skip to content

ซัมซุงยกระดับอาคารทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ด้วยโซลูชัน HVAC อัจฉริยะ

21-10-2026

  • ประหยัดพื้นที่ พร้อมควบคุมการทำงานอย่างแม่นยำ: ชุดภายนอกอาคาร (คอยล์ร้อน) DVM S2 เพียงชุดเดียวสามารถเชื่อมต่อกับชุดภายในอาคาร (คอยล์เย็น) ได้สูงสุด 64 ยูนิต ช่วยลดพื้นที่ติดตั้ง พร้อมเทคโนโลยี Active AI ที่เรียนรู้รูปแบบการทำงานของอาคารแบบเรียลไทม์ เพื่อควบคุมอุณหภูมิและแรงดันให้เป็นไปตามค่าที่กำหนดอย่างแม่นยำ
  • ออกแบบมาเพื่องานปรับปรุงอาคาร: ระบบควบคุม Sub-cooling และท่อสารทำความเย็นหลักฝั่งของเหลวที่มีขนาดเล็กลง ช่วยให้ DVM S2 ลดปริมาณสารทำความเย็นที่ต้องใช้ได้สูงสุด 30%1 พร้อมรองรับการติดตั้งในอาคารที่ยังเปิดใช้งานอยู่ และมีคอยล์เย็นให้เลือกมากกว่า 10 ประเภท2 เพื่อให้เหมาะกับพื้นที่เดิม ทั้งล็อบบี้ ห้องพัก และพื้นที่สำนักงานแบบเปิดโล่ง โดยไม่จำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างครั้งใหญ่
  • บริหารจัดการหลายอาคารผ่านหน้าจอเดียว: เมื่อทำงานร่วมกับ DVM S2 แพลตฟอร์ม SmartThings Pro ช่วยให้ผู้ดูแลติดตามการทำงานของระบบในหลายพื้นที่ ตั้งเวลาการทำงานอัตโนมัติ วิเคราะห์และจัดทำรายงานการใช้พลังงาน พร้อมปรับแต่งแดชบอร์ดได้ตามความต้องการ เพื่อบริหารจัดการอาคารทั้งหมดผ่านหน้าจอเดียว

ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย อาคารสำนักงาน โรงแรม ศูนย์การค้า และโครงการมิกซ์ยูสหลายพันแห่งถูกสร้างขึ้นก่อนที่แนวคิดเรื่องความยั่งยืนจะกลายเป็นวาระสำคัญของภาคธุรกิจ และท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวนในปัจจุบัน ระบบทำความร้อน การระบายอากาศ และระบบปรับอากาศ (Heating, Ventilation, and Air Conditioning หรือ HVAC) ได้กลายเป็นส่วนที่ใช้พลังงานสูงที่สุดและมีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับการใช้พลังงานด้านอื่น ๆ ภายในอาคาร3 เมื่อบวกกับแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาคารสิ่งปลูกสร้างเดิมเหล่านี้จึงต้องแบกรับภาระต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ระบบ HVAC กลายเป็นเป้าหมายแรกในการรรีโนเวตอาคาร ทั้งยังเป็นระบบที่คุ้มค่าแก่การอัปเกรดมากที่สุดโดยไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้าง ช่วยให้องค์กรเห็นผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้อย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน การทุบทำลายอาคารเดิมเพื่อก่อสร้างตึกใหม่อาจจะต้องใช้งบประมาณสูง และยังก่อให้เกิดการปล่อยคาร์บอนปริมาณมหาศาลและใช้ระยะเวลานาน เจ้าของอาคารจำนวนมากจึงเริ่มปรับเปลี่ยนมุมมอง โดยหันกลับมาตั้งคำถามว่า การเลือกอัปเกรดสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ฉลาดขึ้น อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าหรือไม่

ปัจจุบัน มีทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือบริหารจัดการที่ช่วยตอบโจทย์นี้ได้ โดยการผสานโซลูชันจัดการพลังงานด้วย AI ของซัมซุงเข้ากับระบบ HVAC อัจฉริยะและเทคโนโลยีเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ ภายในอาคาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานควบคู่กับการยืดอายุการใช้งานของอาคาร

DVM S2 จากซัมซุง เป็นระบบปรับอากาศแบบปรับปริมาณสารทำความเย็นแปรผัน (Variable Refrigerant Flow – VRF) สามารถเชื่อมต่อคอยล์ร้อนหนึ่งตัวเข้ากับคอยล์เย็นได้สูงสุดถึง 64 ยูนิต ช่วยลดภาระการเดินท่อใหม่และงานปรับปรุงโครงสร้างที่จำเป็นในการรีโนเวต ขณะเดียวกัน โหมด AI Energy บน SmartThings Pro จะช่วยปรับการทำงานของอุปกรณ์แต่ละชิ้นโดยอัตโนมัติให้สอดคล้องกับสภาวะจริง อัตราค่าไฟฟ้า และระดับความเย็นสบายของผู้ใช้อาคาร การทำงานร่วมกันของทั้งสองระบบจึงช่วยให้อาคารเดิมตอบสนองต่อการใช้งานได้ดีขึ้นและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องปรับปรุงโครงสร้างครั้งใหญ่

จัดการระบบ HVAC ด้วย AI: ทางลัดสู่การประหยัดพลังงานที่รวดเร็วที่สุด

เนื่องจากระบบทำความเย็นคือส่วนที่ใช้พลังงานสูงสุดในอาคารพาณิชย์ การรีโนเวตในจุดนี้จึงเป็นจุดที่คืนทุนได้เร็วที่สุด

รักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิม พร้อมยกระดับความสบาย: โรงแรมบาหลี บีช โฮเต็ล ซานูร์ (Bali Beach Hotel Sanur) ปรับปรุงระบบทำความเย็นบริเวณล็อบบี้ ห้องสปา และศูนย์ออกกำลังกาย ด้วยโซลูชัน DVM ของซัมซุง

โรงแรมบาหลี บีช โฮเต็ล ซานูร์ (Bali Beach Hotel Sanur) ซึ่งมุ่งเน้นการรักษากลิ่นอายทางประวัติศาสตร์ควบคู่ไปกับการยกระดับความสะดวกสบายสูงสุดให้แก่ผู้เข้าพัก จึงเลือกใช้โซลูชัน DVM ของซัมซุง เพื่อตอบโจทย์ระบบทำความเย็นที่ออกแบบเฉพาะพื้นที่ โดยสามารถปรับอุณหภูมิให้เหมาะกับแต่ละโซนได้อย่างแม่นยำ ทั้งล็อบบี้ ห้องสปา และฟิตเนสเซ็นเตอร์ ผสานเข้ากับเทคโนโลยีประหยัดพลังงานและการควบคุมระบบ B2B แบบครบวงจร ด้วยระบบที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ พร้อมการสนับสนุนแบบ End-to-End ตั้งแต่การให้คำปรึกษาไปจนถึงการบำรุงรักษา โรงแรมจึงสามารถยกระดับความทันสมัยได้โดยไม่ต้องรื้อถอนโครงสร้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของตัวอาคาร

จุดเด่นสำคัญของ DVM S2 คือประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงาน โดยแทนที่จะทำงานเต็มกำลังตลอดเวลา ระบบจะเรียนรู้รูปแบบการทำความเย็นของอาคารเพื่อรักษาระดับแรงดันและอุณหภูมิที่แต่ละพื้นที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานของคอมเพรสเซอร์ลงได้สูงสุดถึง 15%4 นอกจากธุรกิจโรงแรมแล้ว อาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ หรือศูนย์การค้าในซิดนีย์ ก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพนี้ได้ทันทีที่ระบบถูกปรับจูนให้เข้ากับการปฏิบัติงานจริงของอาคาร

ยุคใหม่ของอาคารที่เรียนรู้และปรับแต่งประสิทธิภาพได้เอง

ในอดีต การรีโนเวตมักเป็นการปรับปรุงระบบแบบครั้งเดียวจบ ซึ่งประสิทธิภาพการทำงานจะค่อย ๆ ลดลงตามกาลเวลา แต่นวัตกรรมระบบอัจฉริยะได้เข้ามาพลิกโฉมแนวคิดดังกล่าว ด้วยความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่องหลังติดตั้งเสร็จสิ้น โดย DVM S2 จะคอยตรวจจับสภาพแวดล้อมภายในอาคารและตอบสนองแบบเรียลไทม์ ขณะที่ AI Energy Mode บน SmartThings Pro จะประเมินความหนาแน่นของผู้ใช้ในอาคาร สภาพอากาศ และอัตราค่าไฟแบบเรียลไทม์ เพื่อกำหนดระดับการทำงานของแต่ละยูนิตให้เหมาะสมที่สุด

ผลลัพธ์ที่ได้คือ อาคารที่สามารถปรับการทำงานให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานจริง ลดการใช้พลังงานในชั้นที่ไม่มีผู้ใช้งาน และปรับการใช้พลังงานออกจากช่วงเวลา Peak ที่มีอัตราค่าไฟสูง ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยรักษาประสิทธิภาพของอาคารให้อยู่ในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้อาคารที่เคยต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญมาปรับตั้งค่าระบบเป็นระยะ สู่ระบบที่สามารถปรับจูนประสิทธิภาพการทำงานได้ด้วยตัวเองให้เหมาะสมในแต่ละฤดูกาล

อีโคซิสเต็มที่เชื่อมถึงกัน: ลดทั้งต้นทุนในการดำเนินงานและการซ่อมบำรุง

การประหยัดในระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุด มักไม่ใช่เพียงตัวเลขพลังงานที่ลดลง แต่อยู่ที่การลดรอบบริการซ่อมบำรุงที่ไม่จำเป็น

ด้วยการทำงานร่วมกันบนแพลตฟอร์มเดียวของ DVM S2 และ SmartThings Pro ทีมบริหารอาคารจึงสามารถกำกับดูแลพื้นที่ทั้งหมดได้จากแดชบอร์ดเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเรียกดูข้อมูลวิเคราะห์พลังงานแบบเรียลไทม์ แนวโน้มประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนที่ปัญหาเล็ก ๆ จะลุกลามจนระบบขัดข้อง

ระบบบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive maintenance) และการวินิจฉัยปัญหาจากระยะไกล ช่วยให้สามารถระบุความผิดปกติของคอมเพรสเซอร์หรือสารทำความเย็นรั่วไหลได้ทันท่วงที ทำให้ทีมช่างสามารถแก้ไขปัญหาได้หลายรายการล่วงหน้าก่อนเดินทางลงพื้นที่จริง

สำหรับเจ้าของอาคารที่มีโครงการกระจายอยู่ตามเมืองต่าง ๆ การมอนิเตอร์หลายโครงการจะช่วยรวมทุกโครงการให้อยู่ในมุมมองเดียวที่เข้าใจง่าย ลดโอกาสที่จะเกิดการซ่อมแซมฉุกเฉิน ลดระยะเวลาที่ระบบต้องหยุดทำงาน และเปลี่ยนรูปแบบการบำรุงรักษาไปสู่การใช้ข้อมูลสภาพเครื่องจริง แทนการยึดรอบเวลาตายตัว

แนวคิดอีโคซิสเต็มแบบเชื่อมต่อกันนี้กำลังถูกนำไปปรับใช้ในโครงการใหม่ ๆ เช่น Grantz Forest Park โครงการมิกซ์ยูสภายใต้การดูแลของศูนย์ B2B Integrated Offering Center ของซัมซุง ณ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งผู้จัดการอาคารสามารถตรวจสอบสถานะสิ่งอำนวยความสะดวกได้จากระยะไกลผ่าน SmartThings Pro พร้อมควบคุมระบบ HVAC ระบบไฟฟ้า และระบบแสงสว่างด้วยโซลูชันบริหารจัดการอาคารแบบบูรณาการ ‘b.IoT’ ของซัมซุง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงสุด

ก้าวสู่อนาคตด้วยการยกระดับอาคารที่มีอยู่

การมองว่า การก่อสร้างอาคารใหม่เป็นทางออกเดียวของความก้าวหน้าอาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องอีกต่อไป เพราะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ซึ่งระบบ HVAC ใช้พลังงานมหาศาลและมีอาคารเปิดใช้งานอยู่แล้วนับพันแห่ง โอกาสทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าจึงไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่จะถูกสร้างขึ้นใหม่ แต่คือการอัปเกรดสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับเจ้าของอาคารทั่วภูมิภาค โจทย์สำคัญจึงเปลี่ยนจากการเลือกว่าจะรีโนเวตหรือไม่ ไปสู่การหาวิธีรีโนเวตโครงสร้างเดิมอย่างชาญฉลาด ซึ่งด้วยโซลูชัน HVAC ขับเคลื่อนด้วย AI จากซัมซุง อาคารสำนักงาน โรงแรม และโครงการมิกซ์ยูสทั่วภูมิภาค จะพร้อมก้าวไปกับระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพและล้ำสมัยอย่างแท้จริง


คำถามที่พบบ่อย

ถาม: Samsung SmartThings Pro คืออะไร?

แพลตฟอร์ม B2B IoT แบบครบวงจรของซัมซุง ทำหน้าที่เชื่อมโยงระบบปรับอากาศ HVAC และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทั้งในอาคารพักอาศัย ร้านค้าปลีก โรงแรม และองค์กร ช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการหลายพื้นที่ได้พร้อมกัน สั่งการอัตโนมัติ และมอนิเตอร์การใช้พลังงานได้แบบเรียลไทม์ผ่านแดชบอร์ดที่ปรับแต่งได้ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Enterprise API

ถาม: คอยล์ร้อน Samsung DVM S2 หนึ่งตัวรองรับคอยล์เย็นได้กี่ตัว?

คอยล์ร้อน DVM S2 เพียงชุดเดียวสามารถเชื่อมต่อชุดภายในอาคาร (คอยล์เย็น) ได้สูงสุดถึง 64 ยูนิต ช่วยลดจำนวนอุปกรณ์ใหม่ที่ต้องใช้ระหว่างการรีโนเวตอาคาร

ถาม: สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันแบบครบวงจรของซัมซุงได้อย่างไร?

สามารถติดต่อทีมงานซัมซุงเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทร 02 689 3277 หรือ 1282 กด 7 ตลอด 24 ชั่วโมง (ให้บริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์) หรือทางเว็บไซต์ https://www.samsung.com/th/business/industries/smartthings-pro/


  1. เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ↩︎
  2. มีชุดภายในอาคาร (คอยล์เย็น) มากกว่า 10 ประเภทที่แตกต่างกัน ครอบคลุมขนาดตั้งแต่ 5,000 ถึง 96,000 บีทียู/ชั่วโมง (Btu/h) ↩︎
  3. อ้างอิงจากรายงาน The Future of Cooling in Southeast Asia โดยองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency – IEA): https://www.iea.org/reports/the-future-of-cooling-in-southeast-asia ↩︎
  4. อ้างอิงจากการทดสอบภายใน โดยเชื่อมต่อคอยล์ร้อนรุ่น AM080AXVGGH/EU เข้ากับคอยล์เย็นรุ่น AM083NN4DBH1 และ AM145NN4DBH1 ด้วยความยาวท่อ 25 เมตร ใช้โหมดการทำความเย็นแบบอัตโนมัติ (Auto mode) เป็นเวลา 4 ชั่วโมง ภายใต้อุณหภูมิภายนอก 30 องศาเซลเซียส และตั้งค่าอุณหภูมิไว้ที่ 22 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมการติดตั้งและการใช้งานจริง เช่น ความยาวท่อ ความสูง และอุณหภูมิภายนอก ↩︎
top