<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><?xml-stylesheet title="XSL_formatting" type="text/xsl" href="https://news.samsung.com/th/wp-content/plugins/sw_rss/sw_rss.xsl"?><rss version="2.0"
     xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
     xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
     xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
     xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>
	<channel>
		<title>Sustainability Committee &#8211; Samsung Newsroom ประเทศไทย</title>
		<atom:link href="https://news.samsung.com/th/tag/sustainability-committee/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
		<link>https://news.samsung.com/th</link>
        <image>
            <url>https://img.global.news.samsung.com/image/newlogo/logo_samsung-newsroom_th.png</url>
            <title>Sustainability Committee &#8211; Samsung Newsroom ประเทศไทย</title>
            <link>https://news.samsung.com/th</link>
        </image>
        <currentYear>2022</currentYear>
        <cssFile>https://news.samsung.com/th/wp-content/plugins/sw_rss/sw_rss_xsl.css</cssFile>
		<description>What's New on Samsung Newsroom</description>
		<lastBuildDate>Wed, 22 Apr 2026 11:33:14 +0000</lastBuildDate>
		<language>en-US</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
					<item>
				<title>ซัมซุงเผยกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ล่าสุด</title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4?utm_source=rss&amp;utm_medium=direct</link>
				<pubDate>Fri, 16 Sep 2022 17:33:18 +0000</pubDate>
						<category><![CDATA[กิจกรรมเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture Research Institute]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Reduction Verification Committee]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy Z Fold4]]></category>
		<category><![CDATA[RE100]]></category>
		<category><![CDATA[SAIT]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Advanced Institute of Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Committee]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/3LyLYlz</guid>
									<description><![CDATA[&#8211; พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ด้วยการตบเท้าเข้าร่วม RE100 &#8211;]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #2886bd;"><strong><em>&#8211; พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี </em></strong><em>2050 </em><strong><em>ด้วยการตบเท้าเข้าร่วม </em></strong><em>RE100</em></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #2886bd;"><strong><em>&#8211; คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ประหยัดพลังงานเพื่อสนับสนุนให้ผู้บริโภครักษ์โลกไปด้วยกัน</em></strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #2886bd;"><strong><em>&#8211; ลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ เช่น เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนและบำบัดอากาศเพื่อโลกที่ดีขึ้นกว่าเดิม</em></strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="youtube_wrap"><iframe src="https://www.youtube.com/embed/NSLR700LMNo?rel=0" width="300" height="150" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"><span style="display: inline-block; width: 0px; overflow: hidden; line-height: 0;" data-mce-type="bookmark" class="mce_SELRES_start"></span></iframe></div>
<p><span>ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ แถลงเปิดตัวกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ เป็นการผนึกกำลังครั้งยิ่งใหญ่ในการต่อสู้กับสภาวะ<br />
การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งรวมถึงพันธะสัญญาในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และแผนที่จะนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ ตลอดจนการลงทุนในงบวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ประหยัดพลังงาน ด้วยการใช้พลังงานน้ำหมุนเวียนให้มากขึ้นและการพัฒนาเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน</span></p>
<p><span> </span></p>
<p>โดยสาระสำคัญของพันธะสัญญานี้คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ <strong>(</strong>Scope 1 และ Scope 2<strong>) </strong>ในทุกด้านของการดำเนินงานที่เกี่ยวกับกลุ่มธุรกิจ Device eXperience<strong> (</strong>DX<strong>) </strong>ภายในปี 2030 และยังรวมถึงการดำเนินงานทั่วโลก ซึ่งรวมถึงกลุ่ม Device Solutions <strong>(</strong>DS<strong>) </strong>ให้ได้ภายในปี 2050 ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจ DX ครอบคลุมถึงอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคส์เพื่อผู้บริโภค อาทิ Mobile eXperience หน้าจอแสดงผล อุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ เครือข่ายและอุปกรณ์ทางด้านสุขภาพและทางการแพทย์ ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ DS ครอบคลุมงานด้าน หน่วยความจำ ระบบ LSI และ โรงผลิตชิ้นส่วนต่างๆ</p>
<p><strong> </strong></p>
<p>นอกจากนี้ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ยังได้เข้าร่วมกลุ่ม RE100 ซึ่งเป็นการรวมตัวระดับโลกของกลุ่มผู้ประกอบการด้านพลังงานเพื่อผลักดันให้มีการผลิตและใช้พลังงานหมุนเวียนแบบ 100<strong>% </strong>ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสืบสานปณิธาน ซัมซุงมีแผนที่จะเปลี่ยนการใช้พลังงานในทุกประเทศที่ได้เข้าไปดำเนินธุรกิจ ให้ใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งสิ้นภายในห้าปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยแผนงานทั้งหมดได้รับแรงบันดาลใจมาจากความตั้งมั่นของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ที่จะเอาชนะการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ ซึ่งส่งผลให้การดำเนินงานตลอดจนการลงทุนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยซัมซุงได้พัฒนาเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ๆ และนำมาปรับใช้เพื่อสานต่อความยั่งยืนของทุกคน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือหนึ่งในสิ่งที่ท้าทายมวลมนุษยชาติที่สุด และผลของการนิ่งเฉยคือสิ่งที่เลวร้ายจนคาดไม่ถึง ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวคือหน้าที่ความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน รวมถึงภาครัฐและภาคเอกชน” <strong>จอง ฮี ฮาน </strong><strong>รองประธาน ซีอีโอ และผู้อำนวยการฝ่ายสร้างประสบการณ์ลูกค้า บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด </strong>กล่าว “ซัมซุงกำลังตอบสนองกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศนี้ด้วยแผนการดำเนินธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้เราสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปรับเปลี่ยนการทำงานโดยคำนึงถึงความยั่งยืน ตลอดจนพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อโลกที่ดีขึ้นของเรา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ พันธะสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ยังครอบคลุมไปถึงความพยายามขององค์กรในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ให้ครบวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ของสินค้านั้นๆ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ จนถึงการรีไซเคิลและการกำจัด ทั้งนี้แผนธุรกิจนี้ยังรวมไปถึงการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดการใช้พลังงานในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ ซัมซุงยังมีแผนที่จะพัฒนาเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดจนใช้เทคโนโลยีเพื่อบำบัดสารอันตรายที่ล่องลอยอยู่ในอากาศอีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพื่อเป็นการแสดงถึงความตระหนักในความต้องการของนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์มีแผนที่จะลงทุนเป็นมูลค่ากว่า 7 ล้านล้านวอน ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมครั้งนี้ภายในปี 2030 ซึ่งรวมไปถึงการลดการปล่อยก๊าซ อนุรักษ์น้ำ ดูแลเรื่องการจัดเก็บขยะอิเลคโทรนิคส์ และลดมลพิษ โดยการลงทุนในครั้งนี้ยังไม่รวมถึงต้นทุนของแผนที่จะนำพลังงานหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ทั้งทางตรงและทางอ้อมภายในปี </u></strong><strong><u>2050</u></strong></p>
<p>ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ มีแผนที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ทั้งทางตรงและทางอ้อมภายในปี 2050 และให้กลุ่มธุรกิจ DX บรรลุเป้าหมายภายในปี 2030 การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อมในครั้งนี้ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์คาดว่าจะสามารถลดค่าคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าได้สูงถึง 17 ล้านตัน เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลในปี 2021</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการขับเคลื่อนความพยายามครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์มีแผนที่จะลงทุนอย่างมหาศาลในนวัตกรรมเทคโนโลยีที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถลดการปล่อยก๊าซต่างๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และติดตั้งจุดบำบัดต่างๆ ในไลน์การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายในปี 2030 ยิ่งไปกว่านั้น ซัมซุง อิเลกโทรนิคส์ยังมีแผนที่จะขยายพื้นที่ที่จะนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ และใช้พลังงานความร้อนด้วยไฟฟ้าแทนการใช้ความร้อนจากก๊าซธรรมชาติเหลวใน Boiler</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ยังได้ตบเท้าเข้าร่วม RE100 ด้วยความตั้งมั่นที่จะร่วมมือร่วมใจลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทางอ้อม จากการใช้พลังงาน และนำพลังงานหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ในทุกโรงงานทั่วโลกภายในปี 2050 และเพื่อเป็นการตอบสนองต่อนโยบายดังกล่าว ซัมซุง อิเลกโทรนิคส์มีแผนที่จะให้ทุกกิจการที่ดำเนินการนอกประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งรวมถึงกลุ่มธุรกิจ DX ดำเนินธุรกิจโดยใช้พลังงานหมุนเวียนภายในระยะเวลาห้าปี โดยบริษัทมีแผนที่จะจัดหาพลังงานหมุนเวียนด้วยการลงนามในสัญญาข้อตกลงการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าขึ้นมาใช้เอง<strong>(</strong>PPA<strong>) </strong>รวมถึงการขอซื้อใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน และการเข้าร่วมโปรแกรม Green Pricing</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><u> </u></p>
<p>ซัมซุงมีเป้าหมายหลักในการเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งสิ้นคือปี 2565 สำหรับธุรกิจในประเทศแถบเอเชียตะวันตกเฉียงใต้และเวียดนาม ภายในปี 2025 สำหรับประเทศแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ภายในปี 2027 สำหรับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้<span>  </span>กลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช และประเทศแอฟริกา ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกา จีน และยุโรป ซึ่งได้มีการดำเนินการไปบ้างแล้ว ซัมซุง อิเลคโทรนิสค์มีแผนที่จะเริ่มลงมือขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนด้วยการลงนามในสัญญาข้อตกลงการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าขึ้นมาใช้เอง (PPA)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นับได้ว่า RE100 ในประเทศเกาหลีใต้เป็นพื้นที่ที่มีความท้าทายในการจัดหาพลังงานหมุนเวียนเป็นอย่างยิ่ง เพราะพื้นที่บริเวณดังกล่าวหนาแน่นไปด้วยฐานการผลิตของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ แต่ในตลาดพลังงานหมุนเวียน การจัดซื้อในภาคธุรกิจเองก็เริ่มมีการเจริญเติบโตและมีไม่เพียงพอ นอกจากนี้ ความต้องการพลังงานไฟฟ้าในโรงผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์เองก็ยังมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นตามกำลังการผลิตของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ที่ต้องการตอบสนองความต้องการทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ซัมซุงมีความตั้งมั่นที่จะใช้พลังงานหมุนเวียนให้ได้อย่างเต็มที่เพราะตระหนักถึงภาวะการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะอากาศ ที่ต้องลงมือแก้ไขอย่างเร่งด่วน ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังมีแผนที่จะผนึกกำลังร่วมกับบรรดาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจ ซึ่งรวมถึงผู้ผลิตรายอื่นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี องค์กรนานาชาติ และ NGOs กลุ่มต่างๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>ผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงานขั้นสุดและการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน</u></strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>ส่วนหนึ่งของการปฏิญาณตนในการดูแลรักษาโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นคือการผลิตสินค้าที่ประหยัดพลังงาน ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า ไซเคิลของสินค้าเหล่านี้ถูกผลิตผ่านแนวคิดของความยั่งยืนนับตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การกำจัด และการนำกลับมาใช้ใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เซมิคอนตักเตอร์แบบประหยัดพลังงานพิเศษและเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน</strong></p>
<p>ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ มีแผนที่จะพัฒนาเทคโนโลยีประหยัดพลังงานเพื่อลดการใช้พลังงานในกลุ่มสินค้าอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคส์เพื่อผู้บริโภค ซึ่งทั้งหมดนี้ รวมไปถึงการพัฒนาโมเมรีชิปรุ่นประหยัดพลังงานแบบใหม่ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้ลดการใช้พลังงานของหน่วยความจำของสมาร์ทโฟนภายในปี 2025 ที่ใช้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับโมเดลในปัจจุบัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะปรับใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงานในโมเดลหลักของกลุ่มสินค้าอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคส์เพื่อผู้บริโภค 7 ชนิดด้วยกัน ซึ่งประกอบไปด้วย สมาร์ทโฟน ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ ทีวี มอนิเตอร์และพีซี โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ลดการใช้พลังงานลงโดยเฉลี่ย 30% ภายในปี 2030เมื่อเทียบกับสินค้าสเปคเดียวกันในปี 2019</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในอนาคตข้างหน้า ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์มีแผนที่จะกำหนดเป้าหมายระยะกลางถึงระยะยาวในการลดการปล่อยก๊าซใน Value Chain (Scope3) นอกจากนี้ ซัมซุงเองก็จะมุ่งเน้นสรรหากรรมวิธีใหม่ๆ ในการลดการปล่อยก๊าซในส่วนธุรกิจ Supply Chain การขนส่ง และการนำทรัพยาการกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงการสนับสนุนคู่ค้าทางธุรกิจให้กำหนดเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเช่นกัน</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>การใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างรู้คุณค่าตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (</strong><strong>Product Lifecycle</strong><strong>)</strong></p>
<p>ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ มีความตั้งมั่นที่จะทุ่มเทการพัฒนาทรัพยากรหมุนเวียนตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบ จนถึงการจำกัดและนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกชิ้นส่วนที่ถูกใช้งานจะส่งผลเสียต่อธรรมชาติน้อยที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยทั้งหมดจะเริ่มต้นที่การประเมินทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้ในขั้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ได้สร้างห้องปฏิบัติการระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy Lab) ขึ้นใหม่ เพื่อใช้วิจัยและทดสอบเทคโนโลยีการรีไซเคิลวัตถุและสกัดทรัพยากรจากขยะ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในระบบทรัพยากรหมุนเวียน นอกจากนี้ ซัมซุง<br />
อิเลคโทรนิคส์ยังมีแผนที่จะวางระบบในการนำแร่ที่ได้จากการสกัดถ่านที่ไม่ใช้แล้ว ให้นำกลับมาใช้ได้ใหม่ภายในปี 2030</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และในกรอบเวลาเดียวกัน บริษัทยังตั้งเป้าหมายที่จะใช้พลาสติกรีไซเคิลกว่า 50% ในการผลิตสินค้าที่ใช้พลาสติกของตนเอง และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 100% ในปี 2050 โดยในปัจจุบัน Galaxy Z Fold4 ได้เริ่มใช้พลาสติกรีไซเคิลบางส่วนจากอวนหาปลาที่ไม่ใช้แล้ว ซึ่งความสำเร็จนี้จะถูกถ่ายทอดไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในระยะเวลาอันใกล้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับการตอกย้ำความยั่งยืนของสินค้า ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์มีแผนที่จะขยายส่วนงานในการเก็บขยะอิเล็กโทรนิคส์จาก 50 ประเทศในปัจจุบันเป็น 180 ประเทศภายในปี 2030 ด้วยแผนงานนี้ บริษัทคาดการณ์ว่าจะสามารถจัดเก็บขยะอิเล็กโทรนิคส์ได้กว่า 10 ล้านตันในระหว่างปี 2009 ถึง 2050 โดยเป้าหมายสูงสุดในอุตสาหกรรมคือรวมแล้วได้ 25 ล้านตันภายในปี 2050 นอกจากนี้ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ยังมีแผนที่จะโปรโมทโมเดลการชุบชีวิตของเหลือให้มีคุณค่า โดยการจัดเก็บสมาร์ทโฟนที่ใช้แล้วและนำกลับมาใช้ใหม่ในจุดประสงค์ที่ต่างออกไป เช่น อุปกรณ์ IoT (Internet of Things)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>มาตรการการอนุรักษ์น้ำและบำบัดมลพิษ</u></strong></p>
<p><span> </span>ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์มีแผนที่จะใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่าที่สุด ในขณะที่กำลังการผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศเติบโตขึ้น ความต้องการในการดึงน้ำไว้ใช้ในผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศเกาหลีใต้ก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นสองเท่าตัวในปี 2030 เมื่อเทียบกับปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ซัมซุงมีความตั้งใจอย่างแท้จริงที่ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า จึงมีแผนว่าจะรักษาการดึงน้ำไว้ใช้ในการผลิตให้อยู่ในระดับเดียวกับปี 2021</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับกลุ่มธุรกิจ DX บริษัทมีแผนที่จะโปรโมทการใช้น้ำหมุนเวียนโดยการปรับปรุงบ่อบำบัดและฟื้นฟูสภาพน้ำให้กลับมาปริมาณเท่าเดิมกับที่ใช้เมื่อถึงปี2030 ผ่านโปรเจกต์ต่างๆ อาทิ การพัฒนาคุณภาพน้ำ และการฟื้นฟูแหล่งน้ำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในขณะเดียวกัน ส่วนธุรกิจ DS ก็มีเป้าหมายที่จะใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการขจัดมลพิษในน้ำและอากาศที่ถูกปล่อยออกมาในระหว่างที่ผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ โดยจะเป็นการบำบัดก่อนที่จะปล่อยสู่แหล่งที่มาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าพวกเขาสร้างมลภาวะต่อโลกน้อยที่สุดในปี 2040</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ทั้งเครือ ยังมีแผนที่จะขอรับรอง Zero Waste to Landfill Certification ระดับแพลททินัมให้กับทุกธุรกิจทั่วโลก ซึ่งรับรองโดยองค์กรชั้นนำระดับโลกอย่าง Underwriters Laboratories (UL) ภายในปี 2025</p>
<p><strong><u> </u></strong></p>
<p><strong><u>ลงทุนและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน</u></strong></p>
<p>ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์มีความตั้งใจที่จะใช้เทคโนโลยีชั้นนำของตนเองต่อกรกับสภาวะเปลี่ยนแปลงของอากาศที่ท้าทาย โดยบริษัทจะเน้นไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนเพื่อลดปริมาณคาร์บอนลง ตลอดจนเทคโนโลยีการฟอกอากาศเพื่อลดปริมาณสสารต่างๆ ในอากาศ ซึ่งในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะอากาศแปรปรวน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยซัมซุงได้จัดตั้ง The Carbon Capture Research Institute ขึ้นภายใน Samsung Advanced Institute of Technology (SAIT) ในเดือนกันยายน 2021ซึ่งนับได้ว่าเป็นการก่อตั้งครั้งแรกในธุรกิจการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยพันธกิจหลักในการจัดตั้งครั้งนี้คือเพื่อพัฒนาและสร้างเทคโนโลยีที่สามารถดักจับคาร์บอน ซึ่งจะสามารถทำให้ผู้ผลิตสามารถกักเก็บคาร์บอนที่ได้จากกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจะเริ่มใช้กับไลน์การผลิตตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไปและจะถูกใช้ในส่วนอื่น รวมถึงบริษัทคู่ค่าทางธุรกิจต่อไปในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีการฟอกอากาศ รวมถึงระบบกรองอากาศแบบใหม่ ที่จะลดสสารและมีแพลนที่จะกับชุมชนต่างๆ ด้วยภายในปี 2030</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ยังมีแผนที่จะเฟ้นหาและร่วมลงทุนกับบริษัทสตาร์ทอัพที่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยพร้อมที่จะรับฟังไอเดียใหม่ๆ และสนับสนุนโปรเจกต์ต่างๆ ที่สามารถรับมือกับปัญหาสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงของโลกได้ ผ่าน C-Lab โครงการภายในเครือที่ไว้ดูแลสตาร์ทอัพและเร่งติดตามให้ธุรกิจเติบโต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>การตรวจสอบและความโปร่งใส</u></strong></p>
<p>เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์จะเปิดให้แผนการดำเนินงานของตนเอง และสามารถตรวจสอบโดยองค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยกิจการจะถูกประเมินผ่านมาตรฐานการรับรอง Samsung Institute of EHS Strategy และตรวจสอบอีกครั้งโดย Carbon Reduction Verification Committee ที่จะรวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยบริษัทยังได้จัดทำแผนกลยุทธ์สำหรับเป้าหมายทางด้านสิ่งแวดล้อมแต่ละอัน ซึ่งรวมไปถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งทั้งหมดนี้ ยังสามารถที่จะติดตามความคืบหน้าเพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีการติดตามอย่างต่อเนื่องโดยสภาความยั่งยืน (Sustainability Council) ซึ่งนำทัพโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และยังมีคณะกรรมการความยั่งยืน (Sustainability Committee) ซึ่งประกอบไปด้วยผู้บริหารต่างๆ อีกจำนวนหนึ่งอีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;">
]]></content:encoded>
																				</item>
			</channel>
</rss>
