<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><?xml-stylesheet title="XSL_formatting" type="text/xsl" href="https://news.samsung.com/th/wp-content/plugins/btr_rss/btr_rss.xsl"?><rss version="2.0"
     xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
     xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
     xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
     xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	 xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>
	<channel>
		<title>Interview &#8211; Samsung Newsroom ประเทศไทย</title>
		<atom:link href="https://news.samsung.com/th/tag/interview/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
		<link>https://news.samsung.com/th</link>
        <image>
            <url>https://img.global.news.samsung.com/image/newlogo/logo_samsung-newsroom.png</url>
            <title>Interview &#8211; Samsung Newsroom ประเทศไทย</title>
            <link>https://news.samsung.com/th</link>
        </image>
        <currentYear>2026</currentYear>
        <cssFile>https://news.samsung.com/th/wp-content/plugins/btr_rss/btr_rss_xsl.css</cssFile>
		<description>What's New on Samsung Newsroom</description>
		<lastBuildDate>Thu, 20 Aug 2026 21:32:15 +0000</lastBuildDate>
		<language>en-US</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
					<item>
				<title><![CDATA[[บทสัมภาษณ์] [Galaxy Unpacked July 2026] แว่นตาอัจฉริยะ: ก้าวแรกสู่อินเทอร์เฟซรูปแบบใหม่ของ Mobile AI]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c-galaxy-unpacked-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-2026-%e0%b9%81%e0%b8%a7</link>
				<pubDate>Thu, 06 Aug 2026 11:52:41 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/08/06112840/Samsung-Mobile-Galaxy-Unpacked-July-2026-Intelligent-Eyewear-Interview_Thumb728-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Nattaporn Boonprapa]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy Unpacked July 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Intelligent Eyewear]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/4z1NTqK</guid>
									<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในงาน Galaxy Unpacked July 2026 ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้เปิดตัว แว่นตาอัจฉริยะ (Intelligent Eyewear) นับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้แว่นตา AI กลายเป็นอินเทอร์เฟซรูปแบบใหม่สำหรับการใช้งาน Mobile AI แว่นตานี้ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเทคโนโลยีมือถือ การออกแบบฮาร์ดแวร์ และงานฝีมือที่สั่งสมมาหลายทศวรรษของซัมซุง โดยได้ผสานความสบายในการสวมใส่เข้ากับประสบการณ์ Mobile AI และการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อภายในระบบนิเวศ Galaxy อย่างลงตัว Samsung Newsroom ได้ร่วมพูดคุยกับ เจมส์ ชอย (James Choi) รองประธานบริหารและหัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนา XR ฝ่ายธุรกิจโมบายล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ (MX) ที่ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เพื่อเจาะลึกถึงเบื้องหลังการพัฒนา งานวิศวกรรมการออกแบบ และวิสัยทัศน์ระยะยาวของซัมซุงต่อตลาดแว่นตา AI ถาม: เหตุใดซัมซุงถึงเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะในตอนนี้ และเพราะเหตุใดจึงเชื่อว่าแว่นตา AI จะกลายเป็นอินเทอร์เฟซถัดไปสำหรับ Mobile AI? แว่นตา AI […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[
<p>เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในงาน Galaxy Unpacked July 2026 ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้เปิดตัว แว่นตาอัจฉริยะ<sup data-fn="dfdc63ad-12fb-4a7a-9119-0248818b636d" class="fn"><a href="#dfdc63ad-12fb-4a7a-9119-0248818b636d" id="dfdc63ad-12fb-4a7a-9119-0248818b636d-link">1</a></sup> (Intelligent Eyewear) นับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้แว่นตา AI กลายเป็นอินเทอร์เฟซรูปแบบใหม่สำหรับการใช้งาน Mobile AI</p>



<p>แว่นตานี้ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเทคโนโลยีมือถือ การออกแบบฮาร์ดแวร์ และงานฝีมือที่สั่งสมมาหลายทศวรรษของซัมซุง โดยได้ผสานความสบายในการสวมใส่เข้ากับประสบการณ์ Mobile AI และการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อภายในระบบนิเวศ Galaxy อย่างลงตัว</p>



<p>Samsung Newsroom ได้ร่วมพูดคุยกับ เจมส์ ชอย (James Choi) รองประธานบริหารและหัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนา XR ฝ่ายธุรกิจโมบายล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ (MX) ที่ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เพื่อเจาะลึกถึงเบื้องหลังการพัฒนา งานวิศวกรรมการออกแบบ และวิสัยทัศน์ระยะยาวของซัมซุงต่อตลาดแว่นตา AI</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img width="683" height="1024" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/08/06112836/Samsung-Mobile-Galaxy-Unpacked-July-2026-Intelligent-Eyewear-Interview_main1-683x1024.jpg" alt="เจมส์ ชอย" class="wp-image-21309" /><figcaption class="wp-element-caption">▲ เจมส์ ชอย</figcaption></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading">ถาม: เหตุใดซัมซุงถึงเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะในตอนนี้ และเพราะเหตุใดจึงเชื่อว่าแว่นตา AI จะกลายเป็นอินเทอร์เฟซถัดไปสำหรับ Mobile AI?</h2>



<p>แว่นตา AI จะก้าวขึ้นมาเป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ก็ต่อเมื่อผู้คนรู้สึกอยากสวมใส่จริง ๆ ในทุก ๆ วัน ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายนี้ต้องอาศัยมากกว่าแค่เทคโนโลยี AI ที่ล้ำสมัย แต่ยังต้องการความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าผู้คนใช้นวัตกรรมตอบโจทย์ในชีวิตประจำวันอย่างไร ด้วยความเป็นผู้นำในตลาดมือถือมาหลายทศวรรษ ซัมซุงจึงมีความพร้อมที่จะผสานองค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมนี้ให้ก้าวไปข้างหน้า</p>



<p>แว่นตา AI สามารถรับรู้และเข้าใจสิ่งที่ผู้ใช้มองเห็น ได้ยิน รวมถึงสัมผัสได้รอบตัว สามารถตอบสนองได้อย่างเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับสถานการณ์ และต่อเนื่องมากขึ้น โดยนำ AI เข้าใกล้ช่วงเวลาสำคัญในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เป้าหมายของซัมซุงไม่ใช่ให้แว่นตา AI มาแทนที่สมาร์ทโฟน แต่เป็นการสร้างแว่นตา AI ที่ช่วยให้ผู้คนลดการจ้องหน้าจอลง โดยยังคงได้รับประโยชน์สูงสุดจากประสบการณ์ใช้งานที่คุ้นเคย ซึ่งซัมซุงกำลังวางรากฐานวิสัยทัศน์นี้ผ่านแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ เพื่อต่อยอดเทคโนโลยี Mobile AI ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ของหน้าจอ</p>



<h2 class="wp-block-heading">ถาม: อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ทีมวิศวกรรมให้ความสำคัญในการพัฒนาแว่นตา AI?</h2>



<p>จุดเริ่มต้นของการพัฒนามาจาก Galaxy XR โดยประสบการณ์จากการพัฒนาในครั้งนั้นทำให้เราเรียนรู้วิธีการออกแบบเทคโนโลยีที่สวมใส่บนหน้าได้อย่างสบาย เราได้นำมุมมองข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นมาปรับใช้กับแว่นตาอัจฉริยะ โดยทุกรายละเอียดทางวิศวกรรมตอบโจทย์ด้านความสบาย ความกระชับพอดีกับใบหน้า และการใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน</p>



<p>ความสบายในการสวมใส่ไม่ได้เป็นเพียงโจทย์ด้านการออกแบบ แต่คือความท้าทายทางวิศวกรรมขั้นสูง เพราะสำหรับแว่นตาแล้ว แม้แต่ความคลาดเคลื่อนเพียง 0.1 มิลลิเมตรก็ส่งผลอย่างมหาศาล เราจึงใช้วิธีการออกแบบเชิงบูรณาการ โดยคำนึงถึงทั้งเรื่องน้ำหนัก ชนิดวัสดุ การถ่ายเทความร้อน และประสิทธิภาพของแบตเตอรี่อย่างรอบด้าน</p>



<p>เพื่อให้แว่นตามีความบางและเบา จึงเลือกใช้บานพับขนาดบางพิเศษที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ผสานเทคโนโลยีการขึ้นรูปชิ้นงานผนังบางขั้นสูง (Advanced Thin-wall Molding) วัสดุน้ำหนักเบา และโครงสร้างฮาร์ดแวร์ที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษ โดยโครงสร้างบานพับได้รับการออกแบบให้ทนทานต่อการกัดกร่อนและรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี ในขณะที่โครงสร้างขาแว่นที่ได้รับการจดสิทธิบัตรช่วยเพิ่มความแข็งแรงของตัวกรอบ นอกจากนี้ ที่ขาแว่นด้านซ้ายยังติดตั้งวัสดุกราไฟต์ระบายความร้อน เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ความร้อนที่เกิดจากหน่วยประมวลผล (Application Processor – AP) ส่งผ่านไปยังใบหน้าของผู้สวมใส่</p>



<p>เนื่องจากโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน เราจึงนำระบบคำนวณการออกแบบ (Computational Design) มาใช้ควบคู่กับการทำงานร่วมกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านแว่นตาอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกระจายแรงกดในจุดสัมผัสที่สำคัญ ทั้งหน้าผาก โหนกแก้ม และหลังใบหู พร้อมบาลานซ์น้ำหนักของกรอบแว่นทั้งสองข้างให้สมดุล จนผู้ใช้แทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างขณะสวมใส่</p>



<p>ซัมซุงได้ยื่นจดสิทธิบัตรในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ไปแล้วประมาณ 200 รายการ สะท้อนถึงการลงทุนระยะยาวในนวัตกรรมแว่นตาอัจฉริยะ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว เบื้องหลังงานวิศวกรรมอันซับซ้อนทั้งหมด ก็เพื่อเปิดทางให้เทคโนโลยีกลมกลืนไปกับชีวิตประจำวัน และทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเป็นธรรมชาติที่สุดราวกับใส่แว่นตาธรรมดาทั่วไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img width="1000" height="750" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/08/06112838/Samsung-Mobile-Galaxy-Unpacked-July-2026-Intelligent-Eyewear-Interview_main2.jpg" alt="การเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะในงาน Galaxy Unpacked กรกฎาคม 2026" class="wp-image-21310" /><figcaption class="wp-element-caption">▲ การเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะในงาน Galaxy Unpacked July 2026</figcaption></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading">ถาม: ซัมซุงทำให้แว่นตาอัจฉริยะมีความแข็งแรงทนทานเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างไร?</h2>



<p>ผู้ใช้คาดหวังในคุณภาพระดับมาตรฐานซัมซุงเสมอไม่ว่าจะมาในรูปแบบใดก็ตาม เราจึงนำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและเกณฑ์การตรวจสอบที่เข้มงวดที่สั่งสมมาตลอดหลายทศวรรษในการพัฒนานวัตกรรม Galaxy มาปรับใช้ พร้อมเสริมขั้นตอนการทดสอบพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อแว่นตาอัจฉริยะโดยเฉพาะ</p>



<p>เนื่องจากแว่นตาอัจฉริยะเป็นอุปกรณ์ที่ต้องสวมใส่บนใบหน้าโดยตรง จึงต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นสูงทั้งในฝั่งอุปกรณ์มือถือและฝั่งแว่นตาพร้อมกัน ตัวแว่นต้องผ่านการทดสอบความทนทาน สภาพแวดล้อม และความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งการทนต่ออุณหภูมิสูง ความชื้น ครีมกันแดด เครื่องสำอาง เหงื่อ ตลอดจนการทดสอบความแข็งแรงของการพับและกางขาแว่นซ้ำ ๆ</p>



<p>แม้จะใช้เทคโนโลยีด้านวิศวกรรมจำนวนมากรวมอยู่ภายใต้ดีไซน์ที่บางและเบา แต่แว่นตาอัจฉริยะยังคงมอบประสิทธิภาพการทำงานระดับสูงสุด รวมทั้งแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน ด้วยการปรับแต่งระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อย่างลงตัว ช่วยให้รองรับการใช้งานทั่วไปได้ยาวนานสูงสุดถึง 9 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แม้จะเปิดการใช้งานฟีเจอร์ที่กินพลังงานสูงอย่าง Gemini หรือการบันทึกวิดีโอก็ตาม นอกจากนี้ เคสชาร์จยังสามารถชาร์จซ้ำได้เต็มความจุมากกว่า 7 ครั้ง รองรับการเดินทางและใช้งานต่อเนื่องได้หลายวันโดยไม่ต้องกังวล<sup data-fn="cf20ef15-351f-4fed-8f83-01d99624b094" class="fn"><a href="#cf20ef15-351f-4fed-8f83-01d99624b094" id="cf20ef15-351f-4fed-8f83-01d99624b094-link">2</a></sup></p>



<h2 class="wp-block-heading">ถาม: เหตุใดซัมซุงถึงมองว่าแว่นตาอัจฉริยะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของ Mobile AI?</h2>



<p>แว่นตาอัจฉริยะนำเสนอแนวทางการสัมผัสประสบการณ์ Mobile AI ที่เป็นธรรมชาติและใช้งานง่ายขึ้นกว่าที่เคย ด้วยความสามารถในการเข้าใจสิ่งที่ผู้ใช้มองเห็น ได้ยิน และสัมผัสได้รอบตัว จึงสามารถตอบสนองและช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดเฉพาะบุคคลตามสถานการณ์จริง ณ ช่วงเวลานั้น</p>



<p>ด้วยการติดตั้งกล้อง ไมโครโฟน และลำโพงคุณภาพสูงไว้ภายในกรอบแว่นอย่างลงตัว แว่นตาอัจฉริยะจึงสามารถโต้ตอบผ่านการสนทนาที่เป็นธรรมชาติได้ทันที ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องหยุดกิจกรรมตรงหน้าเพื่อยกโทรศัพท์ขึ้นมาใช้งาน</p>



<p>ไม่ว่าจะเป็นระบบนำทางแบบเรียลไทม์ การแปลแบบสด การบันทึกภาพมุมมองสายตาผู้ใช้ ไปจนถึงการให้ความช่วยเหลือตามบริบทรอบข้าง ประสบการณ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึง Mobile AI ได้อย่างราบรื่น โดยยังคงจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้าได้เต็มที่<sup data-fn="fac34530-4a4f-4f5f-a858-3dee26779496" class="fn"><a href="#fac34530-4a4f-4f5f-a858-3dee26779496" id="fac34530-4a4f-4f5f-a858-3dee26779496-link">3</a></sup></p>



<h2 class="wp-block-heading">ถาม: แว่นตาอัจฉริยะเข้ากับระบบนิเวศของ Galaxy ในภาพรวมได้อย่างไร?</h2>



<p>แว่นตาอัจฉริยะถูกออกแบบมาให้เป็นอุปกรณ์คู่หูกับสมาร์ทโฟนในตระกูล Galaxy และอุปกรณ์สวมใส่อื่น ๆ เพื่อขยายขีดความสามารถของ Mobile AI ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของหน้าจอผ่านประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันและบริการที่ใช้อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นแอปจากซัมซุง Google หรือแอปจากผู้ให้บริการภายนอกได้อย่างสะดวกผ่านอินเทอร์เฟซสั่งการแบบแฮนด์ฟรีที่เป็นธรรมชาติ</p>



<p>ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถเริ่มบันทึกภาพแบบแฮนด์ฟรีด้วยแว่นตาอัจฉริยะ เช็กภาพรีวิวสิ่งที่บันทึกไว้ได้บน Now Bar แล้วค่อยเข้าไปดูไฟล์นั้นใน Galaxy Gallery บนสมาร์ทโฟนได้<sup data-fn="51dd6aa2-9a7c-46cc-971b-39ecda044bb7" class="fn"><a href="#51dd6aa2-9a7c-46cc-971b-39ecda044bb7" id="51dd6aa2-9a7c-46cc-971b-39ecda044bb7-link">4</a></sup> นอกจากนี้ ตัวแว่นยังใช้เทคโนโลยีการประมวลผลแบบแยกส่วน (Split Computing) เพื่อกระจายการทำงานระหว่างแว่นตาอัจฉริยะกับสมาร์ทโฟน Galaxy ที่เชื่อมต่ออยู่ ช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>



<p>แว่นตาอัจฉริยะยังทำงานร่วมกับ Galaxy Watch และ Galaxy Buds ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยผู้ใช้สามารถสั่งการและจัดการอุปกรณ์ได้โดยตรงจากข้อมือผ่านหน้าจอ Galaxy Watch หรือใช้การควบคุมด้วยท่าทางสั่งการ<sup data-fn="f922e41b-1d9c-4952-8268-6a36ee5c5813" class="fn"><a href="#f922e41b-1d9c-4952-8268-6a36ee5c5813" id="f922e41b-1d9c-4952-8268-6a36ee5c5813-link">5</a></sup> (Gesture) และเมื่อเชื่อมต่อกับ Galaxy Buds ยังสามารถสลับสัญญาณเสียงได้โดยไม่ขัดจังหวะการใช้งาน</p>



<h2 class="wp-block-heading">ถาม: ซัมซุงผสานเรื่องความเป็นส่วนตัวและความเชื่อมั่นลงในการออกแบบแว่นตาอัจฉริยะอย่างไร?</h2>



<p>ยิ่งเทคโนโลยี AI มีความเฉพาะบุคคลและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้น ความไว้วางใจก็ยิ่งมีความสำคัญตามไปด้วย เราจึงให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวตั้งแต่การขั้นตอนเริ่มต้นในการพัฒนาแว่นตา พร้อมออกแบบมาตรการป้องกันเพื่อคุ้มครองทั้งผู้ใช้งานและผู้คนรอบข้าง</p>



<p>ตัวแว่นมาพร้อมไฟ LED แสดงสถานะการทำงานทั้งฝั่งด้านนอก (สำหรับคนรอบข้าง) และฝั่งด้านใน (สำหรับผู้สวมใส่) ซึ่งจะสว่างขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อมีการบันทึกภาพ นอกจากนี้ยังมีระบบ Wear Detection ที่จะปิดการบันทึกโดยอัตโนมัติทันทีเมื่อถอดแว่นออก รวมถึงระบบ Thwart Detection ที่จะสั่งระงับการบันทึกทันทีหากพบว่าไฟ LED แสดงสถานะด้านนอกถูกบดบัง</p>



<p>ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและการใช้งานส่วนบุคคลได้ผ่านสมาร์ทโฟน Galaxy ที่เชื่อมต่อ โดยข้อมูลเสียง วิดีโอ หรือการแชร์หน้าจอทั้งหมด จะไม่ถูกนำไปใช้ในการฝึกโมเดล AI ของเราอย่างแน่นอน</p>



<p>ซัมซุงจะยังคงยกระดับฟีเจอร์ด้านความเป็นส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบความโปร่งใสและเพิ่มอำนาจในการควบคุมข้อมูลที่แท้จริงให้แก่ผู้ใช้</p>



<h2 class="wp-block-heading">ถาม: แว่นตาอัจฉริยะสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของซัมซุงอย่างไร?</h2>



<p>ซัมซุงมีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการเป็นผู้กำหนดนิยามใหม่ให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึงสมาร์ทโฟนจอพับ และเป็นผู้กำหนดมาตรฐานคุณภาพที่ผู้บริโภคไว้วางใจ แว่นตาอัจฉริยะคือก้าวสำคัญในวิสัยทัศน์ของซัมซุงที่ต้องการทำให้ AI กลายเป็นเทคโนโลยีที่สวมใส่ได้จริง มีความเป็นส่วนตัว และผสานรวมเข้ากับชีวิตประจำวันได้อย่างไร้รอยต่อ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ด้วยผลิตภัณฑ์เจเนอเรชันแรกนี้ ซัมซุงมุ่งตั้งเป้าสร้างมาตรฐานใหม่ที่ดีที่สุดให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังเติบโตนี้ และจะยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไปในทุก ๆ เจเนอเรชัน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />


<ol class="wp-block-footnotes"><li id="dfdc63ad-12fb-4a7a-9119-0248818b636d">ความพร้อมในการวางจำหน่าย อาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ/ตลาด คุณสมบัติ ฟังก์ชัน ข้อมูลจำเพาะ และข้อมูลผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ระบุในเอกสารนี้ รวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) สิทธิประโยชน์ การออกแบบ ชิ้นส่วน ประสิทธิภาพ ความพร้อมในการวางจำหน่าย และความสามารถของผลิตภัณฑ์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า <a href="#dfdc63ad-12fb-4a7a-9119-0248818b636d-link" aria-label="Jump to footnote reference 1"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li><li id="cf20ef15-351f-4fed-8f83-01d99624b094">อายุการใช้งานแบตเตอรี่ อาจแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมของเครือข่าย ฟีเจอร์และแอปที่เปิดใช้งาน การตั้งค่าเครื่อง จำนวนครั้งที่ชาร์จ และปัจจัยอื่น ๆ <a href="#cf20ef15-351f-4fed-8f83-01d99624b094-link" aria-label="Jump to footnote reference 2"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li><li id="fac34530-4a4f-4f5f-a858-3dee26779496">การใช้งานบางฟีเจอร์ อาจจำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อเครือข่าย อุปกรณ์ Galaxy ที่รองรับ หรือแอปพลิเคชันที่รองรับ โดยประสบการณ์ด้านการแปลภาษาและการนำทางอาจแตกต่างกันไปตามภาษา ภูมิภาค แอปพลิเคชัน ผู้ให้บริการ และสภาพแวดล้อมของเครือข่าย ส่วนประสบการณ์ที่อิงตามบริบทและประวัติการใช้งานอาจต้องได้รับการยินยอมจากผู้ใช้ ตลอดจนแอปและบริการที่รองรับ <a href="#fac34530-4a4f-4f5f-a858-3dee26779496-link" aria-label="Jump to footnote reference 3"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li><li id="51dd6aa2-9a7c-46cc-971b-39ecda044bb7">ฟีเจอร์การแชร์ภาพแบบสดและการบันทึกภาพ อาจแตกต่างกันไปตามแอป บริการ ตลาดที่วางจำหน่าย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือข้อกำหนดเรื่องการขอความยินยอม <a href="#51dd6aa2-9a7c-46cc-971b-39ecda044bb7-link" aria-label="Jump to footnote reference 4"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li><li id="f922e41b-1d9c-4952-8268-6a36ee5c5813">การสั่งการด้วยท่าทาง (Gesture interactions) รองรับเฉพาะการเชื่อมต่อผ่าน Galaxy Watch9 เท่านั้น <a href="#f922e41b-1d9c-4952-8268-6a36ee5c5813-link" aria-label="Jump to footnote reference 5"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li></ol>]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[[บทสัมภาษณ์] เจาะลึกศูนย์นวัตกรรมการออกแบบของซัมซุง (SDIC): การยกระดับอุปกรณ์สวมใส่ด้วยการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและการประมวลผลชั้นสูง (Computational Design)]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2</link>
				<pubDate>Tue, 30 Jun 2026 18:11:19 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30181500/Samsung-Mobile-Wearables-SDIC-Interview_Thumb932-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Nattaporn Boonprapa]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[Computational Design]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy Buds4]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy Watch8]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[SDIC]]></category>
		<category><![CDATA[Wearable]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/4av6cKy</guid>
									<description><![CDATA[การพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ให้มีความพอดีและมอบความสบายสูงสุด ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรม เนื่องจากสรีระของแต่ละคนมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่บริษัทต่าง ๆ จะสร้างสรรค์อุปกรณ์ที่สวมใส่สบายสำหรับผู้ใช้ทุกคนได้อย่างแท้จริง แต่จะเป็นอย่างไร หากมีวิธีการทางวิศวกรรมที่สามารถออกแบบความสบาย ความพอดี และการตรวจวัดที่แม่นยำ ที่มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานเกือบทุกคนได้? ซัมซุง นำ “การออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและและการประมวลผลชั้นสูง” มาเป็นโซลูชัน ด้วยกระบวนการออกแบบหลายมิติที่ใช้พลังของ AI และการประมวลผลขั้นสูงในการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพนับแสนรายการ เพื่อสร้าง ทดสอบ และปรับแต่งการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการใช้ความคิดเห็นส่วนบุคคล มาสู่การออกแบบทางวิศวกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ (Data-driven Engineering) ซึ่งช่วยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่าและมอบความพอดีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้งานในวงกว้าง รายละเอียดข้างต้น คือ บทนิยามในเชิงทฤษฎีของ “การออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและและการประมวลผลชั้นสูง” เพื่อให้เข้าใจว่ากระบวนการนี้ถูกนำมาใช้สร้างสรรค์อุปกรณ์สวมใส่ที่เหนือชั้นได้อย่างไร ทีม Samsung Newsroom ได้เยี่ยมชมศูนย์นวัตกรรมการออกแบบของซัมซุง (Samsung Design Innovation Center – SDIC) ในซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องปฏิบัติการ Computational Design Lab ที่นั่นเราได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการอันล้ำสมัยและเห็นการทำงานจริงของเทคโนโลยีนี้ ผู้นำของ SDIC คือ เฟเดริโก กาซาเลนโย รองประธานบริหารฝ่ายออกแบบของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์  SDIC […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img width="1000" height="563" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30174845/Samsung-Mobile-Wearables-SDIC-Interview_main1.jpg" alt="Securing computational design data through 4D scanner" class="wp-image-20817" /><figcaption class="wp-element-caption">▲ การเก็บข้อมูลด้วยเทคโนโลยีการสแกนแบบ 4 มิติ ในการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและการประมวลผลขั้นสูง</figcaption></figure></div>


<p>การพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ให้มีความพอดีและมอบความสบายสูงสุด ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรม เนื่องจากสรีระของแต่ละคนมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่บริษัทต่าง ๆ จะสร้างสรรค์อุปกรณ์ที่สวมใส่สบายสำหรับผู้ใช้ทุกคนได้อย่างแท้จริง แต่จะเป็นอย่างไร หากมีวิธีการทางวิศวกรรมที่สามารถออกแบบความสบาย ความพอดี และการตรวจวัดที่แม่นยำ ที่มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานเกือบทุกคนได้?</p>



<p>ซัมซุง นำ “การออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและและการประมวลผลชั้นสูง” มาเป็นโซลูชัน ด้วยกระบวนการออกแบบหลายมิติที่ใช้พลังของ AI และการประมวลผลขั้นสูงในการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพนับแสนรายการ เพื่อสร้าง ทดสอบ และปรับแต่งการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการใช้ความคิดเห็นส่วนบุคคล มาสู่การออกแบบทางวิศวกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ (Data-driven Engineering) ซึ่งช่วยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่าและมอบความพอดีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้งานในวงกว้าง</p>



<p>รายละเอียดข้างต้น คือ บทนิยามในเชิงทฤษฎีของ “การออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและและการประมวลผลชั้นสูง” เพื่อให้เข้าใจว่ากระบวนการนี้ถูกนำมาใช้สร้างสรรค์อุปกรณ์สวมใส่ที่เหนือชั้นได้อย่างไร ทีม Samsung Newsroom ได้เยี่ยมชมศูนย์นวัตกรรมการออกแบบของซัมซุง (Samsung Design Innovation Center – SDIC) ในซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องปฏิบัติการ Computational Design Lab ที่นั่นเราได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการอันล้ำสมัยและเห็นการทำงานจริงของเทคโนโลยีนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="910" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30174608/Samsung-Mobile-Wearables-SDIC-Interview_main2.jpg" alt="Federico Casalegno, EVP and Head of the Samsung Design Innovation Center" class="wp-image-20810" /><figcaption class="wp-element-caption">▲ เฟเดริโก กาซาเลนโย รองประธานบริหารฝ่ายออกแบบของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์  SDIC </figcaption></figure></div>


<p>ผู้นำของ SDIC คือ <strong>เฟเดริโก กาซาเลนโย</strong> รองประธานบริหารฝ่ายออกแบบของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์  SDIC ผู้ซึ่งใช้เวลาตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและและการประมวลผลชั้นสูง และเป็นผู้นำในการนำแนวคิดหลักนี้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของซัมซุง โดยเราได้พูดคุยกับเฟเดริโก เกี่ยวกับวิธีที่ SDIC ใช้การออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและและการประมวลผลชั้นสูง เป็นเครื่องมือหลักในการสร้างสรรค์และเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์สำหรับอุปกรณ์สวมใส่ของซัมซุง โดยเฉพาะอย่างยิ่งซีรีส์ Galaxy Buds4</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถาม: ช่วยเล่าถึงบทบาทของ </strong><strong>SDIC </strong><strong>ให้เราฟังหน่อย</strong><strong></strong></h2>



<p>ที่ SDIC พันธกิจของเราคือการส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายผ่านการทำความเข้าใจผู้คนและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของพวกเขา โดยยึดหลักการออกแบบที่มุ่งเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-centered design) เสมอ เพื่อสร้างความสุขให้กับลูกค้าและสร้างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้คนมีชีวิตที่มีความสุข มีสุขภาพดี มีความคิดสร้างสรรค์ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็ร่วมสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้กับทุกคน ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ SDIC ได้ผสานพลังแห่งการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์เข้ากับการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โดยได้รับการสนับสนุนจาก AI, การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine learning), หุ่นยนต์ และการประมวลผลขั้นสูง ทีมออกแบบจากหลากหลายสาขาที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถของเรากำลังเดินหน้าขยายขอบเขตของสิ่งที่เป็นไปได้อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ผู้ใช้ที่เหนือชั้นและคุณค่าที่ผู้ใช้สัมผัสได้จริง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="563" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30174610/Samsung-Mobile-Wearables-SDIC-Interview_main3.jpg" alt="At SDIC, design is combined with AI, data and computing to achieve maximum comfort for wearable devices." class="wp-image-20811" /><figcaption class="wp-element-caption">▲ ที่ SDIC การออกแบบถูกผสานเข้ากับ AI, ข้อมูล และการประมวลผล เพื่อยกระดับความสบายในการสวมใส่อุปกรณ์สวมใส่ให้ได้มากที่สุด</figcaption></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถาม: การออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและและการประมวลผลชั้นสูงคืออะไร และมีแนวคิดเบื้องหลังอย่างไร</strong><strong>?</strong></h2>



<p>ในขณะที่เราอยู่ในยุคแห่งนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำอย่างไม่เคยมีมาก่อน แนวทางของซัมซุงยังคงยึดมั่นให้ผู้คนเป็นศูนย์กลางมาโดยตลอด เพราะเราเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ปราศจากความเป็นมนุษย์นั้นเป็นเพียงความสมบูรณ์แบบที่ไร้จุดหมาย การออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและและการประมวลผลชั้นสูง คือวิธีการที่เรานำปรัชญานี้มาทำให้เกิดขึ้นจริง โดยเป็นกระบวนการที่ใช้ขุมพลังอันยิ่งใหญ่ของ AI, ข้อมูล และการประมวลผล เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับผู้คน แทนที่จะคาดหวังให้ผู้คนต้องปรับตัวเข้าหาผลิตภัณฑ์ของเรา แนวทางนี้จะช่วยให้เราสามารถสร้างอุปกรณ์ที่มีฟังก์ชันการทำงานที่ครบถ้วน ใช้งานง่าย สะดวกสบาย ในขณะเดียวกัน ก็มีความสวยงาม โดยถูกนำไปใช้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์สวมใส่ทั้งหมดของเรา รวมถึงซีรีส์ Galaxy Watch8 และ Galaxy Buds4 อีกด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="716" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30174612/Samsung-Mobile-Wearables-SDIC-Interview_main4.jpg" alt="The computational design process involves various state-of-the-art testing equipment, including 4D scanning." class="wp-image-20812" /><figcaption class="wp-element-caption">▲ การออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและการประมวลผลขั้นสูงนี้ ครอบคลุมการใช้เครื่องมือทดสอบอันทันสมัยหลายประเภท รวมถึงเทคโนโลยีการสแกนแบบ 4 มิติ</figcaption></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถาม: การออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและการประมวลผลชั้นสูง ช่วยเปลี่ยน “ความพอดี” ของอุปกรณ์ไม่ใช่แค่เพื่อสวมใส่ แต่ทำให้กลายเป็นตัวชี้วัดที่จับต้องได้และวัดผลได้อย่างแม่นยำได้อย่างไร</strong><strong>?</strong><strong></strong></h2>



<p>สำหรับการพัฒนาอุปกรณ์ที่ต้องสัมผัสกับตัวคุณตลอดเวลาอย่างอุปกรณ์สวมใส่นั้น “ความพอดี” ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของความสบายเท่านั้น แต่ความกระชับพอดีนั้นยังจำเป็นต่อการเพิ่มความแม่นยำของเซ็นเซอร์ในอุปกรณ์อีกด้วย ซัมซุงจึงนำการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและการประมวลผลชั้นสูงเข้ามาช่วยเปลี่ยนความพอดีในการสวมใส่ให้กลายเป็นตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรม แม่นยำ และครอบคลุมผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="361" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30174618/Samsung-Mobile-Wearables-SDIC-Interview_main5.jpg" alt="Optimal design parameters are derived through AI and physics-based simulations, which are then cross-verified with robot testing." class="wp-image-20815" /><figcaption class="wp-element-caption">▲ ตัวแปรการออกแบบที่เหมาะสมที่สุดจะถูกคำนวณผ่าน AI และการจำลองตามหลักฟิสิกส์ ก่อนนำไปตรวจสอบความแม่นยำอีกครั้งด้วยการทดสอบโดยหุ่นยนต์</figcaption></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถาม: ช่วยเล่ารายละเอียดว่ากระบวนการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและและการประมวลผลชั้นสูงในห้องปฏิบัติการทำงานอย่างไร และถูกนำไปใช้ในซีรีส์ Buds4 อย่างไรบ้าง</strong></h2>



<p>กระบวนการออกแบบอัจฉริยะ (Computational Design) ของเราประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ผู้ใช้งานจริง แบบจำลองดิจิทัล (Digital Twins) และหุ่นยนต์ทดสอบ ทีมงานเก็บข้อมูลการสแกนร่างกายแบบ 3 มิติ (3D) และ 4 มิติ (4D) จากผู้คนหลากหลายกลุ่มทั่วโลก เพื่อนำข้อมูลทางกายวิภาคที่มีความแม่นยำมาสร้างเป็น “Digital Twins” หรือแบบจำลองดิจิทัลเสมือนจริงของผู้ใช้งาน จากนั้นจึงนำข้อมูลดังกล่าวไปวิเคราะห์ผ่านระบบ AI และการจำลองทางฟิสิกส์ ก่อนตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ด้วยการทดสอบจริงผ่านหุ่นยนต์ เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานมากที่สุด</p>



<p>สำหรับซีรีส์ Buds4 เราได้นำกระบวนการนี้มาใช้เพื่อให้ได้ความสบายในการสวมใส่ที่สมบูรณ์แบบและคุณภาพเสียงระดับพรีเมียม เราวิเคราะห์ข้อมูลรูปทรงหูจากผู้ใช้ทั่วโลกหลายร้อยล้านจุด และทำการจำลองมากกว่า 10,000 ครั้ง เพื่อพัฒนาดีไซน์ Blade รุ่นใหม่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ข้อมูลเชิงประจักษ์นี้ทำให้เราลดขนาดส่วนหัวหลักลงเล็กน้อย<sup data-fn="13f3de4d-6e71-422a-9601-37cbc8f5c928" class="fn"><a href="#13f3de4d-6e71-422a-9601-37cbc8f5c928" id="13f3de4d-6e71-422a-9601-37cbc8f5c928-link">1</a></sup>และปรับมุมการหมุน ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยที่ส่งผลให้เกิดความมั่นคงและความสบายเพิ่มขึ้นอย่างมากจนได้รับการยอมรับในระดับสากล</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถาม: การออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและการประมวลผลชั้นสูงของซัมซุงส่งผลดีกับผู้ใช้อย่างไร</strong><strong>?</strong><strong></strong></h2>



<p>กระบวนการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและและการประมวลผลชั้นสูงของซัมซุงขับเคลื่อนด้วยชุดข้อมูลเฉพาะทางที่สร้างขึ้นเองภายในองค์กรเท่านั้น และทีมงานของเราได้พัฒนาโปรแกรม AI พิเศษหลายรายการโดยอาศัยข้อมูลนี้ การผสมผสานดังกล่าวทำให้เราได้รับข้อมูลเชิงลึกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในขณะที่เรายังคงเดินหน้านวัตกรรมด้านกระบวนการและวิธีการออกแบบอย่างต่อเนื่อง สำหรับ Galaxy Buds และ Watch โดยเฉพาะ สิ่งนี้หมายถึงความสบายในการสวมใส่ ความมั่นคง และความแม่นยำของเซ็นเซอร์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ยกระดับทั้งประสบการณ์การใช้งานและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น</p>



<p>สิ่งสำคัญคือนักออกแบบต้องยังคงเป็นผู้กำหนดทิศทางด้านจริยธรรมอย่างชัดเจน ขณะใช้เครื่องมือ AI และมอบหมายงานบางส่วนให้กับ AI ช่วยดำเนินการ องค์ประกอบความเป็นมนุษย์เป็นสิ่งที่ทำให้มั่นใจได้ว่าเราใช้ AI ในทางที่ดี เพื่อขับเคลื่อนงานออกแบบด้วยความยึดมั่นในความไว้วางใจ ความเป็นส่วนตัว และคุณค่าพื้นฐานของมนุษย์</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="830" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30174621/Samsung-Mobile-Wearables-SDIC-Interview_main6.jpg" alt="Samsung’s lineup of wearables, such as Galaxy Buds4 series, Galaxy Watch8 series and Galaxy Ring, all incorporate computational design in its development process." class="wp-image-20816" /><figcaption class="wp-element-caption">▲ อุปกรณ์สวมใส่ในไลน์อัปของซัมซุง ทั้งซีรีส์ Galaxy Buds4 ซีรีส์ Galaxy Watch8 และ Galaxy Ring ต่างได้นำกระบวนการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและการประมวลผลชั้นสูง มาใช้ในขั้นตอนการพัฒนา</figcaption></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถาม: หากมองไปข้างหน้า คุณคิดว่าการออกแบบเชิงคำนวณจะพัฒนาไปอย่างไรในทศวรรษหน้า</strong><strong>?</strong></h2>



<p>การออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและและการประมวลผลชั้นสูง ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของ กระบวนการพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ทั้งหมดของซัมซุง โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับประสบการณ์การสวมใส่ให้ดีที่สุด ทั้งด้านความพอดี ความสบาย และประสิทธิภาพของเซนเซอร์ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง</p>



<p>เมื่อมองไปข้างหน้า พลังที่แท้จริงของกระบวนการนี้คือการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งเมื่อชุดข้อมูลของเราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เครื่องมือ AI ที่ออกแบบขึ้นเฉพาะจะช่วยขับเคลื่อนการจำลองให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น และให้ข้อมูลเชิงลึกที่ลึกซึ้งมากขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว ความร่วมมือแบบพึ่งพาอาศัยกันระหว่างการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและและการประมวลผลชั้นสูง และ AI นี้จะช่วยให้นักออกแบบของเรามีอิสระในการ สร้างสรรค์มากขึ้น ช่วยให้เราสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่เหนือกว่าซึ่งวัดผลได้จริงเพื่อผู้ใช้งานจริงทุกคน</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Inside SDIC: How Samsung is Advancing Wearables Through Computational Design" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/t5xGNial3ss?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />


<ol class="wp-block-footnotes"><li id="13f3de4d-6e71-422a-9601-37cbc8f5c928">สำหรับ Galaxy Buds4 เท่านั้น <a href="#13f3de4d-6e71-422a-9601-37cbc8f5c928-link" aria-label="Jump to footnote reference 1"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li></ol>]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[[บทสัมภาษณ์] เติมเต็มทุกช่วงเวลาให้เสมือนภาพยนตร์: Cinematic LUT พลิกโฉมการถ่ายวิดีโอบน Galaxy S26 Series อย่างไร้ขีดจำกัด]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81</link>
				<pubDate>Fri, 08 May 2026 11:08:23 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/05/08110714/%E0%B8%88%E0%B9%85-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Chinda Amornsawatsiri]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[APV Codec]]></category>
		<category><![CDATA[Cinematic LUT]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy S26]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy S26 Series]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/49DhYSv</guid>
									<description><![CDATA[นอกเหนือจากความละเอียดระดับสูง เทรนด์วิดีโอในปัจจุบันยังมุ่งสู่การถ่ายทอดอารมณ์และการเล่าเรื่องที่เข้าถึงความรู้สึกมากยิ่งขึ้น โดย Samsung Electronics ได้เปิดตัว Advanced Professional Video (APV) codec บน Galaxy S26 Ultra เพื่อวางรากฐานใหม่ให้กับการสร้างสรรค์วิดีโอบนสมาร์ทโฟน พร้อมคงคุณภาพของภาพไว้อย่างยอดเยี่ยม และช่วยลดการสูญเสียของไฟล์ระหว่างกระบวนการตัดต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ซัมซุงได้ตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า “ทุกคนสามารถสร้างวิดีโอสไตล์ฮอลลีวูดบนสมาร์ทโฟน Galaxy ได้หรือไม่?” และคำตอบก็คือฟีเจอร์ Cinematic Look-Up Table (Cine LUT) บน Galaxy S26 Series นั่นเอง โดยในขณะที่ APV codec ทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญสำหรับการถ่ายวิดีโอคุณภาพระดับภาพยนตร์ Cine LUT จะเข้ามาช่วยเติมเอกลักษณ์ด้านโทนสีและอารมณ์ให้กับฟุตเทจ เพื่อยกระดับงานวิดีโอให้มีสไตล์โดดเด่นยิ่งขึ้น Cine LUT ช่วยให้การปรับแต่งสีระดับมืออาชีพ หรือ Color Grading ซึ่งเดิมเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยซัมซุงได้ร่วมมือทั้งกับทีมงานภายในองค์กรและผู้เชี่ยวชาญภายนอก เพื่อพัฒนาฟีเจอร์นี้ให้เกิดขึ้นจริง ภายในโครงการดังกล่าว […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[
<p>นอกเหนือจากความละเอียดระดับสูง เทรนด์วิดีโอในปัจจุบันยังมุ่งสู่การถ่ายทอดอารมณ์และการเล่าเรื่องที่เข้าถึงความรู้สึกมากยิ่งขึ้น โดย Samsung Electronics ได้เปิดตัว <a href="https://news.samsung.com/global/interview-beyond-the-shot-how-the-apv-codec-powers-the-full-mobile-video-experience-on-galaxy-s26-ultra">Advanced Professional Video (APV) codec</a> บน Galaxy S26 Ultra เพื่อวางรากฐานใหม่ให้กับการสร้างสรรค์วิดีโอบนสมาร์ทโฟน พร้อมคงคุณภาพของภาพไว้อย่างยอดเยี่ยม และช่วยลดการสูญเสียของไฟล์ระหว่างกระบวนการตัดต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p></p>



<p>เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ซัมซุงได้ตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า “ทุกคนสามารถสร้างวิดีโอสไตล์ฮอลลีวูดบนสมาร์ทโฟน Galaxy ได้หรือไม่?” และคำตอบก็คือฟีเจอร์ Cinematic Look-Up Table (Cine LUT) บน Galaxy S26 Series นั่นเอง โดยในขณะที่ <a href="https://news.samsung.com/global/editorial-how-apv-is-elevating-mobile-video-to-professional-standards">APV codec</a> ทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญสำหรับการถ่ายวิดีโอคุณภาพระดับภาพยนตร์ Cine LUT จะเข้ามาช่วยเติมเอกลักษณ์ด้านโทนสีและอารมณ์ให้กับฟุตเทจ เพื่อยกระดับงานวิดีโอให้มีสไตล์โดดเด่นยิ่งขึ้น</p>



<p></p>



<p>Cine LUT ช่วยให้การปรับแต่งสีระดับมืออาชีพ หรือ Color Grading ซึ่งเดิมเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยซัมซุงได้ร่วมมือทั้งกับทีมงานภายในองค์กรและผู้เชี่ยวชาญภายนอก เพื่อพัฒนาฟีเจอร์นี้ให้เกิดขึ้นจริง ภายในโครงการดังกล่าว ธุรกิจ Mobile eXperience (MX) รับหน้าที่ดูแลการผสานฟีเจอร์เข้ากับระบบกล้องอย่างสมบูรณ์ ขณะที่ Samsung Research เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีหลักด้านการประมวลผลวิดีโอ และ U5K Imageworks สตูดิโอคัลเลอริสต์ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานระดับโลก ได้เข้ามามีส่วนสำคัญในการออกแบบและถ่ายทอดเอกลักษณ์ด้านภาพและโทนสีของฟีเจอร์นี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น</p>



<p></p>



<p>หลังจากการเปิดตัว APV codec ซึ่งมอบคุณภาพของภาพในระดับ visually lossless หรือคงรายละเอียดของภาพได้อย่างยอดเยี่ยมแทบไร้การสูญเสีย Samsung Newsroom ได้พูดคุยกับสามผู้พัฒนาหลักผู้อยู่เบื้องหลังฟีเจอร์ Cine LUT ได้แก่ Sugon Baek จาก Camera Image Quality R&D Group ภายใต้ธุรกิจ MX, Bomi Kim จาก Reality Media Lab ของ Samsung Research และ Taesik Eom ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ U5K Imageworks เพื่อถ่ายทอดเบื้องหลังแนวคิดและกระบวนการพัฒนาฟีเจอร์นี้ขึ้นมา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="580" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/05/08105928/01.jpg" alt="" class="wp-image-20227" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) Taesik Eom, Bomi Kim และ Sugon Baek</figcaption></figure>



<p><strong>คำถาม: LUT คืออะไร และอะไรคือความแตกต่างของ Cine LUT บน Galaxy S26 Series?</strong></p>



<p><strong>Sugon Baek: </strong>LUT เปรียบเสมือน “แผนที่สี” ที่ช่วยแปลงชุดสีหนึ่งไปสู่โทนภาพตามที่ต้องการ แตกต่างจากฟิลเตอร์ทั่วไปที่เป็นเพียงการซ้อนทับสีลงบนภาพเท่านั้น โดย Cine LUT ได้รับการออกแบบให้สามารถตีความฟุตเทจจาก Samsung Log¹ ใหม่ เพื่อถ่ายทอดมิติและอารมณ์ภาพในแบบงานภาพยนตร์ระดับมืออาชีพได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น<br><br><strong>Bomi Kim:</strong> ฟีเจอร์นี้ได้รับการออกแบบและปรับแต่งมาโดยเฉพาะสำหรับวิดีโอแบบ Log โดยอาศัยช่วงการไล่ระดับสีที่กว้าง² เพื่อช่วยประมวลผลและถ่ายทอดสี รวมถึงความสว่างได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดของโทนภาพที่ละเอียดอ่อน ซึ่งมักสูญหายไปเมื่อใช้ฟิลเตอร์ทั่วไป ส่งผลให้ภาพมีมิติที่ลุ่มลึกและดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น</p>



<p></p>





<figure class="wp-block-video"><video playsinline controls src="https://img.global.news.samsung.com/global/wp-content/uploads/2026/05/06144348/Samsung-Log-Videos-LUT-Thriller-Blaockbuster.mp4"></video><figcaption class="wp-element-caption">การเปรียบเทียบฟุตเทจแบบ Log ระหว่างการตั้งค่ามาตรฐาน กับการใช้งาน Thriller LUT และ Blockbuster LUT</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-video"><video playsinline controls src="https://img.global.news.samsung.com/global/wp-content/uploads/2026/05/06145525/Samsung-Log-Videos-LUT-Coming-of-age-Romance.mp4"></video><figcaption class="wp-element-caption">การเปรียบเทียบฟุตเทจแบบ Log ระหว่างการตั้งค่ามาตรฐาน กับการใช้งาน Coming-of-age LUT และ Romance LUT</figcaption></figure>



<p><strong>คำถาม: อะไรคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนา Cine LUT?</strong></p>



<p><strong>Bomi Kim: </strong>แม้ว่าอุปกรณ์ Galaxy จะรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Log เพื่อคุณภาพของภาพระดับสูงอยู่แล้ว แต่กระบวนการ Color Grading ยังคงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เราจึงต้องการทำให้ทุกคนสามารถสร้างผลงานวิดีโอที่ดูเป็นมืออาชีพได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะการตัดต่อขั้นสูง</p>



<p><strong>Sugon Baek: </strong>เราต้องการสร้างประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นภาพวิดีโอในสไตล์ภาพยนตร์ได้ตั้งแต่ขณะถ่ายทำ พร้อมทั้งสามารถเลือกใช้ LUT และแชร์วิดีโอผ่าน Gallery ได้อย่างสะดวกภายในเพียงไม่กี่ขั้นตอนหรือเพียงแค่แตะครั้งเดียว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="370" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/05/08110213/05.jpg" alt="" class="wp-image-20228" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) Bomi Kim จาก Reality Media Lab ของ Samsung Research และ Sugon Baek จาก Camera Image Quality R&D Group ภายใต้ธุรกิจ MX</figcaption></figure>



<p><strong>คำถาม: การร่วมงานกับ U5K Imageworks เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร และ Cine LUT ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างไร?</strong></p>



<p><strong>Taesik Eom: </strong>ความร่วมมือของเราเริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณสองปีก่อน จากการให้คำปรึกษาด้าน Rec. 709 LUT สำหรับวิดีโอ Samsung Log ซึ่งในเวลานั้นเราได้ช่วยปรับโทนสีที่จัดจ้านให้ดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น และประสบการณ์ดังกล่าวก็กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนา Cine LUT สำหรับโปรเจกต์นี้ เราได้พัฒนา LUT หลากหลายเวอร์ชันใน 3 ระดับความเข้ม ได้แก่ neutral, soft และ strong พร้อมทดสอบในสภาพแวดล้อมและฉากที่หลากหลาย ก่อนจะคัดเลือกออกมาเป็น 4 สไตล์หลักที่เหมาะสมที่สุด</p>



<p><strong>Bomi Kim:</strong> จากแนวทางด้านสีที่ U5K วางไว้ ทีมงานของเราได้นำมาตรวจสอบและประเมินผลตามเกณฑ์เชิงปริมาณ เพื่อให้มั่นใจว่าฟีเจอร์จะสามารถทำงานได้อย่างสม่ำเสมอในหลากหลายสภาพแวดล้อม ก่อนจะนำมาปรับปรุงและทดสอบซ้ำอย่างต่อเนื่อง จนสามารถผสานทั้งเจตนาทางศิลปะและคุณภาพด้านเทคนิคเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="750" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/05/08110241/06.jpg" alt="" class="wp-image-20229" /><figcaption class="wp-element-caption">Taesik Eom ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ U5K Imageworks</figcaption></figure>



<p><strong>คำถาม: อะไรคือความท้าทายระหว่างการพัฒนา?</strong></p>



<p><strong>Bomi Kim: </strong>เราจำเป็นต้องใช้ชุดข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อทดสอบและตรวจสอบประสิทธิภาพของฟีเจอร์ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย การทดลองใช้งานจริง ทั้งในแสงธรรมชาติ แสงภายในอาคาร ช่วงเวลากลางวันและกลางคืน รวมถึงการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างทีม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถถ่ายทอดรายละเอียดอันละเอียดอ่อนของโทนสีออกมาได้อย่างแม่นยำ</p>



<p><strong>Sugon Baek: </strong>ความท้าทายสำคัญคือการรักษาความสม่ำเสมอของสี และทำให้สีที่ได้ไม่ผิดเพี้ยนในแต่ละสภาพแวดล้อม ผ่านการทดสอบและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เราจึงสามารถพัฒนา LUT ที่สร้างสมดุลระหว่างความชอบเชิงอารมณ์ความรู้สึกของผู้ใช้งาน และคุณภาพของภาพในเชิงเทคนิคได้อย่างลงตัว</p>



<p><strong>คำถาม: อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างลุคภาพที่เหมาะสมสำหรับสมาร์ทโฟน?</strong></p>



<p><strong>Taesik Eom: </strong>สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้ฟีเจอร์สามารถทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือในสภาพแวดล้อมจริง เนื่องจากปัจจัยอย่างแสง การรับแสง และ White Balance มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราจึงมุ่งเน้นการพัฒนาลุคภาพที่ยังคงดูเป็นธรรมชาติได้ในทุกสถานการณ์</p>



<p><strong>Bomi Kim: </strong>คุณภาพคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุด ทีมงานได้วิเคราะห์ในระดับรายเฟรม พร้อมตรวจสอบประสิทธิภาพด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง เช่น color charts, gray balance และ vector scopes เพื่อให้มั่นใจว่าภาพที่ได้มีความแม่นยำและคงคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ</p>



<p><strong>คำถาม: เพราะเหตุใดจึงเลือกทั้ง 4 สไตล์นี้สำหรับ Galaxy S26 Series?</strong></p>



<p><strong>Sugon Baek: </strong>เราได้ศึกษาภาษาทางภาพของภาพยนตร์ในหลากหลายแนว และคัดเลือกออกมาเป็น 4 สไตล์ตัวแทนที่โดดเด่น ตั้งแต่ Blockbuster ที่เน้นคอนทราสต์จัดจ้าน, Coming-of-age ที่ให้ความรู้สึกสดใหม่, Romance ที่อบอุ่นละมุน ไปจนถึง Thriller ที่ถ่ายทอดอารมณ์ลึกลับและชวนติดตาม โดยแต่ละโทนสีได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยเปลี่ยนฉากในชีวิตประจำวัน ให้ดูมีบรรยากาศและอารมณ์แบบภาพยนตร์ได้อย่างทันที</p>



<figure class="wp-block-video"><video playsinline controls src="https://img.global.news.samsung.com/global/wp-content/uploads/2026/05/06145725/Samsung-LUT-Application-Demo-EN.mp4"></video><figcaption class="wp-element-caption">ผู้ใช้งานสามารถพรีวิวเอฟเฟกต์ Cine LUT ได้แบบเรียลไทม์ขณะถ่ายวิดีโอในโหมด Log พร้อมทั้งสามารถนำ LUT ไปปรับใช้กับฟุตเทจที่บันทึกไว้ได้อย่างสะดวกผ่านเครื่องมือตัดต่อภายในตัวเครื่อง</figcaption></figure>



<p></p>



<p><strong>คำถาม: แนะนำให้เลือกใช้ Cine LUT สไตล์ใดในแต่ละสถานการณ์?</strong></p>



<p><strong>Taesik Eom:</strong> ไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับบรรยากาศและอารมณ์ของแต่ละสถานการณ์ โดย Blockbuster เหมาะกับฉากที่มีคอนทราสต์สูง เช่น ฉากกลางแจ้งหรือวิวเมือง, Coming-of-age เหมาะกับบรรยากาศนุ่มนวล ทันสมัย อย่างคาเฟ่หรือวิดีโอสไตล์ Vlog, Romance ช่วยเพิ่มความอบอุ่นและอารมณ์ละมุนให้กับฉากที่เน้นตัวละคร ขณะที่ Thriller จะช่วยสร้างความรู้สึกโดดเด่น ลึกลับ และชวนติดตามมากยิ่งขึ้น</p>



<p><strong>คำถาม: อะไรคือสิ่งที่โดดเด่นที่สุดจากเสียงตอบรับของผู้ใช้งาน?</strong></p>



<p><strong>Sugon Baek: </strong>ในตอนแรก เราคาดว่าผู้ใช้งานอาจมองว่า Cine LUT เป็นเพียงเอฟเฟกต์วิดีโอรูปแบบหนึ่งเท่านั้น แต่ผลตอบรับที่ได้รับกลับเหนือความคาดหมายอย่างมาก ผู้ใช้งานจำนวนมากสามารถรับรู้ได้ทันทีว่า การผสานการถ่ายวิดีโอแบบ Log เข้ากับ Cine LUT ช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์งานวิดีโอ ที่ก้าวไปไกลกว่าการใช้ฟิลเตอร์ทั่วไป นอกจากนี้ เรายังเห็นผู้ใช้งานเริ่มเลือกสไตล์ LUT ให้เหมาะกับบรรยากาศของแต่ละฉากมากขึ้น พร้อมมีการแชร์วิดีโอคุณภาพสูงบนโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย ซึ่งยังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดรูปแบบการสร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ ตามมาอีกด้วย</p>



<p><strong>คำถาม: แผนการต่อไปในอนาคตคืออะไร?</strong></p>



<p><strong>Sugon Baek: </strong>เราตั้งเป้าที่จะยกระดับให้ Galaxy S26 Series กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่มอบประสบการณ์กล้องระดับมืออาชีพได้อย่างแท้จริง เราหวังว่าจะได้เห็นคอนเทนต์ที่สามารถสร้างความรู้สึกร่วมทั้งกับผู้สร้างสรรค์และผู้รับชมมากยิ่งขึ้น และซัมซุงจะยังคงเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการสร้างสรรค์วิดีโออย่างต่อเนื่อง</p>



<p><strong>Bomi Kim</strong><strong>:</strong> ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของเราคือการค้นหาและพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต ผ่านการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับหน่วยธุรกิจต่าง ๆ เพื่อผลักดันเทคโนโลยีเหล่านั้นสู่ผลิตภัณฑ์จริง และมอบประสบการณ์ใหม่ที่สร้างสรรค์ให้แก่ผู้ใช้งานทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="749" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/05/08110411/07.jpg" alt="" class="wp-image-20230" /><figcaption class="wp-element-caption">Sugon Baek, Taesik Eom และ Bomi Kim ร่วมรับชมวิดีโอที่มีการประยุกต์ใช้ Cine LUT</figcaption></figure>



<p>Cine LUT บน Galaxy S26 Series ถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของหลากหลายทีม เพื่อเปลี่ยนทุกช่วงเวลาในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นภาพวิดีโอที่เปี่ยมด้วยอารมณ์และบรรยากาศแบบภาพยนตร์ นอกเหนือจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ฟีเจอร์นี้ยังสะท้อนถึงอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการทำให้การสร้างสรรค์วิดีโอเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการลดข้อจำกัดที่เคยสงวนไว้สำหรับมืออาชีพ และเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถถ่ายทอดตัวตนและจินตนาการของตนเองได้อย่างอิสระ</p>



<p>Heesub Han ผู้กำกับสายโฆษณาและสารคดี ได้สร้างสรรค์ภาพยนตร์สั้นชุดพิเศษด้วย Galaxy S26 Ultra ผ่านการใช้งาน APV codec และ Samsung Log โดยสามารถรับชมทั้งเบื้องหลังการถ่ายทำและภาพยนตร์สั้น เพื่อสัมผัสศักยภาพและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของ Cine LUT ได้ผ่านวิดีโอด้านล่างนี้</p>



<figure class="wp-block-video"><video playsinline controls src="youtube.com/watch?v=FdVw-OG6j-Y&time_continue=2&source_ve_path=MjM4NTE&embeds_referring_euri=https%3A%2F%2Fnews.samsung.com%2F"></video></figure>



<figure class="wp-block-video"><video playsinline controls src="youtube.com/watch?v=OxKiV7mcxIA&time_continue=1&source_ve_path=MjM4NTE&embeds_referring_euri=https%3A%2F%2Fnews.samsung.com%2F"></video></figure>



<p></p>



<p><strong>เชิงอรรถ</strong></p>



<p>1. เทคนิคที่ใช้เส้นโค้งแบบลอการิทึม (Logarithmic Curve) เพื่อช่วยขยายรายละเอียดในบริเวณเงามืด แม้เซ็นเซอร์กล้องจะบันทึกค่าความสว่างอย่างสม่ำเสมอ แต่สายตามนุษย์สามารถรับรู้ความเปลี่ยนแปลงในส่วนเงามืดได้ละเอียดกว่า Log จึงช่วยให้ฟุตเทจสามารถถ่ายทอดภาพได้ใกล้เคียงกับการมองเห็นตามธรรมชาติมากยิ่งขึ้น<br>2. ความนุ่มนวลและความแม่นยำของการไล่ระดับโทนสีในภาพ หรือการเปลี่ยนผ่านระหว่างส่วนสว่างและส่วนมืดของภาพอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ</p>
]]></content:encoded>
													<enclosure url="https://img.global.news.samsung.com/global/wp-content/uploads/2026/05/06144348/Samsung-Log-Videos-LUT-Thriller-Blaockbuster.mp4" length="34612301" type="video/mp4" />
<enclosure url="https://img.global.news.samsung.com/global/wp-content/uploads/2026/05/06145525/Samsung-Log-Videos-LUT-Coming-of-age-Romance.mp4" length="34390811" type="video/mp4" />
<enclosure url="https://img.global.news.samsung.com/global/wp-content/uploads/2026/05/06145725/Samsung-LUT-Application-Demo-EN.mp4" length="17324976" type="video/mp4" />
							</item>
			</channel>
</rss>