมาะกับการนำมาใช้กับหน้าจอขนาดเล็กอย่างสมาร์ทโฟนมากที่มีอายุการใช้งานสั้น และใช้พลังงานน้อยกว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากนั้นจึงหันไปพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมดอท (Quantum Dot)<span> จนเกิดเป็นทีวีในชื่อ </span>SUHD TV <span>ในปี </span>2016<span> และต่อยอดจนเปลี่ยนชื่อเป็น </span><strong>QLED </strong><span>หรือเวอร์ชั่น</span>อัพเกรดของ LED TV<span> ที่เข้า</span>มาเติมให้ภาพมีสีสันสวยสดขึ้น มีความสว่างมากขึ้น เพื่อให้ภาพออกมาดูสมจริงมากที่สุด โดยหลักการกำเนิดภาพพื้นฐานยังเป็น LED TV ซึ่งไม่มีจุดพิกเซลที่ส่องสว่างเองและให้ระดับความร้อนที่ต่ำมาก จึงมีโอกาสเกิด Burn<span>&#8211;</span>In<span> น้อยมาก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เทคโนโลยี QLED <span>มีความโดดเด่นที่คุณภาพเม็ดสี คมชัดทุกเฉด ให้ภาพสว่าง</span>มีชีวิตชีวา เห็นชัดทุกรายละเอียดในทุกสภาพแสงโดยเฉพาะในที่แสงน้อย ด้วยระบบป้องกันแสงสะท้อน ‘อัลตร้าแบล็ค’ แสดงภาพได้เหมือนต้นฉบับ อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานโดย<strong>ไม่ต้องกังวลเรื่องอาการจอไหม้</strong> (Burn-In)<span> หรือการเสื่อมของจอภาพอย่างถาวร อย่างที่ไม่เคยมีเทคโนโลยีใดทำได้มาก่อน ดังนั้น</span>ความแตกต่างอย่างชาญฉลาดนี้ ส่งผลให้ <strong>ซัมซุง</strong> รั้งตำแหน่งผู้นำในตลาดทีวีมาโดยตลอด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถือเป็นวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของ “ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์” ผู้กล้าที่จะหันหลังให้กับทีวีแบบ OLED <span>ที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดขณะนั้นและหันมาพัฒนาทีวี </span><strong>QLED</strong><span> เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียว เพื่อต้องการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคด้วยการสร้างสรรค์เทคโลโนยีอันล้ำหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับอนาคตของผู้ใช้งาน ล่าสุดเพิ่งเปิดตัว </span>“ซัมซุง QLED <span>8</span>K”ถ่ายทอดความคมชัดเสมือนจริงระดับ 8K ด้วยการประมวลผลทุกความบันเทิงทั้งภาพและเสียงอย่างชาญฉลาดของชิปเซต Quantum Processor 8K และเทคโนโลยี 8K AI Upscaling ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดทีวีอันดับหนึ่งระดับโลกอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คงต้องมาลุ้นกันว่าหลังจากนี้ <strong>“ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์</strong>” ผู้นำอันดับ 1 ตลาดทีวีโลกและเมืองไทยมานานกว่าทศวรรษ จะซุ่มผลิตนวัตกรรมอะไรออกมาให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์การรับชมเหนือระดับขึ้นไปอีก คงต้องติดตามกันต่อไป&#8230;</p>
]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title>ดูทีวีอย่างไรให้ได้อรรถรสเต็ม หมดปัญหาภาพค้างที่หน้าจอ</title>
				<link>https://news.samsung.com/th/how-to-watch-tv-without-screen-freezes-problem?utm_source=rss&amp;utm_medium=direct</link>
				<pubDate>Fri, 14 Jul 2017 12:00:46 +0000</pubDate>
						<category><![CDATA[ทีวีและเครื่องเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[Burn-in]]></category>
		<category><![CDATA[QLED TV]]></category>
		<category><![CDATA[The Frame]]></category>
		<category><![CDATA[คิวแอลอีดีทีวี]]></category>
		<category><![CDATA[ซัมซุงทีวี]]></category>
                <guid isPermaLink="false">http://bit.ly/2MtJhBF</guid>
									<description><![CDATA[เคยไหมที่ดูทีวีแล้วภาพในจอยังมีเงาหน้าของผู้ร้ายในฉากเดิมค้างอยู่ทั้งที่ละครเปลี่ยนฉากไปแล้ว ]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[<p>เคยไหมที่ดูทีวีแล้วภาพในจอยังมีเงาหน้าของผู้ร้ายในฉากเดิมค้างอยู่ทั้งที่ละครเปลี่ยนฉากไปแล้ว  หรือเปลี่ยนช่องทีวีไปแล้วแต่ยังมีโลโก้ของช่องเก่าลอยอยู่ที่หน้าจอ เชื่อว่าในสมัยก่อน ในยุคที่เทคโนโลยีของทีวียังไม่ก้าวหน้านั้น ปัญหานี้คือปัญหาทั่วๆ ไปที่เกิดขึ้นกับทีวีที่มีอายุการใช้งานค่อนข้างนานแทบจะทุกเครื่องก็ว่าได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปัญหานี้เรียกชื่อในทางเทคนิคว่า ปัญหาหน้าจอเบิร์น (จอไหม้) หรือภาพค้างบนหน้าจอ ซึ่งถือเป็นอาการที่น่ารำคาญใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะทำให้เสียอรรถรสในการรับชม อาการจอเบิร์น (จอไหม้) เป็นปัญหาด้านการแสดงผลภาพซึ่งเกิดขึ้นเมื่อรายการที่รับชมแสดงผลบนหน้าจอเป็นระยะเวลานาน สาเหตุของอาการนี้คือเม็ดพิกเซลเสียหาย เพราะเม็ดพิกเซลในหน้าจอแสดงผลแต่สีของภาพที่แสดงค้างไว้เป็นระยะเวลานานจนไม่สามารถแสดงผลสีอื่นๆ ได้ จนก่อให้เกิดปัญหาภาพค้างหรือมีร่องรอยของสิ่งที่แสดงผลก่อนหน้าติดอยู่บนหน้าจอไม่ว่าภาพบนหน้าจอจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม เช่น โลโก้ของสถานีที่หน้าจอ แถบตัววิ่งที่พบได้ในรายการต่างๆ หรือสำหรับคอเกมที่มีการแสดงผลภาพนิ่งบนหน้าจอเป็นระยะเวลานาน  ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปัญหาภาพค้างบนหน้าจอ เพราะยิ่งแสดงผลภาพนิ่งค้างไว้นานเท่าใด โอกาสที่ปัญหาภาพค้างจะเกิดขึ้นและแก้ไม่ได้ก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า อาการภาพค้างที่หน้าจอยากที่จะแก้และมักมีค่าซ่อมแซมที่สูง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่รู้ไหมว่า ปัญหาภาพค้างบนหน้าจอไม่ได้เกิดขึ้นกับทีวีเก่าเท่านั้น แต่เกิดได้กับเทคโนโลยีหน้าจอบางประเภท เช่น ทีวีจอแก้ว พลาสม่าทีวี แอลซีดีทีวี หรือ OLED ทีวี<br />
&nbsp;<br />
อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีทีวีบางประเภทที่ผ่านมาตรฐานของกลุ่ม UHD Alliance ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตทีวี เครื่องเล่นและคอนเทนต์ชั้นนำของโลก ซึ่งได้รับรองทีวีหลากหลายรุ่น อาทิ QLED TV (คิวแอลอีดี ทีวี) ว่าไม่เกิดปัญหาภาพค้างบนหน้าจอ เพราะโครงสร้างจอของ QLED TV ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีควอนตัมดอทล่าสุดในวงการทีวีโลก ผลิตจากวัสดุสังเคราะห์ซึ่งทำให้ปัญหาภาพค้างบนหน้าจอหมดไปแม้จะเปิดใช้งานในระดับความสว่างสูงสุด ปัจจุบันมี QLED TV จำหน่ายในท้องตลาดหลายแบรนด์ อาทิ ซัมซุง ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ผู้รักความบันเทิงที่ไม่ต้องประสบกับปัญหาภาพค้างบนหน้าจออันน่ารำคาญอีกต่อไป<br />
&nbsp;<br />
สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ QLED TV ติดตามได้ที่ <a href="http://www.samsung.com/th/qled/">www.samsung.com/th/qled/</a></p>
]]></content:encoded>
																				</item>
			</channel>
</rss>
