ซัมซุงเดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศแบบเปิด (Open Ecosystem) ที่เชื่อมโยงอุปกรณ์ บริการ และพันธมิตร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ไร้รอยต่อ ยกระดับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน ที่ งาน VivaTech 2026
30-06-2026
ช่วงเสวนาบนเวที ซัมซุงและพันธมิตร ได้แก่ Xealth, Generation Lab และ SiPhox Health ได้ร่วมกันแบ่งปันรายละเอียดถึงแนวทางที่ระบบนิเวศแบบเปิดของซัมซุงจะช่วยขับเคลื่อนโซลูชัน Connected Care เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงรุกที่ไร้รอยต่อในชีวิตประจำวันได้อย่างไร นำไปสู่การสร้างเสริมสุขภาวะเชิงรุกในชีวิตประจำวันได้อย่างไร
บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด นำเสนอวิสัยทัศน์เรื่อง Connected Care หรือการดูแลสุขภาพเชิงรุกแบบไร้รอยต่อ ทั้งภายในและภายนอกบ้าน ผ่านการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ บริการ และผู้คนเข้าด้วยกัน ที่ขับเคลื่อนผ่านระบบนิเวศแบบเปิด (Open Ecosystem)ของซัมซุง ในระหว่างการ เสวนาบนเวที ณ งาน VivaTech 2026 งานประชุมด้านเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ในงานเสวนา ฮอน ปาร์ค (Hon Pak) หัวหน้าทีม MX Digital Health ของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้ร่วมพูดคุยกับวิทยากรอีก 4 ท่าน ได้แก่ เดวิด ลี (David Lee) หัวหน้าทีม Samsung Next, ไมค์ แม็คเชอร์รี (Mike McSherry) ซีอีโอของ Xealth, อลินา ซู (Alina Su) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Generation Lab และไมเคิล ดูบรอฟสกี (Michael Dubrovsky) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ SiPhox Health เพื่อร่วมกันถ่ายแนวทางสู่อนาคตของการดูแลสุขภาพให้กับผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกกว่า 1,000 คน

เดวิด ลี (David Lee) ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของความร่วมมือนี้ว่า “อนาคตของสุขภาพไม่ใช่สิ่งที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งจะสามารถสร้างขึ้นได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยแพลตฟอร์มที่เปิดให้พันธมิตรเชื่อมต่อและพัฒนาร่วมกัน ที่เหล่านักนวัตกรรมมาทำงานร่วมกัน”
การสร้างระบบนิเวศแบบเปิด
ซัมซุงมีพอร์ตโฟลิโอกลุ่มผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์สวมใส่ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ไปจนถึงทีวี โดยบริษัทฯ ได้ใช้ศักยภาพของระบบนิเวศนี้ ในการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายธุรกิจ เพื่อเร่งให้แนวทางการดูแลสุขภาพเชิงรุกแบบไร้รอยต่อเกิดขึ้นได้จริง
ด้วยการการผสานอุปกรณ์ของซัมซุงเข้ากับโซลูชันจากพันธมิตรภายในระบบนิเวศแบบเปิด/แพลตฟอร์มที่เปิดให้พัฒนาร่วมกันกับ Xealth, Generation Lab และ SiPhox Health กำลังช่วยเร่งให้วิสัยทัศน์ของแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงรุกแบบไร้รอยต่อ เกิดขึ้นจริงได้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้ชีวิตของผู้ใช้งานมีสุขภาพดีและมีพลังชีวิตมากยิ่งขึ้น ผ่านการจัดการสุขภาวะเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบนิเวศของอุปกรณ์เชื่อมต่อของซัมซุง

ฮอน ปาร์ค (Hon Pak) ได้เน้นย้ำศักยภาพของซัมซุงในการเข้าถึงผู้ใช้ในระหว่างเสวนาว่า “ปัจจุบัน Samsung Health มีผู้ใช้งานที่ใช้งานรายเดือนมากกว่า 77 ล้านคน1 ขณะที่แพลตฟอร์ม SmartThings ยังเชื่อมต่อผู้ใช้งานกว่า 460 ล้านคน2”
ซัมซุง มีความได้เปรียบอย่างมากในฐานะแบรนด์ที่ผู้บริโภคไว้วางใจและมีบทบาทสำคัญในบ้านเรือน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิตและการดูแลสุขภาพในทุกวันของผู้คน ฮอน ปาร์ค (Hon Pak) กล่าวเสริมว่า “ด้วยการเชื่อมต่อระบบนิเวศอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านผ่าน SmartThings ซัมซุงจึงสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มอบประสบการณ์ด้านสุขภาพให้เกิดขึ้นภายในบ้านได้ โดยเฉพาะในยุคที่การดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนผ่านไปอยู่ในบ้านมากขึ้น บ้านจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ช่วยป้องกันและดูแลสุขภาพเชิงรุกได้ในวงกว้าง”
เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ ซัมซุงได้รวมอุปกรณ์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โทรทัศน์ และอุปกรณ์อื่น ๆ จากพันธมิตรที่รองรับ เข้ามาไว้ในแพลตฟอร์ม SmartThings การเชื่อมต่อดังกล่าวจะสามารถช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่การตั้งค่าระบบอัตโนมัติเฉพาะบุคคล ไปจนถึงการดูแลสมาชิกในครอบครัวและสัตว์เลี้ยงได้อย่างใกล้ชิด
การเร่งสร้างนวัตกรรมผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร
เหล่าผู้ร่วมเสวนาเห็นพ้องกันว่า จุดแข็งที่สำคัญของซัมซุงคือระบบนิเวศที่แข็งแกร่งและแนวทางการทำงานร่วมกับพันธมิตรแบบเปิด
อลินา ซู (Alina Su) จาก Generation Lab ได้เน้นย้ำถึงคุณค่าของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือการเปิดกว้างและศักยภาพในการเข้าถึงผู้ใช้งานอย่างแท้จริงของซัมซุง ซัมซุงมีทั้งขนาดธุรกิจที่ใหญ่และขีดความสามารถทางเทคนิคที่จับต้องได้จริง ยิ่งไปกว่านั้นคือมีความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ และเดินหน้าไปพร้อมกันอย่างรวดเร็ว เมื่อผสานจุดแข็งนี้เข้ากับอุปกรณ์ที่ผู้ใช้งานอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน ก็จะช่วยให้นวัตกรรมเข้าไปอยู่ในชีวิตของผู้ใช้งานได้รวดเร็วกว่าการพัฒนาแต่เพียงลำพังหลายเท่า”
ด้าน ไมเคิล ดูบรอฟสกี (Michael Dubrovsky) จาก SiPhox Health ได้อธิบายถึงประโยชน์ของความร่วมมือนี้ว่า “ซัมซุงมีระบบนิเวศของอุปกรณ์ที่เข้าถึงผู้ใช้งานทั้งในบ้านและในตัวผู้ใช้อยู่แล้ว ในขณะที่ SiPhox เข้ามาเติมเต็มในส่วนการวินิจฉัยสุขภาพ เมื่อนำข้อมูลจากอุปกรณ์ที่บันทึกไว้อย่างต่อเนื่องมารวมเข้ากับข้อมูลทางชีวภาพ (Biomarker) ที่ติดตาม ช่วยให้เราสร้างภาพรวมด้านสุขภาพที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นนอกสถานพยาบาลมาก่อน”
ปัจจุบัน Generation Lab มีโซลูชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจเช็กอายุทางชีวภาพและดูแลสุขภาพตัวเองที่บ้านได้ง่าย ๆ ในขณะที่ SiPhox Health มีบริการที่ช่วยให้จัดการสุขภาพเชิงรุกผ่านการตรวจเลือดที่มีมาตรฐานเทียบเท่าโรงพยาบาล ที่สามารถทำได้เองในครัวเรือน
ส่วน ไมค์ แม็คเชอร์รี (Mike McSherry) จาก Xealth ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโซลูชันด้านการดูแลสุขภาพที่ต่อเนื่องและไร้รอยต่อ ว่าเป็นการเชื่อมช่องว่างระหว่างการดูแลทางคลินิกในโรงพยาบาลกับการจัดการสุขภาพในชีวิตประจำวัน ผ่านการบูรณาการข้อมูลเชิงลึกร่วมกับซัมซุง
การเสริมพลังความร่วมมือแบบเปิดและยกระดับความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง
นอกจากความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรแล้ว ซัมซุงยังสร้างระบบนิเวศแบบเปิดสำหรับกลุ่มนักพัฒนาและนักวิจัยในวงกว้าง ผ่าน Samsung Health Software Development Kit Suite (SDK) เพื่อให้นักพัฒนาและนักวิจัยสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการด้านสุขภาพ โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเซนเซอร์ขั้นสูงและแพลตฟอร์มสุขภาพของซัมซุง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งาน Samsung Health สามารถเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ซัมซุงยังให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลของผู้ใช้งานผ่าน Samsung Knox ซึ่งเป็นโซลูชันด้านความปลอดภัยระดับสูงที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของซัมซุง ที่ผสานอยู่ในอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และทีวี เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญภายในระบบนิเวศของซัมซุงได้อย่างมั่นใจ
อนาคตของการดูแลสุขภาพในอีก 5 ปีข้างหน้าภายใต้ยุค AI ฮอน ปาร์ค (Hon Pak) กล่าวสรุปว่า “เพื่อนคู่คิดในชีวิตประจำวันที่รู้จักตัวตนของผม รวมถึงเข้าใจว่าผมต้องการอะไรและเมื่อไหร่ จะช่วยให้ผมบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างไร้รอยต่อ ผ่านพฤติกรรมการใช้ชีวิตและบริการจากพันธมิตรที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เชื่อมต่อกัน”
