<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><?xml-stylesheet title="XSL_formatting" type="text/xsl" href="https://news.samsung.com/th/wp-content/plugins/btr_rss/btr_rss.xsl"?><rss version="2.0"
     xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
     xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
     xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
     xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	 xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>
	<channel>
		<title>Samsung Knox &#8211; Samsung Newsroom ประเทศไทย</title>
		<atom:link href="https://news.samsung.com/th/tag/samsung-knox/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
		<link>https://news.samsung.com/th</link>
        <image>
            <url>https://img.global.news.samsung.com/image/newlogo/logo_samsung-newsroom.png</url>
            <title>Samsung Knox &#8211; Samsung Newsroom ประเทศไทย</title>
            <link>https://news.samsung.com/th</link>
        </image>
        <currentYear>2026</currentYear>
        <cssFile>https://news.samsung.com/th/wp-content/plugins/btr_rss/btr_rss_xsl.css</cssFile>
		<description>What's New on Samsung Newsroom</description>
		<lastBuildDate>Fri, 30 Oct 2026 18:06:44 +0000</lastBuildDate>
		<language>en-US</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
					<item>
				<title><![CDATA[ครั้งแรกของไทยกับ Samsung Wallet ใช้มือถือซัมซุงแตะขึ้นรถไฟฟ้า BTS รถ BRT และเรือด่วนเจ้าพระยา เริ่มทยอยอัปเดตใช้ได้ตั้งแต่ 20 ตุลาคมนี้ พร้อมแตะขึ้น MRT และรถเมล์ ขสมก. ได้ภายในสิ้นปี 2569]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-samsung-wallet-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89</link>
				<pubDate>Tue, 20 Oct 2026 17:07:42 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/10/20212154/First-in-Thailand-Samsung-Wallet-Brings-Samsung-All-Terrains-Tap-and-Ride_new-Thumb728.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Nattaporn Boonprapa]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[Rabbit Virtual Card]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Knox]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Wallet]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/4ejgbV2</guid>
									<description><![CDATA[นายสิทธิโชค นพชินบุตร (กลาง) President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ร่วมกับ นายสุมิตร ศรีสันติธรรม (ซ้าย)ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ นายคิน พอง เคลวิน เหลียง (ขวา) กรรมการผู้จัดการบริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด (บัตรแรบบิท) เปิดตัวบริการใหม่ของ “Samsung Wallet” ใช้มือถือซัมซุงแตะขึ้นรถไฟฟ้า BTS รถโดยสารด่วนพิเศษ BRTและเรือด่วนเจ้าพระยา ได้แล้วเป็นครั้งแรกในไทยอย่างเป็นทางการ เพียงเพิ่มบัตรแรบบิท หรือ Rabbit Virtual Card ใน “Samsung Wallet” โฉมใหม่บนมือถือ Samsung Galaxy รุ่นที่รองรับ ซัมซุงประกาศยกระดับประสบการณ์การเดินทางและการใช้ชีวิตของชาว “กรุงเทพเนทีฟ” ให้สะดวกขึ้น […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[
<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-full"><img width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/10/20164603/First-in-Thailand-Samsung-Wallet-Brings-Samsung-All-Terrains-Tap-and-Ride_Main1.jpg" alt="" class="wp-image-22374" /></figure>
</div>



<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-full"><img width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/10/20164601/First-in-Thailand-Samsung-Wallet-Brings-Samsung-All-Terrains-Tap-and-Ride_Main2.jpg" alt="" class="wp-image-22373" /></figure>
</div>



<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-full"><img width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/10/20164559/First-in-Thailand-Samsung-Wallet-Brings-Samsung-All-Terrains-Tap-and-Ride_Main3.jpg" alt="" class="wp-image-22372" /></figure>
</div>
</div>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center">นายสิทธิโชค นพชินบุตร (กลาง) President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ร่วมกับ นายสุมิตร ศรีสันติธรรม (ซ้าย)<br>ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ นายคิน พอง เคลวิน เหลียง (ขวา) กรรมการผู้จัดการ<br>บริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด (บัตรแรบบิท) เปิดตัวบริการใหม่ของ “Samsung Wallet” ใช้มือถือซัมซุงแตะขึ้นรถไฟฟ้า BTS รถโดยสารด่วนพิเศษ BRT<br>และเรือด่วนเจ้าพระยา ได้แล้วเป็นครั้งแรกในไทยอย่างเป็นทางการ เพียงเพิ่มบัตรแรบบิท หรือ Rabbit Virtual Card ใน “Samsung Wallet” โฉมใหม่<br>บนมือถือ Samsung Galaxy รุ่นที่รองรับ</h4>



<p class="has-text-align-left">ซัมซุงประกาศยกระดับประสบการณ์การเดินทางและการใช้ชีวิตของชาว “กรุงเทพเนทีฟ” ให้สะดวกขึ้น ด้วยการใช้สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy เป็นจุดเชื่อมต่อ รวมทุกสิ่งที่จำเป็นในการเดินทาง ด้วย Samsung Wallet แอปเวอร์ชันใหม่ โดยผู้ใช้ Samsung Galaxy รุ่นที่รองรับจะสามารถเพิ่ม Rabbit Virtual Card บน Samsung Wallet เพื่อแตะขึ้นรถไฟฟ้า BTS, รถ BRT และเรือด่วนเจ้าพระยาได้ โดยจะเริ่มทยอยใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม และใช้ได้ครบตามรุ่นที่รองรับ ในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมมอบสิทธิพิเศษเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในอัตรา 20 บาทตลอดสาย ทุกสาย จำนวน 10,000 บัตร โดยสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป และใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด</p>



<p>แนวคิดของโครงการเกิดขึ้นจากวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ ที่ในหนึ่งวันอาจต้องเดินทางผ่านหลายรูปแบบและหลายบริการ ปัจจุบันกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีประชากรตามทะเบียนราษฎร์และประชากรแฝงที่เข้ามาเรียนและทำงานราว 11 ล้านคน โดยมีการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะรวมกว่า 4.5 ล้านคน-เที่ยวต่อวัน ขณะที่ระบบรางในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 1.43 ล้านคน-เที่ยวต่อวัน และประมาณ 46% ของผู้ใช้ระบบรางมีการเปลี่ยนสายอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ส่วนการเดินทางทางน้ำมีผู้โดยสารประมาณ 70,000 คนต่อวัน ซึ่งสะท้อนถึงการเดินทางในเมืองที่มีความซับซ้อนทั้งรูปแบบและระบบการจ่ายเงิน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="452" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/10/20164548/First-in-Thailand-Samsung-Wallet-Brings-Samsung-All-Terrains-Tap-and-Ride_Sitthichoke-Nopchinabutr_3-e1792558424564.jpg" alt="" class="wp-image-22364" style="object-fit:cover" /></figure></div>


<p><strong>นายสิทธิโชค นพชินบุตร</strong> President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “วันนี้สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนมีติดตัวอยู่แทบตลอดทั้งวัน ซัมซุงเชื่อว่าสมาร์ทโฟนควรทำได้มากกว่าการเป็นอุปกรณ์สื่อสาร จึงพัฒนา Samsung Wallet เพื่อทำให้ทุกสิ่งที่จำเป็นในการเดินทาง รวมอยู่ในที่เดียว ซึ่ง Samsung Wallet คือ แอปกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบครบวงจรที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึง Boarding Pass ใช้เป็น Digital Car Key แทนกุญแจรถ และ Smart Living ใช้เป็นกุญแจบ้าน กุญแจคอนโด หรือแทนบัตรพนักงาน เข้าอาคารออฟฟิศ และวันนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเมืองไทยที่ใช้มือถือแตะขึ้นรถไฟฟ้า BTS  ขึ้นรถ BRT และเรือโดยสารได้แล้ว ช่วยเชื่อมต่อให้ผู้ใช้เข้าถึงการเดินทางและการใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ลดสิ่งที่ต้องพก ต้องจำ และต้องจัดการระหว่างวัน โดยให้เทคโนโลยีช่วยจัดการความซับซ้อนเหล่านั้นอยู่เบื้องหลัง เป็นไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ที่แค่มี Samsung Galaxy ก็ออกจากบ้านได้ ไปแต่ตัว ไม่ต้องพกเยอะ”</p>



<h2 class="wp-block-heading">สมาร์ทโฟนช่วยจัดการชีวิตประจำวันได้มากขึ้น</h2>



<p>ภายใต้แนวคิดดังกล่าว Samsung Wallet จึงถูกพัฒนาขึ้น เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลอัจฉริยะ ปลอดภัยด้วยระบบ Samsung Knox ซึ่งปกป้องข้อมูลสำคัญของผู้ใช้ด้วยการจดจำลายนิ้วมือและการเข้ารหัส และรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลที่ละเอียดอ่อนไว้ในพื้นที่แยกส่วนต่างหากเพื่อช่วยป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น โดยช่วยรวบรวมสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันไว้บน Samsung Galaxy เครื่องเดียว เข้าถึงสิ่งจำเป็นได้อย่างรวดเร็ว เพียงปัดหน้าจอขึ้นเพื่อเปิดกระเป๋าเงินของคุณ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ใช้เป็นดิจิทัลคีย์แทนกุญแจรถ รองรับทั้งรูปแบบ NFC และ UWB (Ultra-Wideband) สำหรับรถ BMW และ MINI  รวมถึง Mercedes-Benz, Volvo, Lotus, Denza, และ BYD ในรุ่นที่รองรับ</li>



<li>ใช้แตะเพื่อปลดล็อกประตูบ้าน คอนโด เข้าประตูอาคารสำนักงานแทนบัตรพนักงานที่รองรับบัตร NFC</li>



<li>ใช้เป็น Boarding Pass เชื่อมโยงข้อมูลกับสายการบินชั้นนำของไทยอย่างการบินไทย และอีก 14 สายการบินทั่วโลกที่อัปเดตข้อมูลเกตและเวลาแบบเรียลไทม์ ไม่ต้องพก boarding pass แบบกระดาษ ไม่ต้องกลัวทำหาย</li>
</ul>



<p>โดยตั้งแต่วันที่ 20–26 ตุลาคม 2569 ซัมซุงจะทยอยอัปเดตแอป Samsung Wallet เวอร์ชันใหม่ โดยผู้ใช้ Samsung Galaxy รุ่นที่รองรับจะสามารถเพิ่ม Rabbit Virtual Card บน Samsung Wallet เพื่อแตะขึ้นขนส่งสาธารณะทั้ง รถไฟฟ้า BTS รถ BRT และเรือด่วนเจ้าพระยา ได้ทันที! ในแบบ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>แตะง่ายๆ Tap and Go ไม่ต้องเปิดหน้าจอ ไม่ต้องใส่รหัส</li>



<li>ถึงมือถือแบตหมดก็แตะได้</li>



<li>พร้อมทั้งฟรี! ค่าสมัครบัตร Virtual Card ใบแรก</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" width="1000" height="800" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/10/20164553/First-in-Thailand-Samsung-Wallet-Brings-Samsung-All-Terrains-Tap-and-Ride_Rabbit_BTS-e1792558123270.jpg" alt="" class="wp-image-22367" style="width:650px" /></figure></div>


<p><strong>รถไฟฟ้าบีทีเอส รวม </strong><strong>3 เส้นทาง คือ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สายสีเขียว (สายสุขุมวิท) ให้บริการเริ่มต้นจากสถานีเคหะสมุทรปราการ ไปสิ้นสุดที่สถานีคูคต</li>



<li>สายสีเขียว (สายสีลม) ให้บริการเริ่มต้นจากสถานีบางหว้าถึงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ</li>



<li>สายสีทอง ให้บริการเริ่มต้นจากสถานีกรุงธนบุรี เจริญนคร สิ้นสุดที่สถานีคลองสาน</li>
</ul>



<p><strong>รถไฟฟ้ามหานคร (</strong><strong>MRT สีเหลืองและสีชมพู) รวม 2 เส้นทาง คือ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สายสีเหลือง ให้บริการเริ่มต้นจากสถานีลาดพร้าว ไปสิ้นสุดที่สถานีสำโรง</li>



<li>สายสีชมพู ให้บริการเริ่มต้นจากสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ไปสิ้นสุดที่สถานีมีนบุรี</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" width="1000" height="804" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/10/20164555/First-in-Thailand-Samsung-Wallet-Brings-Samsung-All-Terrains-Tap-and-Ride_BRT-e1792558152804.jpg" alt="" class="wp-image-22369" style="width:650px" /></figure></div>


<p><strong>รถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที</strong><strong></strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ให้บริการตั้งแต่สถานีสาทร (เชื่อมต่อกับ BTS สถานีช่องนนทรี) ถึงสถานีราชพฤกษ์ (เชื่อมต่อกับ BTS สถานีตลาดพลู)</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" width="1000" height="846" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/10/20164554/First-in-Thailand-Samsung-Wallet-Brings-Samsung-All-Terrains-Tap-and-Ride_Chao-Phraya-Express-Boat-e1792558183290.jpg" alt="" class="wp-image-22368" style="width:650px" /></figure></div>


<p><strong>เรือโดยสารเพียงใช้แตะซื้อตั๋วเรือโดยสารที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ </strong><strong>(Kiosk) ที่ท่าเรือทั้ง 10 ท่าเรือ </strong>ได้แก่ ท่าสาทร-1<br>ท่าสาทร-2 ท่าราชวงศ์ ท่าราชินี ท่าช้าง-1 ท่าช้าง-2 ท่ามหาราช ท่าพรานนก ท่าพระอาทิตย์ และท่าเตียน เพื่อใช้บริการเรือโดยสารในเส้นทางต่อไปนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท (ธงฟ้า)</li>



<li>เรือด่วนเจ้าพระยา (ธงส้ม ธงเหลือง ธงเหลืองเขียว และธงแดง)</li>
</ul>



<p>นอกจากนี้ ซัมซุง ยังเตรียมแผนขยาย Mobility Ecosystem อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเพิ่มการรองรับ MRT สายสีม่วง สีแดง สีน้ำเงิน Airport Rail Link และรถเมล์ ขสมก. ภายในสิ้นปี 2569  ซึ่งจะทำให้มือถือซัมซุงสามารถเข้าไปช่วยเชื่อมต่อการเดินทางของคนกรุงเทพฯ ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading">เปลี่ยนความร่วมมือให้เป็นประโยชน์ที่ผู้ใช้สัมผัสได้จริง</h2>



<p>สำหรับการใช้งานแตะขึ้นขนส่งสาธารณะในครั้งนี้ ซัมซุง ได้ร่วมมือกับบริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด (บัตรแรบบิท) เป็นสมาชิกของบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) พันธมิตรที่สำคัญที่ช่วยผลักดันในการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกันเพื่อให้ Samsung Wallet สามารถรองรับ Rabbit Virtual Card ได้และเกิดเป็นโครงการที่มีประโยชน์แก่ผู้ใช้งานทั้งลูกค้าซัมซุงและประชาชนที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ</p>



<p>นอกจากความสะดวก อีกหนึ่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคนเมืองโดยตรงคือค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซัมซุงจึงมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในอัตรา 20 บาทตลอดสาย ทุกสาย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ได้ทดลองประสบการณ์การเดินทางผ่าน Samsung Wallet ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด</p>



<p>สำหรับสิทธิ์ดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะเที่ยวเดินทางสำหรับรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท (สีเขียวอ่อน) สายสีลม (สีเขียวเข้ม) สายสีทอง และสำหรับรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง และสายสีชมพู โดยจำกัดจำนวน 10,000 บัตรแรก ผู้ใช้จะได้รับ 2 สิทธิ์ต่อคนต่อบัตร และเปิดลงทะเบียนก่อนการเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผ่านทาง SMS พิมพ์ SAVE เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตร Rabbit Virtual Card 13 หลัก ส่งไปที่ 4694100 ค่าบริการครั้งละ 3 บาท หรือทาง LINE Official Account: SAMSUNG THAILAND โดยพิมพ์ SAVE เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตร Rabbit Virtual Card 13 หลัก ทั้งนี้ผู้มีสิทธิ์จะต้องชำระค่าโดยสายตามอัตราค่าโดยสารที่เกิดขึ้นจริงก่อน และจะได้รับเงินคืน (Cashback) สำหรับส่วนต่างระหว่างอัตราค่าโดยสารที่เรียกเก็บตามที่เกิดขึ้นจริงกับจำนวน 20 บาท โดยเงินคืนจะถูกโอนเข้าบัญชี Rabbit Wallet ที่ผูกกับบัตร Rabbit Virtual Card ของผู้ใช้งานในวันถัดไปหลังจากเดินทาง</p>



<h2 class="wp-block-heading">ตั้งเป้า 1 ล้านผู้ใช้ พร้อมผลักดันประสบการณ์การใช้งานจริงให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน</h2>



<p>ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569  Samsung Wallet มีผู้ใช้งานในประเทศไทยประมาณ 460,000 Samsung Accounts โดยมี Active Users ประมาณ 300,000 Accounts หรือคิดเป็น 65% มีการเติบโตจากปี 2568 ราว 2.5 เท่า โดยซัมซุงตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน Samsung Wallet เป็น 1 ล้าน Accounts ภายในปีหน้า พร้อมผลักดันสัดส่วน Active Users ขึ้นเป็น 80% </p>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/10/20164550/First-in-Thailand-Samsung-Wallet-Brings-Samsung-All-Terrains-Tap-and-Ride_Sitthichoke-Nopchinabutr_1.jpg" alt="" class="wp-image-22365" /></figure>
</div>



<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/10/20164547/First-in-Thailand-Samsung-Wallet-Brings-Samsung-All-Terrains-Tap-and-Ride_Sitthichoke-Nopchinabutr_2.jpg" alt="" class="wp-image-22363" /></figure>
</div>
</div>



<p><strong>นายสิทธิโชค</strong> กล่าวเสริมว่า “เราไม่ได้มอง 20 บาทเป็นเพียง Promotion แต่ช่วยส่งเสริมการสร้าง Behavior Change จากการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยเริ่มต้นสร้างความคุ้นเคยด้วยการเดินทางซึ่งเป็นหนึ่งในกิจวัตรที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดสำหรับชาวกรุงเทพเนทีฟ เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดประสบการณ์ใช้งานไปสู่ Travel, Digital Car Key, Smart Living รวมทั้งบริการอื่น ๆ ใน Galaxy Ecosystem นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าเราสามารถใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในมือถือเพื่อสร้างประโยชน์ที่สัมผัสได้จริง โดยซัมซุงมีเป้าหมายในการทำให้ประสบการณ์ของผู้เดินทางสะดวกและเข้าถึงง่าย All-in-one สามารถเชื่อมต่อได้อย่างไร้รอยต่อที่แท้จริง โดยไม่ต้องรอโครงการระบบตั๋วร่วม เมื่อมองภาพรวมในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้  Samsung Wallet จะครอบคลุมการเดินทางของคนกรุงเทพฯ ด้วยขนส่งสาธารณะได้ 100%”</p>



<h4 class="wp-block-heading"><em>หมายเหตุ: *สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รุ่นมือถือที่รองรับและเงื่อนไขการใช้งาน Samsung Wallet และ Rabbit Virtual Card รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขของข้อเสนอพิเศษเกี่ยวกับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์</em><a><em> </em></a><a href="https://www.samsung.com/th/apps/samsung-wallet/#rabbit" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><em>https://www.samsung.com/th/apps/samsung-wallet/#rabbit</em></a></h4>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="281" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/10/20164551/First-in-Thailand-Samsung-Wallet-Brings-Samsung-All-Terrains-Tap-and-Ride_KV.jpg" alt="" class="wp-image-22366" /></figure>
]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[[Editorial] เพราะ AI ไม่ได้ถูกสร้างมาให้คิดแทนคน แต่คือการเข้าใจทุกความต้องการของคุณ]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/editorial-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0-ai-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1</link>
				<pubDate>Wed, 08 Jul 2026 06:26:31 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/07/08105045/Samsung-Mobile-Galaxy-Unpacked-July-2026-TM-Roh-Editorial_Thumb728-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Nattaporn Boonprapa]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[Editorial]]></category>
		<category><![CDATA[Foldable]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy AI]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy Unpacked July 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Knox]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/4y8wdtl</guid>
									<description><![CDATA[ประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอยเดิม นวัตกรรมยิ่งใหญ่ที่เข้ามาเปลี่ยนโลก มักไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ที่ทรงพลังที่สุด แต่คือช่วงเวลาที่สิ่งประดิษฐ์เหล่านั้น เข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิตแต่ละวันของผู้คน ไฟฟ้าทำให้สังคมเปลี่ยนไป ไม่ใช่เพราะความยิ่งใหญ่ของโรงไฟฟ้า แต่เริ่มขึ้นเมื่อทุกบ้านเริ่มมีสวิตช์ไฟส่องสว่าง เช่นเดียวกับโลกอินเทอร์เน็ตที่เข้ามาอยู่ในมือเราด้วยพลังของเว็บเบราว์เซอร์ และสมาร์ทโฟนที่ทรงพลังขึ้นได้ก็เพราะระบบนิเวศของแอปพลิเคชัน ที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง AI ก็ไม่ต่างกัน เมื่อ AI มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน AI พัฒนาความฉลาดได้อย่างก้าวกระโดด และจะยังคงเป็นเช่นนั้นต่อไป แต่การจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนได้ เทคโนโลยีจะต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ความอัจฉริยะนี้จะเข้าถึงผู้คนได้ที่ไหน อย่างไร และจะอยู่ในมือของใคร คำตอบเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดบทบาทของ AI ในยุคต่อไปนั่นเอง วันนี้ AI ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ตอบคำถามอีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าสู่ยุค Agentic AI ที่สามารถลงมือทำสิ่งต่าง ๆ แทนเราได้ โดยที่เรายังคงเป็นผู้ตัดสินใจในขั้นสุดท้าย แต่การที่ AI จะลงมือทำแทนใครสักคนได้ สิ่งสำคัญคือจะต้องรู้จักและเข้าใจตัวตนของผู้ใช้คนนั้นก่อน นี่คือเหตุผลว่า ทำไมการที่ AI มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนจึงมีความสำคัญมาก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ AI ทำความเข้าใจและสร้างความไว้วางใจกับคน ๆ หนึ่ง ประสบการณ์ใช้งาน AI ที่ดีที่สุด จึงเกิดขึ้นบนอุปกรณ์ที่รู้จักผู้ใช้ดีที่สุด และนี่คือสิ่งที่ซัมซุงได้ทุ่มเทเวลาสร้างสรรค์มาหลายปี […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[
<p>ประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอยเดิม นวัตกรรมยิ่งใหญ่ที่เข้ามาเปลี่ยนโลก มักไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ที่ทรงพลังที่สุด แต่คือช่วงเวลาที่สิ่งประดิษฐ์เหล่านั้น เข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิตแต่ละวันของผู้คน ไฟฟ้าทำให้สังคมเปลี่ยนไป ไม่ใช่เพราะความยิ่งใหญ่ของโรงไฟฟ้า แต่เริ่มขึ้นเมื่อทุกบ้านเริ่มมีสวิตช์ไฟส่องสว่าง เช่นเดียวกับโลกอินเทอร์เน็ตที่เข้ามาอยู่ในมือเราด้วยพลังของเว็บเบราว์เซอร์ และสมาร์ทโฟนที่ทรงพลังขึ้นได้ก็เพราะระบบนิเวศของแอปพลิเคชัน ที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง</p>



<p>AI ก็ไม่ต่างกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading">เมื่อ AI มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน</h2>



<p>AI พัฒนาความฉลาดได้อย่างก้าวกระโดด และจะยังคงเป็นเช่นนั้นต่อไป แต่การจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนได้ เทคโนโลยีจะต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ความอัจฉริยะนี้จะเข้าถึงผู้คนได้ที่ไหน อย่างไร และจะอยู่ในมือของใคร คำตอบเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดบทบาทของ AI ในยุคต่อไปนั่นเอง</p>



<p>วันนี้ AI ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ตอบคำถามอีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าสู่ยุค Agentic AI ที่สามารถลงมือทำสิ่งต่าง ๆ แทนเราได้ โดยที่เรายังคงเป็นผู้ตัดสินใจในขั้นสุดท้าย แต่การที่ AI จะลงมือทำแทนใครสักคนได้ สิ่งสำคัญคือจะต้องรู้จักและเข้าใจตัวตนของผู้ใช้คนนั้นก่อน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/07/08104547/Samsung-Mobile-Galaxy-Unpacked-July-2026-TM-Roh-Editorial_main1.jpg" alt="มุมมองของ TM Roh ที่มีต่อ AI" class="wp-image-20944" /></figure>



<p>นี่คือเหตุผลว่า ทำไมการที่ AI มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนจึงมีความสำคัญมาก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ AI ทำความเข้าใจและสร้างความไว้วางใจกับคน ๆ หนึ่ง ประสบการณ์ใช้งาน AI ที่ดีที่สุด จึงเกิดขึ้นบนอุปกรณ์ที่รู้จักผู้ใช้ดีที่สุด</p>



<p>และนี่คือสิ่งที่ซัมซุงได้ทุ่มเทเวลาสร้างสรรค์มาหลายปี เพราะสมาร์ทโฟนคืออุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวและอยู่กับเราในทุก ๆ วัน แท็บเล็ตเป็นพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์และเรียนรู้ สมาร์ทวอทช์ช่วยตรวจเช็กสัญญาณสุขภาพ อย่างคุณภาพการนอนและอัตราการเต้นของหัวใจ ขณะที่ทีวีและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่เชื่อมต่อถึงกัน เข้ามาเติมเต็มบริบทการใช้ชีวิต ยิ่งไปกว่านั้น นวัตกรรมรูปแบบใหม่ ๆ ตั้งแต่สมาร์ทโฟนจอพับได้ ไปจนถึงแว่นตาอัจฉริยะ ล้วนเปิดโอกาสให้ AI ได้เข้าถึงเรามากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ฉายภาพความต้องการของผู้ใช้แต่ละคนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น</p>



<p>เมื่อจุดเริ่มต้นเหล่านี้ทำงานร่วมกัน ก็จะทรงพลังมากยิ่งขึ้น ข้อมูลจากหลากหลายอุปกรณ์จะกลายเป็นผู้ช่วยที่รู้ใจได้ทันท่วงที เช่น ข้อมูลการนอนหลับที่บันทึกด้วยสมาร์ทวอทช์ จะช่วยจัดสรรตารางเวลาของวันรุ่งขึ้นให้เหมาะกับคุณ พร้อมเตรียมข้อมูลสำคัญให้พร้อมใช้งาน เพราะ AI จะคอยทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบ ๆ เพื่อเชื่อมโยงทุกช่วงเวลาให้กลายเป็นประสบการณ์หนึ่งเดียวที่สมบูรณ์แบบ นี่คือเหตุผลที่เราทุ่มเทเวลาหลายปีในการสร้างสรรค์ระบบนิเวศขึ้นมา ไม่ใช่เพียงเพื่อให้เข้าถึงอุปกรณ์ได้มากขึ้น แต่เพื่อเชื่อมต่อทุกช่วงเวลาดี ๆ ของผู้คนเข้าด้วยกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading">ต่อยอดจากความเปิดกว้างและความไว้วางใจ</h2>



<p>ซัมซุงไม่ได้ทำสิ่งนี้เพียงลำพัง แพลตฟอร์มที่เปลี่ยนโลกใบนี้เป็นระบบที่เปิดกว้างที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือระบบปฏิบัติการบนมือถือ ด้วย SmartThings เราได้รวบรวมทั้งอุปกรณ์ บริการ และพันธมิตรมากมายเข้ามาไว้ในประสบการณ์การเชื่อมต่อหนึ่งเดียว พร้อมร่วมขับเคลื่อนมาตรฐานแบบเปิดให้กับอุตสาหกรรม เพราะความเปิดกว้างจะช่วยให้ไอเดียที่ดีที่สุดเข้าถึงผู้คนได้รวดเร็วขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เราไม่ได้เพียงแค่นำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาเสริมแต่ง แต่เราออกแบบให้ AI เป็นแกนหลักในการทำงานเพื่อตอบโจทย์เฉพาะบุคคลด้วยความเข้าใจในบริบทอย่างแท้จริง</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ความเปิดกว้างเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เป้าหมาย เพราะโจทย์ที่ท้าทายยิ่งกว่าคือ การเปลี่ยนระบบอัจฉริยะให้กลายเป็นสิ่งที่เป็นส่วนตัวและน่าเชื่อถือ เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ดีที่สุดในโลกควรเข้าถึงผู้คนได้ผ่านอุปกรณ์ที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่สิ่งที่ทำให้มันกลายเป็นเทคโนโลยีส่วนตัวอย่างแท้จริง คือ การทำความเข้าใจในตัวผู้ใช้ พร้อมทั้งปกป้องข้อมูลความเข้าใจนั้นให้ปลอดภัย และนั่นคือความรับผิดชอบของเรา</p>



<p>ยิ่ง AI มีความสามารถเฉพาะบุคคลและสามารถดำเนินการแทนเราได้มากขึ้น ความไว้วางใจจึงเป็นพื้นฐานสำคัญ ผู้ใช้จำเป็นต้องรับรู้ว่า AI กำลังทำอะไรให้พวกเขาบ้าง และยังคงควบคุมทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ ความไว้วางใจจึงไม่ใช่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาภายหลัง แต่ Samsung Knox พร้อมปกป้องอุปกรณ์ Galaxy ทุกเครื่อง รวมถึงเครือข่ายการเชื่อมต่อระหว่างกัน เมื่อเทคโนโลยีอัจฉริยะเริ่มขยายการทำงานไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ การปกป้องข้อมูลที่รับส่งระหว่างอุปกรณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ข้อมูลที่มีความส่วนตัวที่สุดจะถูกจัดเก็บไว้บนอุปกรณ์โดยตรง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจการทำงานของ AI และควบคุมทุกอย่างได้อย่างมั่นใจ</p>



<h2 class="wp-block-heading">บทใหม่ของ Galaxy</h2>



<p>ความเข้าใจในแบบเดียวกันนี้ ยังเป็นทิศทางการออกแบบอุปกรณ์ที่เราสร้างสรรค์ขึ้นด้วย ยิ่ง AI ทำงานได้อย่างรู้ใจและเก่งกาจขึ้นเท่าไร ดีไซน์และรูปแบบก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น เมื่อ AI เป็นผู้ช่วยจัดการงานต่าง ๆ ได้พร้อมกันมากขึ้น หน้าจอที่ยืดหยุ่นและพับได้จะขยายโอกาสความเป็นไปได้มากขึ้น และนี่คือความพิเศษของสมาร์ทโฟนจอพับได้ หรือ Foldables ที่สามารถพับเก็บได้ในมือคุณและพร้อมเปิดประสบการณ์บนหน้าจอที่กว้างขึ้น ตลอดเส้นทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซัมซุงยังคงมุ่งมั่นทำให้สมาร์ทโฟนจอพับได้ มีขนาดบางลง เบาลง และแข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์ที่เต็มตาและสมจริงกว่าที่เคย</p>



<p>นอกจากนี้ AI ยังเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการนอนหลับ การฟื้นฟูร่างกาย และการดูแลตัวเอง ซึ่งทุกทางเลือกในแต่ละวันล้วนส่งผลสะสมต่อสุขภาพ ดังนั้น อุปกรณ์ที่อยู่เคียงข้างเราตลอดเวลาอย่างสมาร์ทวอทช์ จะช่วยติดตามสัญญาณต่าง ๆ ให้พร้อมเริ่มต้นวันใหม่ที่ดีกว่าเดิม</p>



<p>ภายในงาน Galaxy Unpacked ที่กำลังจะมาถึง เราพร้อมเปิดตัวนวัตกรรมยุคใหม่ที่ผสานทุกสิ่งเข้าด้วยกัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ AI ที่เข้าใจแต่ละบุคคลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยมีระบบพื้นฐานที่เปิดโอกาสให้พันธมิตรพัฒนาต่อยอดร่วมกันได้ คำถามสำคัญที่จะเปิดประตูสู่ยุคใหม่ จะไม่ใช่คำถามที่ว่า ใครมี AI ที่ฉลาดปราดเปรื่องที่สุด แต่จะเป็นใครที่เข้าใจผู้คนได้ดีที่สุด และสามารถเปลี่ยนความเข้าใจให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ทุกคนไว้วางใจได้อย่างแท้จริง</p>



<p>เรามุ่งมั่นดำเนินธุรกิจบนเส้นทางสายนี้ โดยยึดมั่นในความเปิดกว้างและความรับผิดชอบ เริ่มต้นจากอุปกรณ์ที่อยู่ในมือคุณ</p>



<p>มาร่วมเปิดบันทึกบทใหม่ไปพร้อมกันในงาน Galaxy Unpacked</p>



<p>ในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ ซัมซุงเตรียมจัดงาน Galaxy Unpacked ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ขอเชิญทุกท่านร่วมเปิดบทใหม่แห่งนวัตกรรมของ Samsung Galaxy พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.samsung.com/th/unpacked" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://www.samsung.com/th/unpacked</a></p>



<p>รับชมการถ่ายทอดสดงานเปิดตัวผ่าน <a href="https://www.facebook.com/samsungelectronics/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Facebook: Samsung</a> ตั้งแต่เวลา 20.00 น. (เวลาประเทศไทย) และติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับ Galaxy Unpacked ได้ที่ <a href="http://www.samsung.com" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Samsung.com</a> และ <a href="https://news.samsung.com/th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Samsung Newsroom</a></p>



<p></p>
]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ซัมซุงเดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศแบบเปิด (Open Ecosystem) ที่เชื่อมโยงอุปกรณ์ บริการ และพันธมิตร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ไร้รอยต่อ ยกระดับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน ที่ งาน VivaTech 2026]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a</link>
				<pubDate>Tue, 30 Jun 2026 19:34:20 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30191359/Samsung-Corporate-Open-Ecosystem-Connected-Care-VivaTech-2026_Thumb728-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Nattaporn Boonprapa]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Health]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Knox]]></category>
		<category><![CDATA[SmartThings]]></category>
		<category><![CDATA[Startups]]></category>
		<category><![CDATA[VivaTech 2026]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/44CnrpL</guid>
									<description><![CDATA[บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด นำเสนอวิสัยทัศน์เรื่อง Connected Care หรือการดูแลสุขภาพเชิงรุกแบบไร้รอยต่อ ทั้งภายในและภายนอกบ้าน ผ่านการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ บริการ และผู้คนเข้าด้วยกัน ที่ขับเคลื่อนผ่านระบบนิเวศแบบเปิด (Open Ecosystem) ของซัมซุง ในระหว่างการ เสวนาบนเวที ณ งาน VivaTech 2026 งานประชุมด้านเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในงานเสวนา ฮอน ปาร์ค (Hon Pak) หัวหน้าทีม MX Digital Health ของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้ร่วมพูดคุยกับวิทยากรอีก 4 ท่าน ได้แก่ เดวิด ลี (David Lee) หัวหน้าทีม Samsung Next, ไมค์ แม็คเชอร์รี (Mike McSherry) ซีอีโอของ Xealth, อลินา ซู […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[
<p><br>บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด นำเสนอวิสัยทัศน์เรื่อง <strong>Connected Care </strong>หรือการดูแลสุขภาพเชิงรุกแบบไร้รอยต่อ ทั้งภายในและภายนอกบ้าน ผ่านการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ บริการ และผู้คนเข้าด้วยกัน ที่ขับเคลื่อนผ่านระบบนิเวศแบบเปิด (Open Ecosystem) ของซัมซุง ในระหว่างการ เสวนาบนเวที ณ งาน VivaTech 2026 งานประชุมด้านเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="560" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30191401/Samsung-Corporate-Open-Ecosystem-Connected-Care-VivaTech-2026_Main1.jpg" alt="ผู้ร่วมเสวนาในงาน VivaTech" class="wp-image-20824" /></figure>



<p>ในงานเสวนา ฮอน ปาร์ค (Hon Pak) หัวหน้าทีม MX Digital Health ของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้ร่วมพูดคุยกับวิทยากรอีก 4 ท่าน ได้แก่ เดวิด ลี (David Lee) หัวหน้าทีม Samsung Next, ไมค์ แม็คเชอร์รี (Mike McSherry) ซีอีโอของ Xealth, อลินา ซู (Alina Su) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Generation Lab และไมเคิล ดูบรอฟสกี (Michael Dubrovsky) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ SiPhox Health เพื่อร่วมกันถ่ายแนวทางสู่อนาคตของการดูแลสุขภาพให้กับผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกกว่า 1,000 คน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30191403/Samsung-Corporate-Open-Ecosystem-Connected-Care-VivaTech-2026_Main2.jpg" alt="เดวิด ลี ดำเนินรายการในงาน VivaTech " class="wp-image-20825" /></figure>



<p>เดวิด ลี (David Lee) ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของความร่วมมือนี้ว่า “อนาคตของสุขภาพไม่ใช่สิ่งที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งจะสามารถสร้างขึ้นได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยแพลตฟอร์มที่เปิดให้พันธมิตรเชื่อมต่อและพัฒนาร่วมกัน ที่เหล่านักนวัตกรรมมาทำงานร่วมกัน”</p>



<h2 class="wp-block-heading">การสร้างระบบนิเวศแบบเปิด</h2>



<p>ซัมซุงมีพอร์ตโฟลิโอกลุ่มผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์สวมใส่ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ไปจนถึงทีวี โดยบริษัทฯ ได้ใช้ศักยภาพของระบบนิเวศนี้ ในการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายธุรกิจ เพื่อเร่งให้แนวทางการดูแลสุขภาพเชิงรุกแบบไร้รอยต่อเกิดขึ้นได้จริง</p>



<p>ด้วยการการผสานอุปกรณ์ของซัมซุงเข้ากับโซลูชันจากพันธมิตรภายในระบบนิเวศแบบเปิด/แพลตฟอร์มที่เปิดให้พัฒนาร่วมกันกับ Xealth, Generation Lab และ SiPhox Health กำลังช่วยเร่งให้วิสัยทัศน์ของแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงรุกแบบไร้รอยต่อ เกิดขึ้นจริงได้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้ชีวิตของผู้ใช้งานมีสุขภาพดีและมีพลังชีวิตมากยิ่งขึ้น ผ่านการจัดการสุขภาวะเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบนิเวศของอุปกรณ์เชื่อมต่อของซัมซุง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30191405/Samsung-Corporate-Open-Ecosystem-Connected-Care-VivaTech-2026_Main3.jpg" alt="ฮอน ปาร์ค ร่วมเสวนาในงาน VivaTech " class="wp-image-20826" /></figure>



<p>ฮอน ปาร์ค (Hon Pak) ได้เน้นย้ำศักยภาพของซัมซุงในการเข้าถึงผู้ใช้ในระหว่างเสวนาว่า “ปัจจุบัน<strong> Samsung Health </strong>มีผู้ใช้งานที่ใช้งานรายเดือนมากกว่า 77 ล้านคน<sup data-fn="46b0540e-1081-470d-9489-28f6eb40ee9a" class="fn"><a href="#46b0540e-1081-470d-9489-28f6eb40ee9a" id="46b0540e-1081-470d-9489-28f6eb40ee9a-link">1</a></sup> ขณะที่แพลตฟอร์ม <strong>SmartThings </strong>ยังเชื่อมต่อผู้ใช้งานกว่า 460 ล้านคน<sup data-fn="178b216d-e614-497c-86e0-d3a3297508e7" class="fn"><a href="#178b216d-e614-497c-86e0-d3a3297508e7" id="178b216d-e614-497c-86e0-d3a3297508e7-link">2</a></sup>”</p>



<p>ซัมซุง มีความได้เปรียบอย่างมากในฐานะแบรนด์ที่ผู้บริโภคไว้วางใจและมีบทบาทสำคัญในบ้านเรือน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิตและการดูแลสุขภาพในทุกวันของผู้คน ฮอน ปาร์ค (Hon Pak) กล่าวเสริมว่า “ด้วยการเชื่อมต่อระบบนิเวศอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านผ่าน SmartThings ซัมซุงจึงสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มอบประสบการณ์ด้านสุขภาพให้เกิดขึ้นภายในบ้านได้ โดยเฉพาะในยุคที่การดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนผ่านไปอยู่ในบ้านมากขึ้น บ้านจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ช่วยป้องกันและดูแลสุขภาพเชิงรุกได้ในวงกว้าง”</p>



<p>เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ ซัมซุงได้รวมอุปกรณ์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โทรทัศน์ และอุปกรณ์อื่น ๆ จากพันธมิตรที่รองรับ เข้ามาไว้ในแพลตฟอร์ม SmartThings การเชื่อมต่อดังกล่าวจะสามารถช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่การตั้งค่าระบบอัตโนมัติเฉพาะบุคคล ไปจนถึงการดูแลสมาชิกในครอบครัวและสัตว์เลี้ยงได้อย่างใกล้ชิด</p>



<h2 class="wp-block-heading">การเร่งสร้างนวัตกรรมผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร</h2>



<p>เหล่าผู้ร่วมเสวนาเห็นพ้องกันว่า จุดแข็งที่สำคัญของซัมซุงคือระบบนิเวศที่แข็งแกร่งและแนวทางการทำงานร่วมกับพันธมิตรแบบเปิด</p>



<p>อลินา ซู (Alina Su) จาก Generation Lab ได้เน้นย้ำถึงคุณค่าของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือการเปิดกว้างและศักยภาพในการเข้าถึงผู้ใช้งานอย่างแท้จริงของซัมซุง ซัมซุงมีทั้งขนาดธุรกิจที่ใหญ่และขีดความสามารถทางเทคนิคที่จับต้องได้จริง ยิ่งไปกว่านั้นคือมีความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ และเดินหน้าไปพร้อมกันอย่างรวดเร็ว เมื่อผสานจุดแข็งนี้เข้ากับอุปกรณ์ที่ผู้ใช้งานอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน ก็จะช่วยให้นวัตกรรมเข้าไปอยู่ในชีวิตของผู้ใช้งานได้รวดเร็วกว่าการพัฒนาแต่เพียงลำพังหลายเท่า”</p>



<p>ด้าน ไมเคิล ดูบรอฟสกี (Michael Dubrovsky) จาก SiPhox Health ได้อธิบายถึงประโยชน์ของความร่วมมือนี้ว่า “ซัมซุงมีระบบนิเวศของอุปกรณ์ที่เข้าถึงผู้ใช้งานทั้งในบ้านและในตัวผู้ใช้อยู่แล้ว ในขณะที่ SiPhox เข้ามาเติมเต็มในส่วนการวินิจฉัยสุขภาพ เมื่อนำข้อมูลจากอุปกรณ์ที่บันทึกไว้อย่างต่อเนื่องมารวมเข้ากับข้อมูลทางชีวภาพ (Biomarker) ที่ติดตาม ช่วยให้เราสร้างภาพรวมด้านสุขภาพที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นนอกสถานพยาบาลมาก่อน”</p>



<p>ปัจจุบัน Generation Lab มีโซลูชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจเช็กอายุทางชีวภาพและดูแลสุขภาพตัวเองที่บ้านได้ง่าย ๆ ในขณะที่ SiPhox Health มีบริการที่ช่วยให้จัดการสุขภาพเชิงรุกผ่านการตรวจเลือดที่มีมาตรฐานเทียบเท่าโรงพยาบาล ที่สามารถทำได้เองในครัวเรือน</p>



<p>ส่วน ไมค์ แม็คเชอร์รี (Mike McSherry) จาก Xealth ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโซลูชันด้านการดูแลสุขภาพที่ต่อเนื่องและไร้รอยต่อ ว่าเป็นการเชื่อมช่องว่างระหว่างการดูแลทางคลินิกในโรงพยาบาลกับการจัดการสุขภาพในชีวิตประจำวัน ผ่านการบูรณาการข้อมูลเชิงลึกร่วมกับซัมซุง</p>



<h2 class="wp-block-heading">การเสริมพลังความร่วมมือแบบเปิดและยกระดับความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง</h2>



<p>นอกจากความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรแล้ว ซัมซุงยังสร้างระบบนิเวศแบบเปิดสำหรับกลุ่มนักพัฒนาและนักวิจัยในวงกว้าง ผ่าน Samsung Health Software Development Kit Suite (SDK) เพื่อให้นักพัฒนาและนักวิจัยสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการด้านสุขภาพ โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเซนเซอร์ขั้นสูงและแพลตฟอร์มสุขภาพของซัมซุง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งาน Samsung Health สามารถเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>



<p>ซัมซุงยังให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลของผู้ใช้งานผ่าน Samsung Knox ซึ่งเป็นโซลูชันด้านความปลอดภัยระดับสูงที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของซัมซุง ที่ผสานอยู่ในอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และทีวี เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญภายในระบบนิเวศของซัมซุงได้อย่างมั่นใจ</p>



<p>อนาคตของการดูแลสุขภาพในอีก 5 ปีข้างหน้าภายใต้ยุค AI ฮอน ปาร์ค (Hon Pak) กล่าวสรุปว่า “เพื่อนคู่คิดในชีวิตประจำวันที่รู้จักตัวตนของผม รวมถึงเข้าใจว่าผมต้องการอะไรและเมื่อไหร่ จะช่วยให้ผมบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างไร้รอยต่อ ผ่านพฤติกรรมการใช้ชีวิตและบริการจากพันธมิตรที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เชื่อมต่อกัน”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30191406/Samsung-Corporate-Open-Ecosystem-Connected-Care-VivaTech-2026_Main4.jpg" alt="วิทยากรในงานเสวนาที่ VivaTech" class="wp-image-20827" /></figure>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />


<ol class="wp-block-footnotes"><li id="46b0540e-1081-470d-9489-28f6eb40ee9a">จำนวนผู้ใช้งาน Samsung Health อ้างอิงจากยอดผู้ใช้งานประจำต่อเดือน (MAU) ทั่วโลก ณ เดือนเมษายน 2026 <a href="#46b0540e-1081-470d-9489-28f6eb40ee9a-link" aria-label="Jump to footnote reference 1"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li><li id="178b216d-e614-497c-86e0-d3a3297508e7">จำนวนผู้ใช้งาน SmartThings อ้างอิงจากยอดผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนทั่วโลก ณ เดือนพฤษภาคม 2026 <a href="#178b216d-e614-497c-86e0-d3a3297508e7-link" aria-label="Jump to footnote reference 2"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li></ol>]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ซัมซุง ชู “นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย” ยกระดับฟีเจอร์ Security และ Privacy บน Galaxy S26 Series เสริมความมั่นใจทุกการใช้งาน]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87-%e0%b8%8a%e0%b8%b9-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad</link>
				<pubDate>Fri, 29 May 2026 17:38:00 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/02164513/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%AD-2569-06-02-%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2-16.45.02-704x334.png" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Chinda Amornsawatsiri]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[Auto Blocker]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy S26 Series]]></category>
		<category><![CDATA[Privacy Display]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Knox]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/3RDyLPr</guid>
									<description><![CDATA[ปัจจุบัน สมาร์ทโฟนเปรียบเสมือนศูนย์กลางของการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน การเงิน การสื่อสาร และการจัดเก็บข้อมูลส่วนตัว ทำให้ “ความปลอดภัย” และ “ความเป็นส่วนตัว” กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้นในยุคดิจิทัล ซัมซุงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาโซลูชันที่ผสานทั้งความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวควบคู่ไปกับประสบการณ์การใช้งานที่ล้ำสมัย ครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบรักษาความปลอดภัยภายในอีโคซิสเต็ม Galaxy เพื่อดูแลและปกป้องผู้ใช้งานทุกมิติการใช้งาน ยกระดับความเป็นส่วนตัวใช้งานสมาร์ทโฟน ด้วย Privacy Display ในยุคที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นศูนย์กลางของทั้งการสื่อสาร การทำงาน และการทำธุรกรรมทางการเงิน ผู้บริโภคจำนวนมากต้องใช้งานอุปกรณ์ในพื้นที่สาธารณะอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะบนรถไฟฟ้า ร้านกาแฟ หรือระหว่างการเดินทาง ซึ่งหนึ่งใน Pain Point สำคัญที่หลายคนอาจเคยเผชิญโดยไม่รู้ตัว คือ ข้อมูลบนหน้าจอสามารถถูกมองเห็นจากคนรอบข้างได้ง่าย ทั้งข้อความส่วนตัว อีเมล ไปจนถึงข้อมูลทางการเงิน ส่งผลให้ “ความเป็นส่วนตัวระหว่างการใช้งาน” กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของผู้ใช้งานยุคใหม่ การพัฒนา “Privacy Display” นวัตกรรมจอเพื่อความเป็นส่วนตัวบน Samsung Galaxy S26 Ultra สมาร์ทโฟนเรือธงประจำปี 2026 ที่ช่วยลดการมองเห็นข้อมูลบนหน้าจอจากสายตาบุคคลรอบข้าง ให้ผู้ใช้งานสามารถเช็คข้อความ ทำธุรกรรม หรือทำงานในพื้นที่สาธารณะได้อย่างมั่นใจและเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" width="476" height="328" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/02164107/image.png" alt="" class="wp-image-20470" /></figure></div>


<p>ปัจจุบัน สมาร์ทโฟนเปรียบเสมือนศูนย์กลางของการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน การเงิน การสื่อสาร และการจัดเก็บข้อมูลส่วนตัว ทำให้ “<strong>ความปลอดภัย”</strong> และ <strong>“ความเป็นส่วนตัว” </strong>กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้นในยุคดิจิทัล ซัมซุงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาโซลูชันที่ผสานทั้งความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวควบคู่ไปกับประสบการณ์การใช้งานที่ล้ำสมัย ครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบรักษาความปลอดภัยภายในอีโคซิสเต็ม Galaxy เพื่อดูแลและปกป้องผู้ใช้งานทุกมิติการใช้งาน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ยกระดับความเป็นส่วนตัวใช้งานสมาร์ทโฟน ด้วย </strong><strong>Privacy Display</strong></h2>



<p>ในยุคที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นศูนย์กลางของทั้งการสื่อสาร การทำงาน และการทำธุรกรรมทางการเงิน ผู้บริโภคจำนวนมากต้องใช้งานอุปกรณ์ในพื้นที่สาธารณะอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะบนรถไฟฟ้า ร้านกาแฟ หรือระหว่างการเดินทาง ซึ่งหนึ่งใน Pain Point สำคัญที่หลายคนอาจเคยเผชิญโดยไม่รู้ตัว คือ ข้อมูลบนหน้าจอสามารถถูกมองเห็นจากคนรอบข้างได้ง่าย ทั้งข้อความส่วนตัว อีเมล ไปจนถึงข้อมูลทางการเงิน ส่งผลให้ “ความเป็นส่วนตัวระหว่างการใช้งาน” กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของผู้ใช้งานยุคใหม่</p>



<p>การพัฒนา “Privacy Display” นวัตกรรมจอเพื่อความเป็นส่วนตัวบน Samsung Galaxy S26 Ultra สมาร์ทโฟนเรือธงประจำปี 2026 ที่ช่วยลดการมองเห็นข้อมูลบนหน้าจอจากสายตาบุคคลรอบข้าง ให้ผู้ใช้งานสามารถเช็คข้อความ ทำธุรกรรม หรือทำงานในพื้นที่สาธารณะได้อย่างมั่นใจและเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ยกระดับการปกป้องข้อมูล ด้วยการปิดการเชื่อมต่อเครือข่าย </strong><strong>2G</strong><strong></strong></h2>



<p>นอกเหนือจากการปกป้องข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอ ซัมซุงยังให้ความสำคัญกับภัยคุกคามไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นเบื้องหลังการใช้งานสมาร์ทโฟนในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 2G ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเครือข่ายรุ่นเก่าที่มีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย และอาจเปิดช่องให้เกิดการดักจับข้อมูล การปลอมเสาสัญญาณ หรือการโจมตีทางไซเบอร์โดยที่ผู้ใช้งานไม่รู้ตัว</p>



<p>สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy ที่มาพร้อม One UI 8.5 รองรับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ช่วยจำกัดหรือปิดการเชื่อมต่อเครือข่าย 2G  ให้เป็นค่าตั้งต้น ในรุ่น S26 Series และ สามารถเลือกปิดเปิดได้ในรุ่นอื่น ๆ ทั้งนี้ ซัมซุงยังมีแผนทยอยขยายการตั้งค่าดังกล่าวให้เป็นค่าเริ่มต้นในสมาร์ทโฟน Galaxy รุ่นอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต เพื่อลดความเสี่ยงจากการเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย และช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระหว่างการเดินทาง การทำธุรกรรมออนไลน์ หรือการใช้งานในพื้นที่สาธารณะที่ไม่สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเครือข่ายได้ตลอดเวลา</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เสริมการป้องกันเชิงรุก ด้วย </strong><strong>Auto Blocker</strong><strong></strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" width="448" height="298" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/02164120/image-1.png" alt="" class="wp-image-20471" /></figure></div>


<p>ซัมซุงยังเพิ่มอีกขั้นของการปกป้องด้วย “Auto Blocker” ฟีเจอร์ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด “ป้องกันตั้งแต่ต้นทาง” เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากแอป ไฟล์ หรือการเชื่อมต่อที่ไม่น่าเชื่อถือ ครอบคลุมตั้งแต่การจำกัดการติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่ได้รับการยืนยัน การดูแลความปลอดภัยในการเชื่อมต่อผ่าน USB ไปจนถึงการตรวจจับพฤติกรรมของแอปที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบ</p>



<p>นอกจากนี้ Auto Blocker ยังช่วยลดความเสี่ยงจากไฟล์หรือข้อความที่อาจแฝงอันตราย ทำให้ผู้ใช้งานสามารถรับ ส่ง และใช้งานข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้นในทุกวัน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ยกระดับความปลอดภัยในการรับสายฟีเจอร์</strong><strong> Call Screening</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" width="488" height="274" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/02164133/image-2.png" alt="" class="wp-image-20472" /></figure></div>


<p>ซัมซุง Galaxy S26 Series มาพร้อมฟีเจอร์ Call Screening หรือการคัดกรองสายเรียกเข้าด้วยผู้ช่วย AI ภาษาไทย ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการรับสายจากเบอร์แปลก โดยผู้ใช้งานสามารถให้ AI รับสายแทน พร้อมพิมพ์สอบถามชื่อและจุดประสงค์ของผู้โทรแบบเรียลไทม์ ก่อนตัดสินใจว่าจะรับสายหรือไม่ ช่วยลดความเสี่ยงจากสายมิจฉาชีพ สแปมคอล และการโทรรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังสามารถตั้งค่าใช้งานได้ง่ายผ่านแอปโทรศัพท์บนเครื่อง Samsung โดยเข้าไปที่เมนู Settings เลือก Galaxy AI ไปที่ Call assist และ Call screening จากนั้นกดเปิดใช้งาน โดยเลือกได้ภาษาได้มากถึง 22 ภาษา รวมภาษาไทยผู้ใช้งานสามารถกดปุ่ม Call Screening เพื่อให้ Galaxy AI รับสายแทนได้ทันที ยกระดับทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปกป้องข้อมูลสำคัญ ด้วยเทคโนโลยีระดับ </strong><strong>Defense-grade</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" width="412" height="298" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/02164144/image-3.png" alt="" class="wp-image-20473" /></figure></div>


<p>นอกเหนือจากฟีเจอร์ด้านความเป็นส่วนตัวและการป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ ซัมซุงยังเดินหน้ายกระดับการปกป้องข้อมูลผู้ใช้งานผ่านเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับ Defense-grade อย่าง Samsung Knox และ Samsung Knox Vault ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลข้อมูลสำคัญบนอุปกรณ์ Galaxy ในหลายมิติ</p>



<p>ระบบดังกล่าวช่วยแยกจัดเก็บข้อมูลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่าน ข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงิน ไว้ในพื้นที่เฉพาะภายในอุปกรณ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานสมาร์ทโฟนในทุกกิจกรรมประจำวัน ทั้งการทำธุรกรรมออนไลน์ การทำงาน และการสื่อสารส่วนตัว<strong></strong></p>



<p>นอกจากนี้ ซัมซุงยังมีแนวทางในการทำงานของอุปกรณ์ที่มุ่งยกระดับทั้งประสบการณ์การใช้งานและมาตรฐานความปลอดภัยไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Private Album บน One UI 8.5 ที่ช่วยยกระดับความเป็นส่วนตัวด้วยการล็อกและปกป้องข้อมูลสำคัญ, การอัปเดต ระบบปฏิบัติการ (OS) และแพตช์ความปลอดภัยนานสูงสุดถึง 7 ปี สำหรับกลุ่มสมาร์ทโฟนเรือธง, รวมถึงการพัฒนา Galaxy AI ที่ประมวลผลข้อมูลบนตัวอุปกรณ์เท่านั้น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการรั่วไหลของข้อมูล ด้วยแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ซัมซุงยังคงตอกย้ำจุดยืนในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลก พร้อมเดินหน้าพัฒนาอีโคซิสเต็ม Galaxy ที่ออกแบบมาเพื่อดูแล ปกป้อง และสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้งานได้ในทุกมิติของชีวิตดิจิทัล<strong></strong></p>
]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ผู้นำด้านความปลอดภัยบนอุปกรณ์มือถือสำหรับองค์กร: กลยุทธ์ Zero Trust ของซัมซุง]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%99</link>
				<pubDate>Fri, 29 May 2026 00:27:04 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/05/29002552/001-Editorial-Leading-the-Way-in-Enterprise-Mobile-Security-Samsungs-Zero-Trust-Strategy-Newsbody-e1769517657359-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Chinda Amornsawatsiri]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[Knox Asset Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Knox Asset IntelligenceMobile Security]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Knox]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Trust]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/4nTNpOz</guid>
									<description><![CDATA[โลกในปัจจุบันคือโลกแห่งนวัตกรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว นี่คือยุคแห่งความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ควบคู่ไปกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวรูปแบบใหม่ ที่ Samsung Electronics เราตระหนักว่า เมื่อเราเข้าสู่พื้นที่ใหม่ที่ไม่เคยมีใครสำรวจมาก่อน เราจำเป็นต้องพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราติดตามภูมิทัศน์ด้านความปลอดภัยที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอย่างใกล้ชิด และผลักดันแนวทางด้านความปลอดภัยสำหรับองค์กรที่มีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อทุกคน ตั้งแต่ผู้บริโภคไปจนถึงภาคธุรกิจ กลุ่มอุปกรณ์ขององค์กรจำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งเพียงพอในการป้องกันการโจมตีทุกรูปแบบ ตั้งแต่ URL ที่น่าสงสัย ภัยคุกคามจากพนักงานภายในองค์กร และมัลแวร์ ไปจนถึงความเสี่ยงใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน AI ในที่ทำงาน รวมถึง prompt injection และการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ เมื่อพนักงานจำนวนมากขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่สำนักงานองค์กรไปจนถึงพนักงานแนวหน้า ใช้อุปกรณ์ในการเข้าถึงเครือข่ายและทรัพยากรขององค์กร ภัยคุกคามเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังอาจนำไปสู่ความเสียหายทางการเงินจำนวนมากต่อธุรกิจ เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยขององค์กรสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกกระบวนการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม International Data Corporation (IDC) พบว่า การเจาะระบบที่ประสบความสำเร็จถึง 70% มีต้นทางมาจาก endpoints หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย เช่น โทรศัพท์ แล็ปท็อป และแท็บเล็ต น่าเสียดายที่ในภูมิทัศน์ด้านการปฏิบัติการความปลอดภัยในปัจจุบัน ผู้ดูแลระบบ IT มองเห็นข้อมูลบนอุปกรณ์มือถือได้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับ PC และเซิร์ฟเวอร์อย่างมาก เมื่ออุปกรณ์มือถือกลายเป็นวิธีหลักที่พนักงานใช้ในการเข้าถึงเครือข่ายขององค์กร […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/05/29001633/image-7.jpeg" alt="" class="wp-image-20370" /></figure>



<p>โลกในปัจจุบันคือโลกแห่งนวัตกรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว นี่คือยุคแห่งความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ควบคู่ไปกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวรูปแบบใหม่ ที่ Samsung Electronics เราตระหนักว่า เมื่อเราเข้าสู่พื้นที่ใหม่ที่ไม่เคยมีใครสำรวจมาก่อน เราจำเป็นต้องพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราติดตามภูมิทัศน์ด้านความปลอดภัยที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอย่างใกล้ชิด และผลักดันแนวทางด้านความปลอดภัยสำหรับองค์กรที่มีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้</p>



<p>ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อทุกคน ตั้งแต่ผู้บริโภคไปจนถึงภาคธุรกิจ กลุ่มอุปกรณ์ขององค์กรจำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งเพียงพอในการป้องกันการโจมตีทุกรูปแบบ ตั้งแต่ URL ที่น่าสงสัย ภัยคุกคามจากพนักงานภายในองค์กร และมัลแวร์ ไปจนถึงความเสี่ยงใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน AI ในที่ทำงาน รวมถึง prompt injection และการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ เมื่อพนักงานจำนวนมากขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่สำนักงานองค์กรไปจนถึงพนักงานแนวหน้า ใช้อุปกรณ์ในการเข้าถึงเครือข่ายและทรัพยากรขององค์กร ภัยคุกคามเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังอาจนำไปสู่ความเสียหายทางการเงินจำนวนมากต่อธุรกิจ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/05/29001633/image-6.jpeg" alt="" class="wp-image-20369" /></figure>



<p>เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยขององค์กรสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกกระบวนการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม International Data Corporation (IDC)<sup data-fn="f3f07b33-90ce-4d70-84ac-83b61fa91528" class="fn"><a href="#f3f07b33-90ce-4d70-84ac-83b61fa91528" id="f3f07b33-90ce-4d70-84ac-83b61fa91528-link">1</a></sup> พบว่า การเจาะระบบที่ประสบความสำเร็จถึง 70% มีต้นทางมาจาก endpoints หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย เช่น โทรศัพท์ แล็ปท็อป และแท็บเล็ต น่าเสียดายที่ในภูมิทัศน์ด้านการปฏิบัติการความปลอดภัยในปัจจุบัน ผู้ดูแลระบบ IT มองเห็นข้อมูลบนอุปกรณ์มือถือได้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับ PC และเซิร์ฟเวอร์อย่างมาก เมื่ออุปกรณ์มือถือกลายเป็นวิธีหลักที่พนักงานใช้ในการเข้าถึงเครือข่ายขององค์กร สิ่งนี้จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง แนวทางที่เป็นระบบและครอบคลุมจึงเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้มั่นใจถึงความสามารถด้านมือถือที่ราบรื่นและการปกป้องที่ไม่ลดทอน ที่ Samsung เรากำลังกำหนดมาตรฐานใหม่ด้านความปลอดภัยบนอุปกรณ์มือถือสำหรับองค์กร ด้วยการยึดมั่นในกลยุทธ์ Zero Trust สำหรับ endpoints ร่วมกับพันธมิตรผู้นำตลาด </p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หลักการสำคัญสำหรับความปลอดภัยแบบ Zero Trust บนอุปกรณ์ Endpoint</strong></h2>



<p>มรดกด้านนวัตกรรมของ Samsung สร้างขึ้นจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อผู้ใช้งาน เรารับฟังความคิดเห็นจากทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจอยู่เสมอ พร้อมคาดการณ์วิวัฒนาการของเทคโนโลยีมือถือ สิ่งนี้ทำให้เราสามารถบุกเบิกโซลูชันแรกของอุตสาหกรรมให้กับทั้งผู้บริโภคและธุรกิจ ในฐานะหัวหน้าทีม Global Mobile B2B ผมภูมิใจเป็นพิเศษกับวิธีที่เราเป็นผู้นำในด้านสำคัญที่สร้างคุณค่าให้กับองค์กรในทุกมิติ ตั้งแต่การพัฒนา hardware-backed device attestation และการตรวจจับภัยคุกคาม ไปจนถึงการยอมรับหลักการด้านความปลอดภัยของ Zero Trust อย่างเต็มรูปแบบ เรามุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการมอบอุปกรณ์และโซลูชันมือถือที่เหนือกว่าความต้องการด้านความปลอดภัยของลูกค้า</p>



<p>Zero Trust คือกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยที่แทนที่ความไว้วางใจโดยปริยายด้วยความไว้วางใจแบบชัดเจน ผ่านการประเมินสถานะความปลอดภัย ความเสี่ยง และระดับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่องตามบริบท ตลาดโซลูชันด้านความปลอดภัยในปัจจุบันถูกครอบงำโดยโซลูชัน Zero Trust ที่เน้นเครือข่ายเป็นศูนย์กลาง ซึ่งมุ่งเน้นการปกป้องการเข้าถึงที่ขอบเครือข่าย น่าเสียดายที่แนวทางนี้เพียงอย่างเดียวมองข้ามจุดบอดสำคัญอย่าง endpoint ซึ่งเป็นทรัพย์สินด้าน IT ที่มีพื้นผิวการโจมตีมากที่สุดและป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ได้ยากที่สุด ในหลายกรณี endpoints คือจุดที่เปราะบางที่สุดในระบบนิเวศด้าน IT ขององค์กร</p>



<p>หลักการ Zero Trust สำหรับ endpoints เมื่อถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง จะทำให้คำขอเข้าถึงจาก endpoints ถูกจัดการตามบริบทที่เชื่อมโยงกับสถานะความปลอดภัยของอุปกรณ์และความต้องการของผู้ใช้ พร้อมได้รับการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ แม้จะไม่มีรายการหลักการสำคัญที่ชัดเจนเพียงหนึ่งเดียวสำหรับการปกป้อง endpoints แบบ Zero Trust แต่หลักการต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุด</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>แนวทาง “Never trust, always verify” สำหรับอุปกรณ์: อุปกรณ์ไม่ควรถูกไว้วางใจโดยอัตโนมัติเพียงเพราะอยู่ภายในขอบเขตของเครือข่าย แต่ละอุปกรณ์จำเป็นต้องพิสูจน์ความน่าเชื่อถือก่อนที่จะได้รับสิทธิ์เข้าถึง</li>



<li>การประเมินความเสี่ยงและการบังคับใช้อย่างต่อเนื่อง: การปกป้อง endpoint ต้องมีความคล่องตัวและพร้อมปรับตัวต่อสภาวะความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งหมายถึงการประเมินบริบทอย่างต่อเนื่อง เช่น ตำแหน่งที่ตั้ง เวลาในการเข้าถึง และสถานะความปลอดภัยของอุปกรณ์ พร้อมปรับนโยบายด้านความปลอดภัยแบบไดนามิกตามนั้น กิจกรรมที่น่าสงสัยจำเป็นต้องได้รับการจัดการผ่านมาตรการบังคับใช้ เช่น การจำกัดการเข้าถึง หรือการแยกออกจากระบบทั้งหมด</li>



<li>สิทธิ์ที่จำกัดและการเข้าถึงที่กำหนดขอบเขตอย่างแคบ: Endpoints ต้องบังคับใช้การควบคุมการเข้าถึงแบบเรียลไทม์ตามบริบท พร้อมทำให้มั่นใจว่าสิทธิ์ถูกมอบให้แบบไดนามิกและอยู่ในขอบเขตที่จำกัด</li>



<li>การรวมข้อมูลตัวตนผู้ใช้ สถานะอุปกรณ์ และสัญญาณด้านพฤติกรรม: โซลูชันที่สอดคล้องกับ Zero Trust จำเป็นต้องสามารถตัดสินใจด้านความไว้วางใจได้อย่างละเอียดและมีข้อมูลครบถ้วน เพื่อบังคับใช้การควบคุมการเข้าถึงที่เข้มงวด เพื่อให้สามารถตัดสินใจดังกล่าวได้ การประเมินบริบทอย่างต่อเนื่องของ Zero Trust จะรวมข้อมูลตัวตนผู้ใช้ สถานะอุปกรณ์ และสัญญาณด้านพฤติกรรมเข้าด้วยกัน </li>
</ul>



<p>แม้ว่ากลยุทธ์ด้านความปลอดภัยแบบ Zero Trust กำลังได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ Samsung ได้นำแนวทางนี้มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการทำเช่นนี้ เรากำลังช่วยปกป้องจุดที่เปราะบางที่สุดในภูมิทัศน์ด้าน IT ขององค์กร ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของ endpoint เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อแอปพลิเคชันบนคลาวด์ โปรแกรม Bring Your Own Device (BYOD) และการทำงานทางไกลกลายเป็นเรื่องปกติในสภาพแวดล้อมการทำงานยุคใหม่ Samsung ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหานี้ และกำลังจัดการเชิงรุกผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>นวัตกรรมและความร่วมมือเพื่อความปลอดภัยในทุกระดับ</strong></h2>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/05/29001634/image-8.jpeg" alt="" class="wp-image-20371" /></figure>



<p>สิ่งนี้ทำงานอย่างไรในทางปฏิบัติ? ตั้งแต่ระดับฮาร์ดแวร์ไปจนถึงระบบปฏิบัติการและอินเทอร์เฟซที่ปลอดภัย หลักการด้านความปลอดภัยแบบ Zero Trust ถูกสร้างไว้ในสถาปัตยกรรมของอุปกรณ์ Samsung Galaxy ช่วยยกระดับการปกป้องในทุกชั้น พร้อมผสานการทำงานกับโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยเดิมของธุรกิจได้อย่างเป็นธรรมชาติ แนวทางเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการการตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้</p>



<p>ที่ Samsung เราตระหนักว่าความปลอดภัยคือความพยายามร่วมกัน มีเพียงผ่านความร่วมมืออย่างเปิดกว้างกับพันธมิตรเท่านั้น ที่เราจะสามารถนำโซลูชันที่ล้ำหน้าที่สุดมาสู่ลูกค้าได้ ตลอดเวลาที่ผมอยู่ที่ Samsung เราได้ก้าวหน้าอย่างมากในการนำเสนอโซลูชัน<sup data-fn="06ef50d4-1690-42ef-8c49-a5ffa567b0eb" class="fn"><a href="#06ef50d4-1690-42ef-8c49-a5ffa567b0eb" id="06ef50d4-1690-42ef-8c49-a5ffa567b0eb-link">2</a></sup> ที่หลากหลาย ปรับแต่งได้ และปลอดภัยสำหรับองค์กรทุกประเภท</p>



<p>ในปี 2024 เราได้ผสาน Samsung Knox — แพลตฟอร์มการจัดการความปลอดภัยหลายชั้นระดับ defense-grade ของเรา — เข้ากับ Cisco Secure Access ซึ่งเป็นโซลูชัน Security Service Edge ที่ล้ำสมัย ความร่วมมือนี้มอบประสบการณ์การเข้าถึงของพนักงานที่ปลอดภัยและยืดหยุ่น ทำให้องค์กรสามารถตรวจสอบตัวตนผู้ใช้ สถานะอุปกรณ์ และบริบทก่อนอนุญาตการเข้าถึง</p>



<p>เรายังมีความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับ Microsoft ซึ่งขับเคลื่อนโดยวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างนิยามใหม่ของความปลอดภัยบนอุปกรณ์มือถือสำหรับลูกค้าองค์กร ก้าวแรกของแผนกลยุทธ์นี้เริ่มต้นในปี 2023 เมื่อเราได้ผสาน Samsung Knox เข้ากับ Microsoft Intune สร้างโซลูชัน mobile hardware-backed device attestation บนอุปกรณ์เครื่องแรกของอุตสาหกรรม ที่สามารถทำงานได้ดีเท่าเทียมกันทั้งบนอุปกรณ์ของบริษัทและอุปกรณ์ส่วนตัว ปัจจุบันโซลูชันนี้ถูกเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นใน Android App Protection Policies ใหม่ทั้งหมด ช่วยให้องค์กรสามารถเสริมสถานะความปลอดภัยของอุปกรณ์ Samsung ทุกเครื่องในระบบของตนได้ อีกหนึ่งก้าวสำคัญในความร่วมมือกับ Microsoft คือ Samsung ได้กลายเป็นผู้ผลิตมือถือรายแรกของอุตสาหกรรมที่นำเสนอ direct-to-security operations center (SOC) connector สิ่งนี้เกิดขึ้นผ่านการผสาน Knox Asset Intelligence<sup data-fn="7441ae72-2f65-48e4-876f-ae8bc7c72a26" class="fn"><a href="#7441ae72-2f65-48e4-876f-ae8bc7c72a26" id="7441ae72-2f65-48e4-876f-ae8bc7c72a26-link">3</a></sup> เข้ากับ Microsoft Sentinel ซึ่งเป็นโซลูชัน security information and event management (SIEM) แบบ cloud-native ที่สามารถขยายได้ การผสานนี้มอบการมองเห็นภัยคุกคามด้านความปลอดภัยบนมือถือในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมให้การมอนิเตอร์และการปกป้องแบบรวมศูนย์ครอบคลุมกลุ่มอุปกรณ์ขององค์กร</p>



<p>การทำงานร่วมกับพันธมิตร ทำให้ Samsung กำลังจัดการกับความท้าทายสำคัญในหลายด้าน ทั้งการรักษาความปลอดภัยบนอุปกรณ์มือถือ การลดความเสียหายจากการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น และการช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยมาเป็นอุปสรรค</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความปลอดภัยแบบองค์รวมเพื่อยกระดับความเป็นส่วนตัว</strong></h2>



<p>เรากำลังสร้างสรรค์ ปรับปรุง และพัฒนาโซลูชัน Samsung Knox อย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบการควบคุมที่ดียิ่งขึ้น ความโปร่งใสที่มากขึ้น และการปกป้องภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ดีกว่าให้กับลูกค้า</p>



<p>ด้วยการยึด Zero Trust เป็นเสาหลักสำคัญของ Samsung Knox ทุกมาตรการกำลังถูกนำมาใช้เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์มือถือและข้อมูล ในขณะเดียวกัน Samsung ก็กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ด้วยโซลูชัน first-to-market ผ่านการติดตามภูมิทัศน์ภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</p>



<p>เมื่อภัยคุกคามมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยมี AI และ hyperconnectivity เป็นศูนย์กลาง ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวจึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย ภูมิทัศน์ทางธุรกิจในปัจจุบันกำลังถูกคุกคามอย่างต่อเนื่องจากปริมาณการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมุ่งโจมตีช่องโหว่ด้าน IT โดยอุปกรณ์มือถือและ endpoints อื่น ๆ กำลังกลายเป็นเป้าหมายสำคัญอย่างรวดเร็ว</p>



<p>นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ Samsung ทำงานร่วมกับบริษัทผู้นำตลาดเพื่อมอบโซลูชันด้านความปลอดภัยที่ทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมมอบการปกป้องแบบ end-to-end อย่างแท้จริง โซลูชันความร่วมมือเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเรา ไม่เพียงแค่ในการปฏิบัติตามมาตรฐานอุตสาหกรรม แต่ยังรวมถึงการผลักดันการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านความปลอดภัย endpoint แบบ Zero Trust และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น</p>



<p>ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางด้านความปลอดภัยมือถือของ Samsung Knox ได้ที่ <a href="http://samsungknox.com" target="_blank" rel="noreferrer noopener">samsungknox.com</a> </p>


<ol class="wp-block-footnotes"><li id="f3f07b33-90ce-4d70-84ac-83b61fa91528">The Hacker News, “10 เคล็ดลับความปลอดภัยของอุปกรณ์ปลายทางที่สำคัญที่คุณควรรู้,” 26 เมษายน 2024 (รายงานข้อมูลจาก IDC) <a href="#f3f07b33-90ce-4d70-84ac-83b61fa91528-link" aria-label="Jump to footnote reference 1"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li><li id="06ef50d4-1690-42ef-8c49-a5ffa567b0eb">Cisco Secure Access, Microsoft Intune และ Microsoft Sentinel เป็นโซลูชันจากผู้ให้บริการภายนอก (Third-party) และเป็นบริการที่มีค่าใช้จ่าย <a href="#06ef50d4-1690-42ef-8c49-a5ffa567b0eb-link" aria-label="Jump to footnote reference 2"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li><li id="7441ae72-2f65-48e4-876f-ae8bc7c72a26">Knox Asset Intelligence เป็นบริการที่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งมีให้ใช้งานผ่านแผนบริการ Knox Suite <a href="#7441ae72-2f65-48e4-876f-ae8bc7c72a26-link" aria-label="Jump to footnote reference 3"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li></ol>


<p></p>
]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ซัมซุงชูกลยุทธ์ Zero Trust ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในอุปกรณ์โมบายองค์กร]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c-zero-trust-%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94</link>
				<pubDate>Tue, 27 Jan 2026 20:00:58 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/01/005-Editorial-Leading-the-Way-in-Enterprise-Mobile-Security-Samsungs-Zero-Trust-Strategy-PCMainKV-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Chinda Amornsawatsiri]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[Knox Asset Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile Security]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Knox]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Trust]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/3LZrLK1</guid>
									<description><![CDATA[โดย ดร.เจอร์รี พาร์ค รองประธานบริหาร และหัวหน้าทีมธุรกิจโมบายสำหรับองค์กรระดับโลก กลุ่มธุรกิจ Mobile eXperience บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์   โลกในวันนี้คือโลกแห่งนวัตกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว นำไปสู่การเปิดโอกาสใหม่ ๆ อย่างไร้ขีดจำกัด แต่ขณะเดียวกันก็ตามมาด้วยความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวรูปแบบใหม่ ที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม โดยซัมซุงตระหนักดีว่า เราจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกรูปแบบ ด้วยเหตุนี้ ซัมซุงจึงให้ความสำคัญกับการติดตามภูมิทัศน์ด้านความปลอดภัยที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างใกล้ชิด พร้อมยกระดับแนวทางการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์กรให้มีความยืดหยุ่นและทันสมัยอยู่เสมอ ภัยคุกคามด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้บริโภคไปจนถึงองค์กรธุรกิจ อุปกรณ์ที่องค์กรใช้งานจำนวนมากจำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับการโจมตีในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นลิงก์หรือ URL ที่น่าสงสัย ภัยคุกคามจากบุคลากรภายในองค์กร มัลแวร์ ไปจนถึงความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่เกิดจากการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ในสถานที่ทำงาน อาทิ การโจมตีแบบ Prompt Injection และการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ เมื่อพนักงานในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่สำนักงานองค์กรไปจนถึงพนักงานด่านหน้า ต่างใช้อุปกรณ์เพื่อเข้าถึงเครือข่ายและทรัพยากรขององค์กรมากขึ้น ภัยคุกคามเหล่านี้จึงไม่เพียงก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่สำคัญเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจอีกด้วย เหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยในองค์กรสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกกระบวนการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาของ International Data Corporation (IDC)1 พบว่า กว่า 70% ของการละเมิดความปลอดภัยที่ประสบความสำเร็จมีจุดเริ่มต้นจากอุปกรณ์ปลายทาง (Endpoints) ซึ่งได้แก่ […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><i><span style="font-weight: 400">โดย ดร.เจอร์รี พาร์ค รองประธานบริหาร และหัวหน้าทีมธุรกิจโมบายสำหรับองค์กรระดับโลก </span></i><i><span style="font-weight: 400">กลุ่มธุรกิจ Mobile eXperience บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์</span></i></p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-medium wp-image-19667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/01/001-Editorial-Leading-the-Way-in-Enterprise-Mobile-Security-Samsungs-Zero-Trust-Strategy-Newsbody-612x408.jpg" alt="" width="612" height="408" /></p>
<p><span style="font-weight: 400"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400">โลกในวันนี้คือโลกแห่งนวัตกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว นำไปสู่การเปิดโอกาสใหม่ ๆ อย่างไร้ขีดจำกัด แต่ขณะเดียวกันก็ตามมาด้วยความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวรูปแบบใหม่ ที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม โดยซัมซุงตระหนักดีว่า เราจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกรูปแบบ ด้วยเหตุนี้ ซัมซุงจึงให้ความสำคัญกับการติดตามภูมิทัศน์ด้านความปลอดภัยที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างใกล้ชิด พร้อมยกระดับแนวทางการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์กรให้มีความยืดหยุ่นและทันสมัยอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ภัยคุกคามด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้บริโภคไปจนถึงองค์กรธุรกิจ อุปกรณ์ที่องค์กรใช้งานจำนวนมากจำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับการโจมตีในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นลิงก์หรือ URL ที่น่าสงสัย ภัยคุกคามจากบุคลากรภายในองค์กร มัลแวร์ ไปจนถึงความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่เกิดจากการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ในสถานที่ทำงาน อาทิ การโจมตีแบบ Prompt Injection และการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ เมื่อพนักงานในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่สำนักงานองค์กรไปจนถึงพนักงานด่านหน้า ต่างใช้อุปกรณ์เพื่อเข้าถึงเครือข่ายและทรัพยากรขององค์กรมากขึ้น ภัยคุกคามเหล่านี้จึงไม่เพียงก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่สำคัญเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจอีกด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-medium wp-image-19668" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/01/002-Editorial-Leading-the-Way-in-Enterprise-Mobile-Security-Samsungs-Zero-Trust-Strategy-Newsbody-612x408.jpg" alt="" width="612" height="408" /></p>
<p><span style="font-weight: 400">เหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยในองค์กรสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกกระบวนการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาของ </span><a href="https://www.idc.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400">International Data Corporation</span></a><span style="font-weight: 400"> (IDC)</span><span style="font-weight: 400">1</span><span style="font-weight: 400"> พบว่า กว่า 70% ของการละเมิดความปลอดภัยที่ประสบความสำเร็จมีจุดเริ่มต้นจากอุปกรณ์ปลายทาง (Endpoints) ซึ่งได้แก่ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่าย เช่น โทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อป และแท็บเล็ต ทั้งนี้ ในบริบทของการบริหารจัดการความปลอดภัยในปัจจุบัน ผู้ดูแลระบบไอทียังคงมีการมองเห็นและควบคุมอุปกรณ์โมบายได้น้อยกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีและเซิร์ฟเวอร์อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่อุปกรณ์โมบายได้กลายเป็นช่องทางหลักที่พนักงานใช้ในการเข้าถึงเครือข่ายขององค์กร สถานการณ์ดังกล่าวจึงจำเป็นต้องได้รับการปรับเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน ทำให้การวางแนวทางที่เป็นระบบและครอบคลุม ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้งานโมบายที่ราบรื่น ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยอย่างไม่ประนีประนอมที่ซัมซุงกำลังกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับความปลอดภัยด้านโมบายสำหรับองค์กร ด้วยความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Zero Trust สำหรับอุปกรณ์ปลายทาง ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรผู้นำในอุตสาหกรรม</span></p>
<p><b>หลักการสำหรับการรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ปลายทางตามแนวคิด Zero Trust</b></p>
<p><span style="font-weight: 400">รากฐานนวัตกรรมของซัมซุงเกิดขึ้นจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อผู้ใช้งาน โดยซัมซุงให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งคาดการณ์ทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีโมบายในอนาคต ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ซัมซุงสามารถริเริ่มโซลูชันระดับอุตสาหกรรมเป็นรายแรก เพื่อรองรับทั้งผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจได้อย่างครอบคลุม โดยหัวหน้าทีม Global Mobile B2B ได้เล่าถึงความรู้สึกภาคภูมิใจที่ซัมซุงสามารถเป็นผู้นำในหลากหลายด้านสำคัญที่สร้างคุณค่าให้แก่องค์กรในทุกภาคส่วน ตั้งแต่การพัฒนาเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนอุปกรณ์ (Device Attestation) และการตรวจจับภัยคุกคาม (Threat Detection) ที่มีรากฐานจากฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงการนำหลักการด้านความปลอดภัยแบบ Zero Trust มาประยุกต์ใช้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งทีมซัมซุงจะยังคงมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการส่งมอบอุปกรณ์โมบายและโซลูชันที่สามารถยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้เหนือกว่าความคาดหวังของลูกค้าองค์กร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">Zero Trust คือกรอบแนวคิดด้านความปลอดภัยที่เปลี่ยนจากการให้ความไว้วางใจ มาเป็นการยืนยันความน่าเชื่อถืออย่างชัดเจน โดยอาศัยการประเมินสถานะด้านความปลอดภัย ระดับความเสี่ยง และระดับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่องตามบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม ตลาดโซลูชันด้านความปลอดภัยในปัจจุบันยังคงให้ความสำคัญกับแนวทาง Zero Trust ที่ยึดศูนย์กลางอยู่ที่เครือข่ายเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นการรักษาความปลอดภัยของการเข้าถึงที่ขอบเครือข่าย (Network Edge) ซึ่งแนวทางดังกล่าวเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เกิดจุดบอดที่สำคัญ นั่นคือ อุปกรณ์ปลายทาง (Endpoints) ซึ่งถือเป็นส่วนที่มีพื้นผิวการโจมตีมากที่สุด และเป็นทรัพยากรด้านไอทีที่มีความท้าทายในการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์มากที่สุด ในหลายกรณี อุปกรณ์ปลายทางยังเป็นจุดที่มีความเปราะบางสูงสุดในระบบนิเวศด้านไอทีขององค์กรอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">เมื่อมีการนำหลักการ Zero Trust สำหรับอุปกรณ์ปลายทางมาปรับใช้อย่างถูกต้อง คำขอเข้าถึงจากอุปกรณ์ปลายทางจะได้รับการพิจารณาโดยอ้างอิงตามบริบทที่เชื่อมโยงกับสถานะด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์และความจำเป็นในการใช้งานของผู้ใช้ พร้อมทั้งมีการตรวจสอบยืนยันอย่างต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ แม้จะยังไม่มีการกำหนดรายการหลักการสำคัญของการปกป้องอุปกรณ์ปลายทางตามแนวคิด Zero Trust อย่างตายตัว แต่หลักการต่อไปนี้ถือเป็นแนวทางที่ได้รับการนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุด</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400"><b>แนวคิด “ไม่ไว้วางใจทันที แต่ต้องตรวจสอบอยู่เสมอ (Never trust, always verify)”</b><span style="font-weight: 400">: อุปกรณ์ไม่ควรถูกให้ความไว้วางใจโดยอัตโนมัติ เพียงเพราะอยู่ภายในขอบเขตของเครือข่ายอีกต่อไป แต่ละอุปกรณ์จำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของตนเอง ผ่านกระบวนการตรวจสอบก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงระบบ</span></li>
<li style="font-weight: 400"><b>การประเมินความเสี่ยงและการบังคับใช้นโยบายอย่างต่อเนื่อง: </b><span style="font-weight: 400">การปกป้องอุปกรณ์ปลายทางจำเป็นต้องมีความคล่องตัวและพร้อมปรับตัวต่อสภาวะความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหมายถึงการประเมินบริบทต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ ตำแหน่งที่ตั้ง ช่วงเวลาการเข้าถึง และสถานะด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ พร้อมทั้งปรับใช้นโยบายด้านความปลอดภัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์แบบไดนามิก เมื่อมีการตรวจพบกิจกรรมที่น่าสงสัย จำเป็นต้องดำเนินมาตรการบังคับใช้ที่เหมาะสม เช่น การจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง หรือการแยกอุปกรณ์ออกจากระบบโดยสิ้นเชิง</span></li>
<li style="font-weight: 400"><b>การจำกัดสิทธิ์และการกำหนดขอบเขตการเข้าถึงอย่างเหมาะสม: </b><span style="font-weight: 400">อุปกรณ์ปลายทางจำเป็นต้องบังคับใช้การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงแบบเรียลไทม์โดยอ้างอิงตามบริบท พร้อมทั้งกำหนดสิทธิ์การใช้งานให้เป็นไปตามความจำเป็นในขอบเขตที่จำกัดอย่างเหมาะสมและปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่น</span></li>
<li style="font-weight: 400"><b>การผสานข้อมูลอัตลักษณ์ผู้ใช้ สถานะของอุปกรณ์ และสัญญาณเชิงพฤติกรรม</b><span style="font-weight: 400">: โซลูชันที่สอดคล้องกับแนวคิด Zero Trust จำเป็นต้องสามารถตัดสินใจด้านความน่าเชื่อถือได้อย่างละเอียดและรอบด้าน เพื่อบังคับใช้การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงที่เข้มงวด การตัดสินใจดังกล่าวอาศัยการประเมินบริบทอย่างต่อเนื่องตามหลักการ Zero Trust โดยผสานข้อมูลอัตลักษณ์ของผู้ใช้ สถานะด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ และสัญญาณเชิงพฤติกรรมเข้าด้วยกัน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400">แม้กลยุทธ์ด้านความปลอดภัยตามแนวคิด Zero Trust จะได้รับการนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น ซัมซุงได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการนำแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อช่วยปกป้องจุดที่มีความเปราะบางมากที่สุดในภูมิทัศน์ด้านไอทีขององค์กร ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอุปกรณ์ปลายทางยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการแพร่หลายของแอปพลิเคชันบนคลาวด์ นโยบายการใช้อุปกรณ์ส่วนบุคคลในการทำงาน (Bring Your Own Device: BYOD) รวมถึงรูปแบบการทำงานทางไกลในสภาพแวดล้อมการทำงานยุคใหม่ ซัมซุงตระหนักถึงความสำคัญของความท้าทายดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง และกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเชิงรุก ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรในปัจจุบันและอนาคต</span></p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-medium wp-image-19669" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/01/003-Editorial-Leading-the-Way-in-Enterprise-Mobile-Security-Samsungs-Zero-Trust-Strategy-Newsbody-612x408.jpg" alt="" width="612" height="408" /></p>
<p><b>นวัตกรรมผสานความร่วมมือเพื่อยกระดับความปลอดภัยในทุกมิติ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400">ในทางปฏิบัติ หลักการ Zero Trust ถูกฝังอยู่ในสถาปัตยกรรมของอุปกรณ์ Galaxy ตั้งแต่ระดับฮาร์ดแวร์ ระบบปฏิบัติการ ไปจนถึงอินเทอร์เฟซที่ปลอดภัย โดดยหลักการด้านความปลอดภัยตามแนวคิด Zero Trust ได้รับการผสานไว้ในการออกแบบอุปกรณ์ Samsung Galaxy อย่างครบถ้วน ช่วยเสริมการปกป้องในทุกชั้นของระบบ พร้อมเชื่อมต่อการทำงานเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่องค์กรมีอยู่ได้อย่างเป็นธรรมชาติและไร้รอยต่อ ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วยเสริมศักยภาพให้องค์กรสามารถบริหารจัดการการตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างเหมาะสม มีความปลอดภัย และเชื่อถือได้ในทุกสถานการณ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ที่ซัมซุง เราเชื่อมั่นว่าความปลอดภัยเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน และการเปิดกว้างในการทำงานร่วมกับพันธมิตรเท่านั้นที่จะช่วยให้เราสามารถนำเสนอโซลูชันที่ล้ำหน้าและมีประสิทธิภาพสูงสุดให้แก่ลูกค้าได้ ซึ่งซัมซุงได้เดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาและส่งมอบโซลูชันที่มีความยืดหยุ่น พร้อมได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสม และมีความปลอดภัยสูง</span><span style="font-weight: 400">2</span><span style="font-weight: 400"> เพื่อตอบโจทย์องค์กรในหลากหลายรูปแบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ในปี 2024 ซัมซุงได้ผสานการทำงานของ Samsung Knox ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการบริหารจัดการความปลอดภัยแบบหลายชั้นในระดับเดียวกับการป้องกันทางการทหาร เข้ากับ Cisco Secure Access โซลูชัน Security Service Edge ที่ล้ำสมัย </span><a href="https://www.samsungknox.com/en/blog/samsung-cisco-collaboration" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400">ความร่วมมือดังกล่าว</span></a><span style="font-weight: 400">ช่วยยกระดับประสบการณ์การเข้าถึงระบบของพนักงานให้มีทั้งความปลอดภัยและความยืดหยุ่น พร้อมเปิดโอกาสให้องค์กรสามารถตรวจสอบอัตลักษณ์ของผู้ใช้ สถานะด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ และบริบทการใช้งานได้อย่างรอบด้าน ก่อนอนุญาตให้เข้าถึงระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">นอกจากนี้ ซัมซุงยังร่วมมือกับไมโครซอฟท์ ภายใต้วิสัยทัศน์เดียวกันในการยกระดับและนิยามใหม่ของความปลอดภัยบนอุปกรณ์โมบายสำหรับลูกค้าองค์กร โดย</span><a href="https://www.samsungmobilepress.com/press-releases/samsung-and-microsoft-unveil-first-on-device-attestation-solution-for-enterprise" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400">ก้าวแรก</span></a><span style="font-weight: 400">ของแผนกลยุทธ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นในปี 2023 เมื่อซัมซุงได้ผสานการทำงานของ Samsung Knox เข้ากับ Microsoft Intune ก่อให้เกิดโซลูชันการยืนยันตัวตนอุปกรณ์โมบายที่อาศัยฮาร์ดแวร์เป็นฐาน (Hardware-backed Device Attestation) บนอุปกรณ์โดยตรงเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งบนอุปกรณ์ขององค์กรและอุปกรณ์ส่วนบุคคล </span><a href="https://www.samsungknox.com/en/blog/samsung-knox-on-device-attestation-now-default-in-microsoft-intune" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400">ในปัจจุบันโซลูชันดังกล่าวได้รับการเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นในนโยบาย Android App Protection Policies</span></a><span style="font-weight: 400"> ใหม่ทั้งหมด ช่วยให้องค์กรสามารถเสริมสร้างสถานะด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ Samsung ในระบบได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ ภายใต้ความร่วมมือกับไมโครซอฟท์อีกขั้นหนึ่ง ซัมซุงยังได้ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์โมบายรายแรกของอุตสาหกรรมที่นำเสนอการเชื่อมต่อโดยตรงกับศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัย (Security Operations Center: SOC) </span><a href="https://www.samsungknox.com/en/blog/knox-asset-intelligence-for-microsoft-sentinel" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400">ผ่านการผสานการทำงานระหว่าง Knox Asset Intelligence</span><span style="font-weight: 400">3</span><span style="font-weight: 400"> และ Microsoft Sentinel</span> </a><span style="font-weight: 400">ซึ่งเป็นโซลูชันบริหารจัดการข้อมูลและเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย (SIEM) บนคลาวด์ที่สามารถขยายขีดความสามารถได้อย่างยืดหยุ่น การผสานระบบดังกล่าวช่วยมอบระดับการมองเห็นภัยคุกคามด้านความปลอดภัยบนอุปกรณ์โมบายที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมสนับสนุนการเฝ้าระวังและการปกป้องอุปกรณ์ขององค์กรได้อย่างเป็นศูนย์กลางและครอบคลุมทั้งระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ซัมซุงดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับความท้าทายสำคัญในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับความปลอดภัยของอุปกรณ์โมบาย การลดผลกระทบจากการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการเสริมศักยภาพให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัว โดยไม่ต้องกังวลว่าประเด็นด้านความปลอดภัยที่จะเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน</span></p>
<p><b>ดูแลความปลอดภัยแบบองค์รวม เพื่อยกระดับความเป็นส่วนตัว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400">ซัมซุงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ ปรับปรุง และพัฒนาโซลูชัน Samsung Knox อย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบการควบคุมที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ความโปร่งใสที่มากขึ้น และการปกป้องที่ครอบคลุมยิ่งกว่าเดิมจากภัยคุกคามทางไซเบอร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400"> </span></p>
<p><a href="https://www.samsungknox.com/en/blog/enabling-uncompromising-security-for-every-zero-trust-journey" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400">ด้วยการยึดหลักแนวคิด Zero Trust เป็นเสาหลักสำคัญของ Samsung Knox</span></a><span style="font-weight: 400"> ซัมซุงจึงดำเนินการทุกมาตรการอย่างรอบด้านเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่อุปกรณ์โมบายและข้อมูลของผู้ใช้งานไปพร้อมกัน ขณะเดียวกัน ซัมซุงยังคงบุกเบิกโซลูชันใหม่ ๆ เป็นรายแรกของอุตสาหกรรม ด้วยการติดตามและทำความเข้าใจภูมิทัศน์ของภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างใกล้ชิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ท่ามกลางภัยคุกคามที่ทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จากบทบาทของปัญญาประดิษฐ์และการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมทุกมิติ ความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวจึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมา ในภูมิทัศน์ทางธุรกิจปัจจุบัน องค์กรต่าง ๆ กำลังเผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมุ่งแสวงหาประโยชน์จากช่องโหว่ด้านไอที โดยอุปกรณ์โมบายและอุปกรณ์ปลายทางอื่น ๆ กำลังกลายเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ด้วยเหตุนี้ ซัมซุงจึงร่วมมือกับบริษัทชั้นนำในตลาด เพื่อพัฒนาโซลูชันด้านความปลอดภัยที่สามารถทำงานผสานกับโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ขององค์กรได้อย่างราบรื่น พร้อมมอบการปกป้องแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซัมซุง ไม่เพียงในการปฏิบัติตามมาตรฐานของอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีส่วนร่วมในการผลักดันและพัฒนามาตรฐานเหล่านั้นให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ปลายทางตามแนวคิด Zero Trust</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางด้านความปลอดภัยบนอุปกรณ์โมบายของ Samsung Knox สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ </span><a href="https://www.samsungknox.com/en/secured-by-knox" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400">samsungknox.com</span></a></p>
<p><strong>เชิงอรรถ<br />
</strong><span style="font-weight: 400">[1] The Hacker News, “</span><a href="https://thehackernews.com/2024/04/10-critical-endpoint-security-tips-you.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400">10 Critical Endpoint Security Tips You Should Know</span></a><span style="font-weight: 400">,” วันที่ 26 เมษายน 2024 (อ้างอิงข้อมูลจาก IDC)<br />
</span><span style="font-weight: 400">[2] Cisco Secure Access, Microsoft Intune และ Microsoft Sentinel เป็นโซลูชันของบริษัทภายนอก และเป็นบริการที่มีค่าใช้จ่าย<br />
</span><span style="font-weight: 400">[3] Knox Asset Intelligence เป็นบริการที่มีค่าใช้จ่าย และให้บริการภายใต้แพ็กเกจ Knox Suite Plans</span></p>
]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ความปลอดภัยที่อยู่ในทุกการออกแบบ ไม่ใช่เพียงส่วนเสริม: ซัมซุงยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อมอบความอุ่นใจในทุกมุมบ้าน]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8</link>
				<pubDate>Fri, 31 Oct 2025 08:57:43 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/10/01-2-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Chinda Amornsawatsiri]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[Knox Matrix]]></category>
		<category><![CDATA[Knox Vault]]></category>
		<category><![CDATA[Privacy by Design]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Knox]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/3JbA0l7</guid>
									<description><![CDATA[เมื่อภัยคุกคามที่มองไม่เห็นยังคงเป็นสาเหตุของการละเมิดความปลอดภัยอยู่ต่อเนื่อง ผู้บริโภคจึงให้ความตระหนักในประเด็นนี้มากขึ้น ขณะเดียวกันกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องในแต่ละภูมิภาคก็ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ในปัจจุบันจะเห็นได้ชัดว่าความปลอดภัยไม่อาจถูกมองข้ามหรือจัดการในภายหลังได้อีกต่อไป เนื่องจากเทคโนโลยี AI  ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คน ส่งผลให้เกิดช่องทางที่มองไม่เห็นซึ่งอาจนำไปสู่ภัยคุกคามได้มากขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ การสร้างระบบความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง และพัฒนาโครงสร้างที่สามารถแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อมีความเปลี่ยนแปลง จึงมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำหรับ “บ้าน” ซึ่งถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวและปลอดภัยที่สุดของเรา ซัมซุงจึงมุ่งมั่นในการกำหนดนิยามใหม่ของ “ความปลอดภัยทางดิจิทัล” ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง และตามที่ได้ประกาศไว้ในงาน IFA 2025 ซัมซุงได้เดินหน้าสร้างสรรค์ “บ้านอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI” ให้เป็นจริง โดยมี “ความปลอดภัย” เป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของแนวคิดดังกล่าว โซลูชันด้านความปลอดภัยเฉพาะของซัมซุง อาทิ Knox Matrix1 และ Knox Vault2 ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านหลากหลายประเภท เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่มั่นคงและปลอดภัยยิ่งขึ้นอย่างแท้จริง ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ซัมซุงให้ความสำคัญมาโดยตลอด แม้ปี 2024 จะเป็นครั้งแรกที่ซัมซุงได้แนะนำ Samsung Knox สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอย่างเป็นทางการ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ซัมซุงได้พัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยแบบฝังในอุปกรณ์มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษ ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2011 ขณะที่ซัมซุงเริ่มวิจัยและพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมภายในบ้านในระยะเริ่มต้น ทีมวิจัยภายในได้เริ่มศึกษาวิธีการป้องกันการโจรกรรมข้อมูลตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตามคำกล่าวของ คุณ Changhoon Lee, […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class="alignnone size-medium wp-image-19125" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/10/01-2-721x408.jpg" alt="" width="721" height="408" /></p>
<p>เมื่อภัยคุกคามที่มองไม่เห็นยังคงเป็นสาเหตุของการละเมิดความปลอดภัยอยู่ต่อเนื่อง ผู้บริโภคจึงให้ความตระหนักในประเด็นนี้มากขึ้น ขณะเดียวกันกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องในแต่ละภูมิภาคก็ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน</p>
<p>ในปัจจุบันจะเห็นได้ชัดว่าความปลอดภัยไม่อาจถูกมองข้ามหรือจัดการในภายหลังได้อีกต่อไป เนื่องจากเทคโนโลยี AI  <span>ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คน ส่งผลให้เกิดช่องทางที่มองไม่เห็นซึ่งอาจนำไปสู่ภัยคุกคามได้มากขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ การสร้างระบบความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง และพัฒนาโครงสร้างที่สามารถแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อมีความเปลี่ยนแปลง จึงมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำหรับ</span> “<span>บ้าน</span>” <span>ซึ่งถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวและปลอดภัยที่สุดของเรา</span></p>
<p>ซัมซุงจึงมุ่งมั่นในการกำหนดนิยามใหม่ของ “<span>ความปลอดภัยทางดิจิทัล</span>” <span>ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง และตามที่ได้ประกาศไว้ในงาน </span>IFA 2025 <span>ซัมซุงได้เดินหน้าสร้างสรรค์</span> “<span>บ้านอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย </span>AI” <span>ให้เป็นจริง โดยมี</span> “<span>ความปลอดภัย</span>” <span>เป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของแนวคิดดังกล่าว</span></p>
<p>โซลูชันด้านความปลอดภัยเฉพาะของซัมซุง อาทิ Knox Matrix<sup>1</sup> <span>และ </span>Knox Vault<sup>2</sup> <span>ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านหลากหลายประเภท เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่มั่นคงและปลอดภัยยิ่งขึ้นอย่างแท้จริง</span></p>
<p><strong>ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ซัมซุงให้ความสำคัญมาโดยตลอด<br />
</strong>แม้ปี 2024 <span>จะเป็นครั้งแรกที่ซัมซุงได้แนะนำ </span>Samsung Knox <span>สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอย่างเป็นทางการ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ซัมซุงได้พัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยแบบฝังในอุปกรณ์มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษ ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี </span>2011 <span>ขณะที่ซัมซุงเริ่มวิจัยและพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมภายในบ้านในระยะเริ่มต้น ทีมวิจัยภายในได้เริ่มศึกษาวิธีการป้องกันการโจรกรรมข้อมูลตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา</span></p>
<p>ตามคำกล่าวของ <strong>คุณ </strong><strong>Changhoon Lee, Head of Security Lab for Digital Appliances Business at Samsung Electronics,</strong> <span>การพัฒนาอย่างจริงจังเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการเปิดตัวตู้เย็น </span>Family Hub <span>ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผสานบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การจัดเก็บตารางนัดหมายบนปฏิทิน รวมถึงการเชื่อมโยงกับข้อมูลบัญชีซัมซุง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อและควบคุมการทำงานของตู้เย็นได้จากระยะไกลผ่านแอป </span>SmartThings<sup>3</sup> <span>อีกด้วย</span></p>
<p><strong>คุณ </strong><strong>Changhoon Lee </strong>กล่าวว่า “<span>ในช่วงเวลานั้น เทคโนโลยี </span>IoT <span>ยังถือเป็นเรื่องใหม่ และผู้คนยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับความท้าทายด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ </span>IoT <span>ค่อนข้างจำกัด การเริ่มต้นพัฒนาไม่ใช่เรื่องง่าย เราจำเป็นต้องพิจารณาว่ามาตรฐานและโมเดลด้านความปลอดภัยใดจึงจะเหมาะสมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งต้องอาศัยการลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างมากในการดำเนินการ</span>”</p>
<p>ในช่วงเวลาเดียวกัน ได้มีมัลแวร์ประเภทหนึ่งที่มุ่งโจมตีอุปกรณ์ IoT <span>ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก การเกิดขึ้นของภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการเปิดตัวตู้เย็น </span>IoT <span>ของซัมซุง ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ผลักดันให้เขาเร่งเดินหน้าการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><strong>ขอบเขตความต้องการด้านความปลอดภัยกำลังขยายตัวมากขึ้น<br />
</strong>แม้การเปิดตัว Family Hub <span>จะช่วยสร้างความตระหนักถึงความจำเป็นด้านความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว แต่การขยายตัวของ </span>SmartThings <span>กลับเพิ่มความท้าทายทางเทคนิคให้ซับซ้อนและเข้มข้นยิ่งขึ้น</span></p>
<p><strong>คุณ </strong><strong>Changhoon Lee </strong>กล่าวต่อว่า “<span>มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณามากขึ้นจริง ๆ สำหรับ </span>SmartThings <span>ฟังก์ชันบางอย่างอาจเกี่ยวข้องเพียงการแลกเปลี่ยนข้อมูลพื้นฐาน ขณะที่บางฟังก์ชันอาจจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ฟีเจอร์ </span>Map View<sup>4</sup> <span>ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อหลายตัวได้พร้อมกัน แต่สิ่งนี้ก็หมายความว่าอุปกรณ์เหล่านั้นจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน ส่งผลให้จำนวนและความซับซ้อนของกรณีการใช้งานที่เป็นไปได้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย</span>”</p>
<p>สิ่งนี้ทำให้แนวทางความปลอดภัยเปลี่ยนจากการปกป้องอุปกรณ์แต่ละชิ้น มาเป็นการสร้างความมั่นคงด้านความปลอดภัยระหว่างอุปกรณ์ทั้งหมดในสภาพแวดล้อมที่เชื่อมต่อกัน ขณะเดียวกัน ในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีที่ผสาน AI <span>ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง กรณีการใช้งานและภัยคุกคามใหม่ ๆ ก็จะเกิดขึ้นมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น การกำหนดเกณฑ์ด้านความปลอดภัยที่ชัดเจนจึงมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพื่อชี้แนวทางว่าความปลอดภัยควรถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างไร และต้องสะท้อนอยู่ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เริ่มแรก</span></p>
<p>การพัฒนาของฟีเจอร์ในผลิตภัณฑ์ยังเป็นตัวเร่งให้เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยใหม่ ๆ ถูกนำมาใช้มากขึ้น เมื่ออุปกรณ์มีความก้าวหน้ามากขึ้นและความสามารถของพวกมันขยายตัว การรักษาความปลอดภัยจึงจำเป็นต้องพัฒนาตามไปเพื่อรองรับความต้องการใหม่เหล่านั้น</p>
<p>อย่างเช่นหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่ในอดีตกล้องถูกใช้เพื่อช่วยนำทางเท่านั้น แต่รุ่นปัจจุบันได้เพิ่มฟีเจอร์ด้านการตรวจสอบ ซึ่งทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยด้วยวิดีโอเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย<sup>5</sup> <span>เมื่อฟีเจอร์พัฒนา ข้อมูลที่ต้องปกป้องก็มีปริมาณและความละเอียดอ่อนไหวมากขึ้นตามไปด้วย รวมถึงความซับซ้อนของเทคโนโลยีที่ต้องใช้ก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-medium wp-image-19126" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/10/02-2-725x408.jpg" alt="" width="725" height="408" /></p>
<p>ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซัมซุงได้พัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในช่วงเวลาที่ความปลอดภัยกลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซัมซุงจึงสามารถนำเสนอแนวทางด้านความปลอดภัยได้อย่างมั่นใจและชัดเจนอยู่ในจุดศูนย์กลางของทุกการออกแบบ</p>
<p>นอกจากนี้ ซัมซุงยังสามารถสร้างความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญด้านความปลอดภัยผ่านธุรกิจมือถือ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหมวดผลิตภัณฑ์ที่ใกล้ชิดและมีความอ่อนไหวต่อความปลอดภัยมากที่สุด ด้วยการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ พร้อมกับพอร์ตโฟลิโอกว้างขวางตั้งแต่ทีวีจนถึงอุปกรณ์มือถือ บริษัทจึงสามารถขยายแนวทางนวัตกรรมด้านความปลอดภัยไปยังทุกหน่วยธุรกิจ สร้างกรอบการปกป้องที่แข็งแกร่งให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้อย่างมั่นคง</p>
<p><strong>ความสามารถที่ผ่านการทดสอบอย่างรอบด้านและได้รับการยืนยันแล้ว<br />
</strong><strong>คุณ </strong><strong>Changhoon Lee </strong>กล่าว “<span>เสน่ห์ของบ้านอัจฉริยะอยู่ที่ความสามารถของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปรับตัวเข้ากับผู้ใช้งานและง่ายต่อการควบคุม แต่หากข้อมูลส่วนบุคคลของคุณมีความเสี่ยงที่จะรั่วไหล คุณก็ไม่สามารถรู้สึกปลอดภัยได้เลย ซังซุงได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านนี้มากว่าทศวรรษ และผมเชื่อว่านั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้องค์กรชั้นนำและหน่วยงานรัฐบาลต่างให้การยอมรับความพยายามของซัมซุง</span>”</p>
<p>ความแข็งแกร่งของระบบความปลอดภัยของซัมซุงยังได้รับการยืนยันผ่านการรับรองจากหน่วยงานภายนอกหลายแห่ง ตัวอย่างสำคัญคือหลายผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองในระดับ “Diamond” <span>ภายใต้โปรแกรม </span>UL Solutions Marketing Claim Verification IoT Security Rating <span>ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุด โดยผลิตภัณฑ์ที่จะผ่านการรับรองนี้ต้องเป็นไปตามเกณฑ์รายละเอียด </span>56 <span>ข้อ ครอบคลุม </span>33 <span>รายการประเมินใน </span>6 <span>ด้านหลัก</span></p>
<p>เกณฑ์ดังกล่าวครอบคลุมหลายด้าน อาทิ การอัปเดตซอฟต์แวร์ การเข้ารหัสข้อมูล และการบริหารจัดการระบบ การประเมินนี้มีความรอบคอบและออกแบบมาเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระหว่างประเทศต่าง ๆ จึงถือเป็นหนึ่งในการรับรองที่ครอบคลุมและครบถ้วนมากที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-medium wp-image-19127" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/10/03-1-730x408.jpg" alt="" width="730" height="408" /></p>
<p>ซัมซุงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างชัดเจน คือ การปกป้องความเป็นส่วนตัว โดย Bespoke Jet Bot Combo AI <span>หุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้นของบริษัท ได้รับการรับรอง</span> “Privacy by Design” <span>จาก </span>Korea Internet & Security Agency (KISA) <span>ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ชิ้นแรกที่ได้รับการรับรองดังกล่าว</span></p>
<p>การรับรองนี้กำหนดให้ต้องคำนึงถึงการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลตลอดทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์หรือบริการ ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน การผลิต ไปจนถึงการกำจัด รวมถึงต้องผ่านเกณฑ์ประเมินรายละเอียด 71 <span>ข้อ ครอบคลุม </span>4 <span>ด้านสำคัญ</span></p>
<p>จำนวนเกณฑ์การประเมิน แม้ว่าบางข้ออาจมีความซ้ำซ้อนกันบ้าง แต่รายการต่าง ๆ มีความหลากหลาย และข้อกำหนดจะแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละการรับรอง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผลิตภัณฑ์หนึ่งจะสามารถตอบสนองมาตรฐานหลายชุดได้พร้อมกัน โดยหุ่นยนต์ดูดฝุ่นของซัมซุงปฏิบัติตามมาตรฐาน IoT <span>หลากหลายอยู่แล้ว จึงทำให้สามารถตอบสนองข้อกำหนดด้านความปลอดภัยได้อย่างครบถ้วน ซึ่งยังมีบทบาทสำคัญในการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อีกด้วย</span></p>
<p><strong>เตรียมความพร้อมให้เครื่องใช้ไฟฟ้า </strong><strong>Bespoke AI <span>รับมือกับภัยคุกคามในอนาคต<br />
</span></strong>ในงานประชุมระดับโลกครั้งล่าสุด ซัมซุงได้พูดถึงทิศทางอนาคตด้านความปลอดภัย พร้อมแนะนำ Post-Quantum Cryptography (PQC)<sup>6</sup> <span>ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูลใหม่และยังไม่เป็นที่แพร่หลาย การป้องกันประเภทนี้มีความจำเป็นเพิ่มขึ้น เนื่องจากเมื่อเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์พัฒนาขึ้น อัลกอริธึมการเข้ารหัสปัจจุบันอาจเสี่ยงต่อการถูกถอดรหัสในอนาคต เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น ซัมซุงจึงได้นำ </span>PQC <span>มาประยุกต์ใช้ภายใน </span>Knox Matrix <span>สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน</span></p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-medium wp-image-19128" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/10/04-728x408.jpg" alt="" width="728" height="408" /></p>
<p>แม้ว่าอาจจะยังมีการตั้งคำถามว่าการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเชิงควอนตัมในเวลานี้เร็วเกินไปหรือไม่ แต่ซัมซุงมองไปยังระยะยาวเพื่อให้มั่นใจว่าการปกป้องลูกค้าจะมีอยู่ตลอดเวลา เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านมักถูกใช้งานนานประมาณ 10 <span>ปีหลังจากการซื้อ เมื่อพิจารณาวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์นี้ ซัมซุงจึงเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้สำหรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นแนวคิดที่ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของบริษัทต่อบ้านอัจฉริยะ</span></p>
<p>“<span>หากรอจนกว่าข้อมูลจะรั่วไหลแล้ว มักจะสายเกินไป ภารกิจของเราคือการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจและปลอดภัยทุกครั้งที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา</span>” <strong><span>คุณ </span>Changhoon Lee</strong> <span>กล่าวทิ้งท้าย</span></p>
<p><strong>เชิงอรรถ</strong></p>
<p>[1] <span>ปัจจุบันใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่รองรับ </span>Wi-Fi <span>ทุกเครื่องที่เปิดตัวในปี </span>2025 <span>และวางแผนขยายไปยังรุ่นที่เลือกสรรซึ่งเปิดตัวในปี </span>2024 <span>ตั้งแต่เดือนกันยายน </span>2025 <span>เป็นต้นไป</span></p>
<p>[2] <span>ปัจจุบันใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีหน้าจอ </span>AI Home <span>ขนาด </span>7 <span>นิ้ว หรือ </span>9 <span>นิ้ว และหน้าจอ </span>AI Family Hub<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> <span>ที่เปิดตัวในปี </span>2025 <span>ยกเว้น </span>Bespoke AI Oven</p>
<p>[3] <span>ใช้งานได้บนอุปกรณ์ </span>Android <span>และ </span>iOS <span>จำเป็นต้องเชื่อมต่อ </span>Wi-Fi <span>และมีบัญชี </span>Samsung</p>
<p>[4] <span>ใช้งานได้บนอุปกรณ์ </span>Android <span>และ </span>iOS <span>จำเป็นต้องเชื่อมต่อ </span>Wi-Fi <span>และมีบัญชี </span>Samsung</p>
<p>[5] <span>ใช้งานได้บนอุปกรณ์ซัมซุงที่รัน </span>Android 11 <span>ขึ้นไป และอาจไม่สามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์บางรุ่น</span></p>
<p>[6] PQC <span>ถูกนำไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีหน้าจอ </span>AI Home <span>ขนาด </span>7 <span>นิ้ว หรือ </span>9 <span>นิ้ว และหน้าจอ </span>AI Family Hub<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> <span>ที่เปิดตัวในปี </span>2025 (<span>ยกเว้น </span>Bespoke AI Oven)</p>
]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ความเป็นส่วนตัวกับเทคโนโลยี AI ที่ขับเคลื่อนประสบการณ์การใช้งานโทรศัพท์ที่ปลอดภัยและปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82</link>
				<pubDate>Wed, 23 Jul 2025 18:13:19 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/07/Image-for-Feature-Story_Galaxy-AI-Privacy-Series-2_KEEP-704x334.png" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Chinda Amornsawatsiri]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy AI]]></category>
		<category><![CDATA[Knox Enhanced Encrypted Protection]]></category>
		<category><![CDATA[One UI 8]]></category>
		<category><![CDATA[Personal Data Engine]]></category>
		<category><![CDATA[Privacy]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Knox]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Knox Matrix]]></category>
		<category><![CDATA[security]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/3GSEL1K</guid>
									<description><![CDATA[ศักยภาพของ AI นั้นไม่มีขีดจำกัด เพื่อที่จะปลดล็อกศักยภาพการทำงาน AI ได้อย่างเต็มที่นั้น AI ต้องเข้าใจผู้ใช้จากข้อมูลการใช้งาน ตั้งแต่ความชอบและกิจวัตรของผู้ใช้งาน จึงจะสามารถปรับการใช้งานให้เเหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อมอบประสบการณ์บนมือถืออย่างเป็นธรรมชาติกลมกลืนกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ ฟีเจอร์ Galaxy AI ที่ชาญฉลาด ทำให้สมาร์ทโฟนไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่กลายเป็นเพื่อนอัจฉริยะที่นำเสนอโซลูชันได้ตามความต้องการ พร้อมคำแนะนำที่ออกแบบมาให้ชีวิตมีประสิทธิภาพและเชื่อมต่อมากขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ปรับแต่งได้อย่างอิสระ เพราะฉะนั้น อุปกรณ์จึงจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลบางส่วนของผู้ใช้ เพื่อให้ AI เรียนรู้และและเข้าใจไลฟ์สไตล์ของคุณ เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลปลอดภัย ซัมซุงจึงได้พัฒนาการปกป้องข้อมูลบนอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลตกไปอยู่ในมือผิด ปลดล็อกการปรับแต่งได้ด้วยข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDE ของซัมซุง เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยส่งมอบประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวอย่างปลอดภัย เปิดตัวครั้งแรกใน Galaxy S25 Series โดย PDE เป็นพลังสำคัญที่เป็นเบื้องหลังประสบการณ์ AI เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน จากการเรียนรู้จากนิสัยและความชอบของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น Now Brief ที่เป็นเหมือนคำแนะนำในชีวิตประจำวัน ด้วยการอัปเดตข้อมูลหรือค้นหาภาพในแกลเลอรีเพียงป้อนข้อความ Galaxy AI ทำให้ทุกการทำงานลื่นไหลแบบไร้รอยต่อ เพราะ PDE สามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างปลอดภัยบนอุปกรณ์ มอบประสบการณ์ […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class="aligncenter wp-image-18624 size-full" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/07/Image-for-Feature-Story_Galaxy-AI-Privacy-Series-2_KEEP.png" alt="" width="1440" height="1041" /></p>
<p>ศักยภาพของ AI นั้นไม่มีขีดจำกัด เพื่อที่จะปลดล็อกศักยภาพการทำงาน AI ได้อย่างเต็มที่นั้น AI ต้องเข้าใจผู้ใช้จากข้อมูลการใช้งาน ตั้งแต่ความชอบและกิจวัตรของผู้ใช้งาน จึงจะสามารถปรับการใช้งานให้เเหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อมอบประสบการณ์บนมือถืออย่างเป็นธรรมชาติกลมกลืนกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้</p>
<p>ฟีเจอร์ Galaxy AI ที่ชาญฉลาด ทำให้สมาร์ทโฟนไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่กลายเป็นเพื่อนอัจฉริยะที่นำเสนอโซลูชันได้ตามความต้องการ พร้อมคำแนะนำที่ออกแบบมาให้ชีวิตมีประสิทธิภาพและเชื่อมต่อมากขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ปรับแต่งได้อย่างอิสระ เพราะฉะนั้น อุปกรณ์จึงจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลบางส่วนของผู้ใช้ เพื่อให้ AI เรียนรู้และและเข้าใจไลฟ์สไตล์ของคุณ เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลปลอดภัย ซัมซุงจึงได้พัฒนาการปกป้องข้อมูลบนอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลตกไปอยู่ในมือผิด</p>
<p><strong>ปลดล็อกการปรับแต่งได้ด้วยข้อมูลส่วนบุคคล</strong></p>
<p>ข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDE ของซัมซุง เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยส่งมอบประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวอย่างปลอดภัย เปิดตัวครั้งแรกใน Galaxy S25 Series โดย PDE เป็นพลังสำคัญที่เป็นเบื้องหลังประสบการณ์ AI เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน จากการเรียนรู้จากนิสัยและความชอบของผู้ใช้<br />
ไม่ว่าจะเป็น Now Brief ที่เป็นเหมือนคำแนะนำในชีวิตประจำวัน ด้วยการอัปเดตข้อมูลหรือค้นหาภาพในแกลเลอรีเพียงป้อนข้อความ Galaxy AI ทำให้ทุกการทำงานลื่นไหลแบบไร้รอยต่อ เพราะ PDE สามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างปลอดภัยบนอุปกรณ์ มอบประสบการณ์ AI ที่ปรับแต่งได้ ในขณะที่รักษาความเป็นส่วนตัวที่สูง</p>
<p><strong>ความก้าวหน้าที่ทรงพลังด้วย Knox Enhanced Encrypted Protection</strong></p>
<p>ซัมซุง พัฒนา Knox Enhanced Encrypted Protection (KEEP) เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในการรักษาความปลอดภัยของประสบการณ์ Galaxy AI ปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อนที่สุด ไม่รบกวนประสบการณ์การใช้งาน KEEP เริ่มต้นพัฒนาสำหรับ PDE ในฟีเจอร์ Galaxy AI อื่นๆ เช่น Smart Suggestions, Now Brief, Samsung Moments และอื่น ๆ ทำงานอย่างเงียบ ๆ ในเบื้องหลังเพื่อให้แน่ใจว่าแอปที่รองรับทุกตัวปลอดภัย<br />
โทรศัพท์เปรียบเสมือนบ้าน แต่ละแอปเหมือนห้องของตัวเองภายใต้หลังคาเดียวกัน โดย Secure Folder เปรียบเสมือนบ้าน แต่ละห้องจะมีกุญแจของตัวเอง แยกจากบ้านหลัก เหมาะสำหรับเก็บข้อมูลที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุด การทำงานของ AI อย่าง PDE จะเพิ่มความปลอดภัยที่แข็งแกร่งและเชื่อมต่อกับประสบการณ์ประจำวันมากขึ้น</p>
<p>KEEP จึงเป็นคำตอบ เหมือนห้องสวีทส่วนตัวที่ยังคงอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน แต่มีทางเข้าปลอดภัยเฉพาะคุณเท่านั้น ให้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องปกติ แต่ไม่แยกตัวเหมือนบ้านแยกฝ่าย KEEP ทำงานในลักษณะเดียวกัน โดยสร้างพื้นที่ปลอดภัยเฉพาะสำหรับแต่ละแอปอย่าง PDE เพื่อจัดการข้อมูลของคุณอย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องส่งข้อมูลไปที่ไหน และไม่รบกวนการใช้งานโทรศัพท์ของผู้ใช้</p>
<p>เมื่อประสบการณ์มือถือของเราชาญฉลาดขึ้น KEEP ช่วยให้ข้อมูลที่เป็นส่วนตัวที่สุดของคุณยังคงปลอดภัยตั้งแต่การออกแบบ ร่วมกับเครื่องมือต่าง ๆ เช่น Secure Folder จะเสริมการปกป้องข้อมูลแบบหลายชั้นของ Samsung มอบความปลอดภัยที่เหมาะสมตามแต่ละความต้องการของผู้ใช้และบริการ<br />
ด้วย Galaxy AI ที่เพิ่มความเป็นส่วนตัว ฟีเจอร์อย่าง Personal Data Engine และ Knox Enhanced Encrypted Protection จึงตั้งมาตรฐานใหม่สำหรับความชาญฉลาดบนมือถือ ที่ความเป็นส่วนตัวและความปรับเปลี่ยนส่วนบุคคลไปด้วยกัน ในขณะที่ประสบการณ์เหล่านี้พัฒนาให้ฉลาดและตอบสนองความต้องการของคุณได้ดีขึ้น คุณจึงมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ละเอียดอ่อนที่สุดของคุณจะยังคงปลอดภัยบนอุปกรณ์ของคุณ ตรงจุดที่มันควรจะอยู่</p>
<p><strong>ข้อมูลเชิงอรรถ</strong></p>
<p>[1] ฟังก์ชัน Personal Data Engine ทำงานเมื่อเปิดเมนู Personal Data Intelligence ข้อมูลที่วิเคราะห์จะถูกลบเมื่อปิดเมนูนี้<br />
[2] ฟีเจอร์ Now Brief ต้องการล็อกอิน Samsung Account บริการอาจแตกต่างตามประเทศ ภาษา รุ่นอุปกรณ์ และแอป บางฟีเจอร์อาจต้องใช้การเชื่อมต่อเครือข่าย<br />
[3] ใช้งานได้บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Galaxy ที่ใช้ One UI 8 ขึ้นไป<br />
[4] Secure Folder เป็นพื้นที่แยกและปกป้องของโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตสำหรับเก็บแอปและข้อมูลที่ละเอียดอ่อน โดยผู้ใช้สามารถตั้งโปรไฟล์แยก กำหนดรูปแบบล็อก และเพิ่มความปลอดภัยด้วยการซ่อนและเข้ารหัสข้อมูล</p>
]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ซัมซุง เปิดตัวระบบรักษาความปลอดภัยบนมือถือแห่งอนาคต มอบประสบการณ์ AI ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2</link>
				<pubDate>Mon, 07 Jul 2025 09:55:29 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/07/Image-for-Press-Release_One-UI-8-Security-Innovations_Thumbnail-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Chinda Amornsawatsiri]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy AI]]></category>
		<category><![CDATA[Knox Enhanced Encrypted Protection]]></category>
		<category><![CDATA[One UI 8]]></category>
		<category><![CDATA[Personal Data Engine]]></category>
		<category><![CDATA[Privacy]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Knox]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Knox Matrix]]></category>
		<category><![CDATA[security]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/44VaC9V</guid>
									<description><![CDATA[นวัตกรรมล่าสุด นำโดย Knox Enhanced Encrypted Protection, ระบบตอบสนองภัยคุกคามเวอร์ชันใหม่ของ Knox Matrix และ Secure Wi-Fi ที่ป้องกันการโจมตีด้วยเทคโนโลยีควอนตัม เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวและมอบการควบคุมให้ผู้ใช้มั่นใจยิ่งขึ้นในสมาร์ทโฟน Galaxy รุ่นใหม่ในอนาคต ซัมซุง เปิดตัวชุดอัปเดตด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวใหม่ล่าสุด ซึ่งจะมีในสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy รุ่นถัดไปที่มาพร้อม One UI 8 โดยการอัปเดตครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซัมซุงในการส่งมอบเทคโนโลยีมือถือที่ทรงพลังและเชื่อถือได้ ท่ามกลางโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการแนะนำการปกป้อง AI บนตัวเครื่อง เพิ่มความสามารถในการตรวจจับภัยคุกคามข้ามอุปกรณ์ และยกระดับความปลอดภัยของเครือข่ายด้วยการเข้ารหัสที่สามารถป้องกันการโจมตีจากเทคโนโลยีควอนตัม ก้าวถัดไปของระบบรักษาความปลอดภัยบนมือถือ ชู AI ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลอย่างชาญฉลาด ซัมซุง เตรียมเปิดตัว Knox Enhanced Encrypted Protection (KEEP)[1] โครงสร้างระบบความปลอดภัยรูปแบบใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องฟีเจอร์ส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI นับเป็นนวัตกรรมล่าสุดด้านความปลอดภัยบนอุปกรณ์พกพา โดย KEEP จะสร้างพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เข้ารหัสเฉพาะแอปพลิเคชันภายในโซนความปลอดภัยของตัวเครื่อง เพื่อให้แต่ละแอปสามารถเข้าถึงเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องของตนเองเท่านั้น และไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลอื่น ๆ ได้ KEEP ได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการทำงานของระบบวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><i><span style="font-weight: 400">นวัตกรรมล่าสุด นำโดย Knox Enhanced Encrypted Protection, ระบบตอบสนองภัยคุกคามเวอร์ชันใหม่ของ Knox Matrix และ Secure Wi-Fi ที่ป้องกันการโจมตีด้วยเทคโนโลยีควอนตัม เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวและมอบการควบคุมให้ผู้ใช้มั่นใจยิ่งขึ้นในสมาร์ทโฟน Galaxy รุ่นใหม่ในอนาคต</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400">ซัมซุง เปิดตัวชุดอัปเดตด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวใหม่ล่าสุด ซึ่งจะมีในสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy รุ่นถัดไปที่มาพร้อม One UI 8 โดยการอัปเดตครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซัมซุงในการส่งมอบเทคโนโลยีมือถือที่ทรงพลังและเชื่อถือได้ ท่ามกลางโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการแนะนำการปกป้อง AI บนตัวเครื่อง เพิ่มความสามารถในการตรวจจับภัยคุกคามข้ามอุปกรณ์ และยกระดับความปลอดภัยของเครือข่ายด้วยการเข้ารหัสที่สามารถป้องกันการโจมตีจากเทคโนโลยีควอนตัม</span></p>
<p><b>ก้าวถัดไปของระบบรักษาความปลอดภัยบนมือถือ ชู AI ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลอย่างชาญฉลาด<br />
</b><span style="font-weight: 400">ซัมซุง เตรียมเปิดตัว</span> <a href="https://bit.ly/4jW4aF6" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400">Knox Enhanced Encrypted Protection (KEEP)</span></a><span style="font-weight: 400">[1]</span> <span style="font-weight: 400">โครงสร้างระบบความปลอดภัยรูปแบบใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องฟีเจอร์ส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI นับเป็นนวัตกรรมล่าสุดด้านความปลอดภัยบนอุปกรณ์พกพา โดย KEEP จะสร้างพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เข้ารหัสเฉพาะแอปพลิเคชันภายในโซนความปลอดภัยของตัวเครื่อง เพื่อให้แต่ละแอปสามารถเข้าถึงเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องของตนเองเท่านั้น และไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลอื่น ๆ ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">KEEP ได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการทำงานของระบบวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล </span><a href="https://bit.ly/4hkiXsV" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400">Galaxy’s Personal Data Engine (PDE)</span></a><span style="font-weight: 400">[2]</span><span style="font-weight: 400"> ช่วยปกป้องข้อมูลเชิงลึกส่วนตัวของผู้ใช้งาน เช่น กิจวัตรประจำวันและการตั้งค่าต่างๆ ซึ่งช่วยให้สามารถใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ เช่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของฟีเจอร์อัจฉริยะอย่าง Now Brief และ Smart Gallery search โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้ภายในตัวเครื่องอย่างปลอดภัย ด้วยการเข้ารหัสจาก KEEP เพิ่มเสริมการปกป้องเพิ่มเติมด้วย </span><a href="https://www.samsungmobilepress.com/feature-stories/your-privacy-secured-how-knox-vault-protects-you-in-the-era-of-ai/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400">Knox Vault</span></a><span style="font-weight: 400"> ซึ่งเป็นระบบรักษาความปลอดภัยฮาร์ดแวร์ที่ป้องกันการดัดแปลงงัดแงะ จนได้เป็นผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมั่งคงเป็นเอกลักษณ์ของ Galaxy AI ที่สามารถมอบประสบการณ์อัจฉริยะเฉพาะบุคคลได้อย่างไร้รอยต่อ ภายใต้การควบคุมข้อมูลอย่างสมบูรณ์โดยผู้ใช้งาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">โครงสร้างระบบของ KEEP ได้รับการออกแบบให้สามารถรองรับการขยายตัวของนวัตกรรม Galaxy AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนอกจากจะทำหน้าที่ปกป้องระบบวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล (PDE) แล้ว KEEP ยังครอบคลุมถึงการปกป้องฟีเจอร์อัจฉริยะอื่น ๆ บนตัวเครื่อง อาทิ Now Brief, Smart Suggestions และฟีเจอร์ที่อาศัยข้อมูลเฉพาะบุคคลในการทำงาน ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์ AI ให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้นโดยไม่กระทบต่อความเป็นส่วนตัว สะท้อนแนวคิดใหม่ของซัมซุงในการยกระดับมาตรฐานการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลบนอุปกรณ์พกพา จากเดิมที่เป็นเพียงหนึ่งในตัวเลือกการตั้งค่า สู่การเป็นส่วนสำคัญที่ฝังอยู่ในโครงสร้างการออกแบบของระบบโดยตรง</span><span style="font-weight: 400"> </span></p>
<p><b>การตอบสนองต่อภัยคุกคามอย่างชาญฉลาดและเชื่อมต่อยิ่งขึ้น ด้วย Knox Matrix<br />
</b><span style="font-weight: 400">เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในอีโคซิสเตมดิจิทัล ซัมซุงจึงเดินหน้ายกระดับมาตรการปกป้องข้อมูลให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเน้นทั้งด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญด้านความโปร่งใสและการควบคุมที่ผู้ใช้งานสามารถกำหนดได้เอง โดย One UI 8 มี </span><a href="https://www.samsungmobilepress.com/press-releases/samsung-one-ui-7-enhances-security-and-privacy-in-the-age-of-ai-giving-users-greater-transparency-and-choice" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400">Knox Matrix</span></a><span style="font-weight: 400"> เป็นหัวใจสำคัญที่ซัมซุงได้พัฒนาให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น เพื่อมอบการปกป้องเชิงรุกและเป็นมิตรกับผู้ใช้บนอุปกรณ์ Galaxy ที่เชื่อมต่อกัน และเมื่ออุปกรณ์ใด ๆ ถูกตรวจพบว่ามีความเสี่ยงสูง เช่น การพยายามดัดแปลงระบบหรือปลอมแปลงตัวตน ระบบจะดำเนินการลงชื่อออกจากบัญชี Samsung Account โดยอัตโนมัติ พร้อมตัดการเข้าถึงบริการที่เชื่อมต่อกับคลาวด์ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของภัยคุกคามอย่างมีประสิทธิภาพ</span><span style="font-weight: 400">[3]</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ผู้ใช้งานจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านอุปกรณ์ Galaxy ที่เชื่อมต่อทั้งหมด พร้อมคำแนะนำให้เข้าสู่หน้ารายงาน “สถานะความปลอดภัยของอุปกรณ์” ซึ่งสามารถตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นและดำเนินการแก้ไขได้อย่างสะดวก แม้แต่อุปกรณ์ที่ยังไม่ได้รับการอัปเดตสถานะความปลอดภัยล่าสุด ก็จะมีระบบแจ้งเตือนในระดับสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่จะลุกลามมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ด้วยการอัปเดตเหล่านี้ ทำให้ระบบปกป้องทั้งอีโคซิสเตมของ Samsung Galaxy จึงมีความยืดหยุ่น เป็นมิตรต่อผู้ใช้ และโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความไว้วางใจให้แก่ผู้ใช้งานในการดูแลรักษาความปลอดภัยบนอุปกรณ์ทุกเครื่องได้อย่างมั่นคงและชัดเจนมากขึ้น</span></p>
<p><b>Secure Wi-Fi เสริมความแข็งแกร่งด้วยการเข้ารหัสป้องกันเทคโนโลยีควอนตัม<br />
</b><span style="font-weight: 400">เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัยที่ป้องกันเทคโนโลยีควอนตัม ซัมซุงได้นำเทคโนโลยี Post-Quantum Cryptography มาประยุกต์ใช้กับ </span><a href="https://www.samsungmobilepress.com/feature-stories/safeguarding-your-online-privacy-with-galaxy-security" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400">Secure Wi-Fi</span></a><span style="font-weight: 400">,</span>[4]<span style="font-weight: 400"> โดยขยายแนวทางความปลอดภัยที่ไว้วางใจได้ ซึ่งเริ่มต้นจาก Galaxy S25 Series ผ่านระบบ </span><a href="https://www.samsungmobilepress.com/feature-stories/the-first-step-to-a-quantum-safe-future-with-samsung-knox" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400">Post-Quantum Enhanced Data Protection (EDP) Secure Wi-Fi</span></a><span style="font-weight: 400"> ที่ได้รับการอัปเกรดด้วยกรอบการเข้ารหัสรูปแบบใหม่</span><span style="font-weight: 400">[5] </span><span style="font-weight: 400">ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างการปกป้องเครือข่ายจากภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยคุกคามที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในยุคของ Post-Quantum Cryptography ซึ่งการปรับปรุงนี้จะช่วยรักษาความมั่นคงในกระบวนการแลกเปลี่ยนกุญแจที่เป็นหัวใจของการเชื่อมต่อเข้ารหัส ทำให้มั่นใจได้ถึงความเป็นส่วนตัวที่แข็งแกร่ง แม้ในขณะเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายสาธารณะ</span></p>
<p><b> </b></p>
<p><span style="font-weight: 400">เมื่อเทคโนโลยีการประมวลผลควอนตัมพัฒนาเต็มรูปแบบ อาจส่งผลกระทบต่อวิธีการปกป้องข้อมูลในปัจจุบันหลายรูปแบบ ด้วยการนำเทคโนโลยี Post-Quantum Cryptography มาประยุกต์ใช้ ทำให้ Secure Wi-Fi จึงถูกออกแบบมาให้สามารถป้องกันการโจมตีในอนาคตที่มีเป้าหมายเพื่อเก็บข้อมูลที่เข้ารหัสไว้ แล้วนำไปถอดรหัสเมื่อเทคโนโลยีควอนตัมพร้อมใช้งาน ซึ่งเป็นวิธีการที่เรียกว่า “harvest now, decrypt later.” โดยการอัปเกรดนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับช่องทางการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยระหว่างอุปกรณ์ Galaxy กับเซิร์ฟเวอร์ของซัมซุง อีกทั้งยังรักษาความสมบูรณ์ของการส่งข้อมูลในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การใช้งานผ่านเครือข่าย Wi-Fi สาธารณะได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">นอกเหนือจากโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับสำหรับอนาคตแล้ว Secure Wi-Fi ยังมาพร้อมกับชุดฟีเจอร์ขั้นสูงด้านความเป็นส่วนตัวที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น:</span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400"> </span><b>Auto Protect</b><span style="font-weight: 400">: ทำงานโดยอัตโนมัติในสถานที่สาธารณะ เช่น ร้านกาแฟ สนามบิน หรือโรงแรม เพื่อรักษาความปลอดภัยของการเชื่อมต่อ Wi-Fi โดยไม่ต้องให้ผู้ใช้งานดำเนินการใด ๆ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400"> </span><b>Enhanced Privacy Protection (EPP)</b><span style="font-weight: 400">: เข้ารหัสข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตและส่งผ่านความปลอดภัยหลายชั้น โดยใช้การเข้ารหัสแพ็กเก็ตและระบบรีเลย์เพื่อปกปิดข้อมูลของอุปกรณ์ ช่วยลดความเสี่ยงจากการติดตาม</span></li>
<li><b>Protection Activity</b><span>: แสดงประวัติการปกป้องความปลอดภัยของอุปกรณ์ โดยระบุว่าแอปพลิเคชันใดและเครือข่ายใดได้รับการปกป้อง รวมถึงปริมาณข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสในช่วงเวลาต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามและประเมินระดับความปลอดภัยได้อย่างชัดเจน</span></li>
</ul>
<p><b> </b></p>
<p><b>แพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ พร้อมระบบปกป้องในตัวอย่างครบครัน<br />
<span style="font-weight: 400">นอกเหนือจากนวัตกรรมล่าสุดที่เปิดตัว ซัมซุงยังคงเดินหน้ายกระดับระบบปกป้องหลักซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประสบการณ์ Galaxy โดยฟีเจอร์ต่าง ๆ เหล่านี้สะท้อนแนวทางด้านความปลอดภัยแบบหลายชั้นที่ครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ พร้อมมอบความโปร่งใสและอิสระในการควบคุมที่มากยิ่งขึ้นให้แก่ผู้ใช้งาน</span><br />
</b></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400"> </span><b>Knox Vault</b><span style="font-weight: 400"> ปกป้องข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน รหัส PIN และข้อมูลชีวมิติ (Biometrics) ภายในสภาพแวดล้อมที่แยกออกจากระบบหลักโดยสิ้นเชิง ช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลยังคงปลอดภัย แม้ระบบปฏิบัติการหลักจะถูกโจมตีก็ตาม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400"> </span><b>Auto Blocker</b><span style="font-weight: 400"> มอบการป้องกันในระดับเริ่มต้นโดยอัตโนมัติ ด้วยการบล็อกการติดตั้งแอปพลิเคชันที่ไม่ได้รับอนุญาต จำกัดการโจมตีผ่านคำสั่งระบบ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามประเภท Zero-click</span></li>
<li><span style="font-weight: 400"> </span><b>Advanced Intelligence Settings</b><span style="font-weight: 400"> เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกปิดการประมวลผลข้อมูลผ่านระบบออนไลน์สำหรับฟีเจอร์ AI เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลยังคงอยู่เฉพาะภายในอุปกรณ์ และอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเต็มที่</span></li>
<li><span style="font-weight: 400"> </span><b>Enhanced Theft Protection</b><span style="font-weight: 400"> ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนตัวในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การถูกโจรกรรม โดยใช้ระบบรักษาความปลอดภัย เช่น การยืนยันตัวตน (Identity Check) และระบบหน่วงเวลา (Security Delay) เพื่อป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400">ชุดอัปเดตล่าสุดนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องยาวนานของซัมซุงในการยกระดับความปลอดภัยบนอุปกรณ์พกพาให้ก้าวทันนวัตกรรมที่พัฒนาอยู่เสมอ โดยมุ่งเสริมสร้างความเป็นส่วนตัวบนตัวอุปกรณ์สำหรับฟีเจอร์ AI เฉพาะบุคคลด้วย </span><a href="https://samsungmobilepress.com/feature-stories/your-privacy-secured-inside-the-tech-powering-safe-personalized-galaxy-ai-experiences" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400">KEEP</span></a><span style="font-weight: 400"> พร้อมขยายความโปร่งใสและการควบคุมของผู้ใช้งานผ่าน Knox Matrix และยังนำระบบปกป้อง Secure Wi-Fi ที่สามารถป้องกันเทคโนโลยีควอนตัมมาใช้ เพื่อมอบประสบการณ์ Galaxy ที่พร้อมรองรับอนาคตได้อย่างมั่นใจ แม้ว่าภัยคุกคามรูปแบบใหม่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ซัมซุงจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาระบบความปลอดภัยที่อยู่ในตัวอุปกรณ์ ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ และสามารถรับมือกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><strong>เชิงอรรถ</strong><br />
1. <span style="font-weight: 400">รองรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Galaxy ที่ใช้ One UI 8 หรือเวอร์ชันใหม่กว่า<br />
2. ระบบ Personal Data Engine จะทำงานเมื่อมีการเปิดเมนู Personal Data Intelligence โดยข้อมูลที่วิเคราะห์จะถูกลบออกทันทีเมื่อมีการปิดเมนูดังกล่าว<br />
3. รองรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Galaxy ที่ใช้ One UI 8 หรือเวอร์ชันใหม่กว่า โดยความพร้อมในการใช้งานอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นหรือภูมิภาค<br />
4. Secure Wi-Fi มอบการปกป้องฟรีสูงสุด 1,024MB ต่อเดือน สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ Android OS 13 หรือใหม่กว่า และ 250MB ต่อเดือน สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ Android OS 12 หรือต่ำกว่า โดยความพร้อม<br />
5. การอัปเกรดนี้ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสหลังยุคควอนตัมที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน NIST FIPS 203 (ML-KEM) โดยความพร้อมในการใช้งานอาจแตกต่างกันตามภูมิภาค รุ่นของอุปกรณ์ และเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ</span></p>
]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[Knox Suite พร้อมให้บริการด้วยแพ็กเกจที่เลือกได้ตามใจ รองรับองค์กรทุกขนาดและทุกอุตสาหกรรม]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/knox-suite-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%87</link>
				<pubDate>Tue, 18 Feb 2025 11:25:45 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/02/Samsung-Mobile-Knox-Suite-Offering-Base-Essentials-and-Enterprise-Plans_main1-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Chinda Amornsawatsiri]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Knox]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Knox Suite]]></category>
		<category><![CDATA[security]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/3Qp6Z56</guid>
									<description><![CDATA[การอัปเดต Knox Suite ใหม่ ช่วยให้ภาคธุรกิจที่ใช้ Samsung Galaxy สามารถเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานได้อย่างเต็มที่ ผ่านการบริหารจัดการอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น ซัมซุง อิเลคโทรนิกส์ ประกาศอัปเดต Knox Suite โซลูชันแบบครบวงจรสำหรับภาคธุรกิจ ที่ออกแบบมาเพื่อบริหารจัดการและรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ระดับองค์กร โดยเดิมทีให้บริการในรูปแบบแพ็กเกจเดียวที่ครอบคลุมทั้งหมด แต่ในขณะนี้ Knox Suite ได้มาพร้อมแผนบริการใหม่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ได้แก่ Base, Essentials และ Enterprise เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านความปลอดภัยและการจัดการอุปกรณ์ที่หลากหลายของธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่สตาร์ทอัพขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องดูแลอุปกรณ์จำนวนมาก1 Samsung Knox เป็นกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยและการบริหารจัดการแบบครบวงจร ที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรกว่า 35,000 แห่งใน 134 ประเทศ จึงเป็นโซลูชันสำคัญที่เหมาะสำหรับธุรกิจที่ใช้อุปกรณ์ Samsung Galaxy เพราะช่วยให้สามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดย Knox Suite ได้พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มความปลอดภัยชั้นนำของซัมซุงอย่าง Samsung Knox เพื่อมอบการปกป้องที่แข็งแกร่ง ช่วยให้การทำงานของฝ่าย IT เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ  นายเจอร์รี พัค รองประธานบริหารและหัวหน้าทีมธุรกิจ B2B […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class="alignnone size-medium wp-image-17329" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/02/Samsung-Mobile-Knox-Suite-Offering-Base-Essentials-and-Enterprise-Plans_main1-612x408.jpg" alt="" width="612" height="408" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400">การอัปเดต Knox Suite ใหม่ ช่วยให้ภาคธุรกิจที่ใช้ Samsung Galaxy สามารถเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานได้อย่างเต็มที่ ผ่านการบริหารจัดการอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400">ซัมซุง อิเลคโทรนิกส์ ประกาศอัปเดต Knox Suite โซลูชันแบบครบวงจรสำหรับภาคธุรกิจ ที่ออกแบบมาเพื่อบริหารจัดการและรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ระดับองค์กร โดยเดิมทีให้บริการในรูปแบบแพ็กเกจเดียวที่ครอบคลุมทั้งหมด แต่ในขณะนี้ Knox Suite ได้มาพร้อมแผนบริการใหม่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ได้แก่ Base, Essentials และ Enterprise เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านความปลอดภัยและการจัดการอุปกรณ์ที่หลากหลายของธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่สตาร์ทอัพขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องดูแลอุปกรณ์จำนวนมาก</span><span style="font-weight: 400">1</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">Samsung Knox เป็นกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยและการบริหารจัดการแบบครบวงจร ที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรกว่า 35,000 แห่งใน 134 ประเทศ จึงเป็นโซลูชันสำคัญที่เหมาะสำหรับธุรกิจที่ใช้อุปกรณ์ Samsung Galaxy เพราะช่วยให้สามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดย Knox Suite ได้พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มความปลอดภัยชั้นนำของซัมซุงอย่าง Samsung Knox เพื่อมอบการปกป้องที่แข็งแกร่ง ช่วยให้การทำงานของฝ่าย IT เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ </span></p>
<p><b>นายเจอร์รี พัค รองประธานบริหารและหัวหน้าทีมธุรกิจ B2B แห่ง Mobile eXperience Business บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิกส์</b><span style="font-weight: 400"> กล่าวว่า “องค์กรในหลากหลายขนาดและอุตสาหกรรมล้วนมีความต้องการในการบริหารจัดการอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกองค์กรต่างมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ เราจึงได้นำเสนอทางเลือกที่ยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย Knox Suite เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละธุรกิจ ด้วยโซลูชันที่สามารถปรับขนาดได้ตามความต้องการ ซึ่ง Knox Suite ได้รับการพัฒนามาให้เหมาะกับทุกกรณีการใช้งาน พร้อมช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการระบบนิเวศของตัวเองได้อย่างครบวงจรและชาญฉลาดยิ่งขึ้น”</span></p>
<p><b>ยกระดับการบริหารจัดการอุปกรณ์ ด้วยโซลูชันที่เลือกได้ตามใจ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400">แผนบริการ Knox Suite เปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการอุปกรณ์ Samsung Galaxy ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับฝ่าย IT และเสริมศักยภาพให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดวงจรการใช้งานของอุปกรณ์ โดยซัมซุงยังมีบทบาทสำคัญในตลาด UEM (Unified Endpoint Management) ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น Major Player ในรายงาน </span><i><span style="font-weight: 400">IDC MarketScape: Worldwide Unified Endpoint Management Software 2024 Vendor Assessment</span></i><span style="font-weight: 400"> (doc #US51234224, เมษายน 2024) สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลก และล่าสุด Knox Suite ได้รับการพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น โดยพร้อมให้บริการใน 3 แผนที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li><b>Knox Suite — แผน Base</b><span style="font-weight: 400">: มาพร้อมกับอุปกรณ์ Samsung Galaxy โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งแผน Base ของ Knox Suite เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการตั้งค่าอุปกรณ์เพื่อการใช้งานในองค์กรอย่างง่ายดายและปลอดภัย ให้ผู้ดูแลระบบ IT สามารถเพิ่มอุปกรณ์ของซัมซุงเข้าสู่โซลูชัน Enterprise Mobility Management (EMM) ได้โดยไม่ต้องดำเนินการลงทะเบียนอุปกรณ์ด้วยตนเอง ลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการ รวมทั้งยังมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์และข้อมูลได้รับการปกป้องด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับรัฐบาล โดยแผน Base ประกอบไปด้วย Knox Mobile Enrollment (KME) และ Knox Platform for Enterprise (KPE) ซึ่งสามารถใช้งานได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้รหัสสิทธิ์การใช้งานเพิ่มเติม</span></li>
</ul>
<ul>
<li><b>Knox Suite — แผน Essentials: <span style="font-weight: 400">สำหรับธุรกิจที่ต้องการมากกว่าการตั้งค่าอุปกรณ์ แผน Essentials ของ Knox Suite ช่วยยกระดับอุปกรณ์เคลื่อนที่ให้กลายเป็นอุปกรณ์ที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกเหนือจากโซลูชันที่มีอยู่ในแผน Base แล้ว แผน Essentials ยังมี </span>Knox Manage<span style="font-weight: 400"> และ </span>Knox Remote Support<span style="font-weight: 400"> เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นบริการที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การบริหารจัดการอุปกรณ์ข้ามแพลตฟอร์มเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมทั้งให้การสนับสนุนและแก้ไขปัญหาแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น</span></b></li>
</ul>
<ul>
<li><b>Knox Suite — แผน Enterprise: <span style="font-weight: 400">เป็นแพ็กเกจที่ครบวงจรที่สุดของ Knox Suite ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการอุปกรณ์จำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านการควบคุมเวอร์ชันระบบปฏิบัติการ (OS) ในเชิงลึก มอบข้อมูลเชิงลึกอัจฉริยะ และฟีเจอร์เฉพาะที่ตอบโจทย์การใช้งานของพนักงานด่านหน้า เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ไปจนถึงบริษัทระดับกลางที่มีทีม IT ดูแลโดยเฉพาะ แผนนี้จะช่วยให้การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมการทำงานแบบดิจิทัลเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานด่านหน้า นอกเหนือจากโซลูชันที่มีในแผน Essentials แล้ว แผน Enterprise ยังมาพร้อมกับ </span>Knox E-FOTA, Knox Asset Intelligence, Knox Capture <span style="font-weight: 400">และ</span> Knox Authentication Manager<span style="font-weight: 400"> เพื่อเสริมศักยภาพให้องค์กรสามารถจัดการอุปกรณ์ได้อย่างชาญฉลาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น</span></b></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400">สำหรับธุรกิจที่ลงทุนใน </span><b>Galaxy Enterprise Edition</b><span style="font-weight: 400"> แพ็กเกจครบวงจรของอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่พร้อมใช้งานในองค์กรและบริการต่าง ๆ ตอนนี้รวมรหัสสิทธิ์การใช้งาน </span><b>Knox Suite — แผน Enterprise</b><span style="font-weight: 400"> เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มมูลค่าและประโยชน์สูงสุดให้กับธุรกิจ</span></p>
<p><b>นวัตกรรมที่ก้าวล้ำเพื่อการบริหารจัดการอุปกรณ์อย่างชาญฉลาด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400">การอัปเดตครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของ Knox Suite ในการยกระดับการบริหารจัดการอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยยิ่งขึ้น สำหรับธุรกิจที่ใช้งานโซลูชัน EMM อื่นอยู่แล้ว Knox Suite สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้ฝ่าย IT สามารถควบคุมและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ Samsung Galaxy ได้โดยไม่กระทบต่อเวิร์กโฟลว์การทำงานที่มีอยู่ นอกจากนี้ ซัมซุงยังร่วมมือกับผู้ให้บริการ </span><b>EMM</b><span style="font-weight: 400"> ชั้นนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ Knox Suite สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นผ่านแพลตฟอร์มของพาร์ทเนอร์ ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ที่ทรงพลังของ Knox Suite ได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าธุรกิจจะมีโครงสร้าง IT แบบใดก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ในอนาคต Knox Suite จะยังคงมุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความชาญฉลาดและการใช้งานที่ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมมอบเครื่องมือขั้นสูงและข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ได้จริงแก่ผู้ดูแลระบบ IT รวมทั้งยังช่วยให้องค์กรสามารถปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของอุปกรณ์ Samsung Galaxy เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับอนาคต</span></p>
]]></content:encoded>
																				</item>
			</channel>
</rss>