สินค้า > เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

ซัมซุงเผยโฉมไลน์อัพเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่งาน ‘Welcome to BESPOKE AI’ โดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อและความสามารถด้าน AI ที่ดีล้ำยิ่งขึ้น

04-04-2024
แบ่งปันข่าวสาร

จัดต่อเนื่อง 3 งานใน 24 ชั่วโมง ทั้ง โซล ปารีส และนครนิวยอร์ก จัดเต็มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัว
และห้องนั่งเล่นใหม่ในแต่ละตลาดที่หลากหลาย

 

 

ซัมซุงเผยโฉมไลน์อัพผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านรุ่นใหม่ล่าสุด โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวทั่วโลกในงาน ‘Welcome to ‘BESPOKE AI’[1] ซึ่งจัดขึ้น 3 แห่งด้วยกัน คือ โซล ปารีส และนครนิวยอร์ก ซัมซุงได้เผยวิสัยทัศน์ถึงการเชื่อมต่อถึงกันของผลิตภัณฑ์ที่จะสามารถสร้างประสบการณ์โดยรวมในบ้านให้ดีขึ้นได้อย่างไร และ AI จะยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าเช่นไร

 

จอง-ฮี ฮาน รองประธานกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ประสบการณ์ผลิตภัณฑ์ (Device eXperience – DX) เปิดฉากการจัดงานต่อเนื่องแบบมาราธอนด้วยการเปิดงานสำหรับสื่อมวลชนในงาน ‘Welcome to BESPOKE AI’ ที่กรุงโซล โดยบรรยายให้เห็นว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านของซัมซุงทำได้มากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เมื่อมีการนำ AI มาประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการนำหน้าจอมาเพิ่มไว้เป็นส่วนหนึ่งของตู้เย็น เตาแม่เหล็กไฟฟ้า และเครื่องซัก-อบผ้า ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้า Bespoke ปรับเปลี่ยนสถานะเป็นแพลตฟอร์มเพื่อความบันเทิง รวมถึงเป็นศูนย์กลางการควบคุมที่เข้าถึงได้ง่ายเพื่อใช้สั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ของซัมซุงที่เชื่อมต่อถึงกันผ่าน SmartThings

 

“นับตั้งแต่ที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ BESPOKE เป็นครั้งแรกในปี 2019 ซัมซุงแสดงให้เห็นมาอย่างต่อเนื่องว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถได้รับการปรับแต่งให้เข้ากับบ้านและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้แต่ละคนได้อย่างลงตัวที่สุดเพียงใด” เจเอช ฮาน กล่าว “เวลาผ่านมา 5 ปี วันนี้ถึงเวลาแล้วที่  จะบอกเล่าวิสัยทัศน์ของ  ในเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้า AI ด้วยผลิตภัณฑ์ที่จะมาต่อเติมความดีงามของ Bespoke ผ่านการเชื่อมต่อและความสามารถด้าน AI ที่ยิ่งดีล้ำยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคขึ้นอีกขั้น”

 

Bespoke AI เชื่อมต่อข้อมูลเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับหลากหลายพื้นที่ในบ้าน

เครื่องใช้ไฟฟ้า Bespoke AI รุ่นล่าสุดของซัมซุงมีการเชื่อมต่อ Wi-Fi ในตัว ตลอดจนกล้องภายในตัวผลิตภัณฑ์ และชิป AI รวมถึงรองรับการใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชั่น SmartThings ได้ ทำให้ฟีเจอร์ก้าวล้ำยิ่งขึ้นเพื่อวางรากฐานของบ้านที่เป็นสมาร์ทโฮมอย่างแท้จริง นอกจากนี้ AI Home ใหม่ซึ่งเป็นหน้าจอ LCD ขนาด 7 นิ้วที่มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายและถูกใส่ในผลิตภัณฑ์หลายประเภท ยังช่วยมอบการเข้าถึงและการควบคุมที่แสนง่ายดายทั่วทั้งอีโคซิสเต็มที่เชื่อมต่อถึงกัน

 

AI Home มีฟีเจอร์ 3D Map View ที่ให้ผู้ใช้สามารถดูภาพรวมของบ้านทั้งหลังในแบบ 3 มิติเต็มรูปแบบ ช่วยดูตำแหน่งของเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นที่เชื่อมต่อเอาไว้ รวมถึงควบคุมพวกมันได้ด้วย ตัวอย่างเช่น ในขณะที่ผู้ใช้กำลังทำอาหารอยู่ในครัวและรู้สึกว่าอากาศร้อนเกินไป ก็สามารถเปิดเครื่องปรับอากาศในห้องอื่นๆ ผ่าน AI Home ที่ชุดเตาแม่เหล็กไฟฟ้า[2]โดยที่ไม่ต้องปล่อยหม้อและกระทะทิ้งไว้นอกสายตา หรือในขณะที่กำลังซักผ้า สามารถสั่งให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเริ่มทำความสะอาดห้องนั่งเล่นได้จากหน้าจอ AI Home ที่เครื่องซักผ้าโดยที่ไม่ต้องเดินไปเดินมา และยังสามารถรับสายเรียกเข้าในโทรศัพท์ผ่าน AI Home ได้ ช่วยให้สามารถรับสายได้ทันโดยที่ยังคงทำงานบ้านที่กำลังทำอยู่นั้นๆ ต่อไปได้ AI Home ไม่เพียงทำให้งานบ้านเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องที่เพลิดเพลินได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน ผู้ใช้สามารถเล่นเพลงโปรด ดูวีดีโอผ่านแอปบนอินเทอร์เน็ต หรือดูสูตรอาหารบนหน้าจอได้ในขณะที่กำลังทำอาหาร

 

เนื่องจากโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ที่มักพกพาติดตัวไว้แทบจะตลอดเวลา Mobile Smart Connect จึงเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยส่งการแจ้งเตือนแบบพุชไปยังโทรศัพท์เมื่อมันอยู่ใกล้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลงทะเบียนไว้ ซึ่งการแจ้งเตือนแบบป๊อป-อัพนี้จะมีเมนูควบคุมแบบรวดเร็วสำหรับใช้สั่งงานฟังก์ชั่นหลักๆ ของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆ ได้โดยตรงจากโทรศัพท์ ผู้ใช้จึงไม่จำเป็นต้องเดินไปทั่วบ้านเพื่อหารีโมทคอนโทรลตัวจริงของมัน[3]อีกต่อไป และนี่ยังช่วยขจัดขั้นตอนอีกหลายขั้นและจำนวนการคลิกอีกหลายครั้ง[4]ในการเข้าถึงฟีเจอร์เดียวกันผ่านแอปพลิเคชั่น SmartThings

 

ในงาน BESPOKE AI ครั้งนี้ ซัมซุงยังได้จัดแสดงฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อ ‘Calm Onboarding’ ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าร่วมชีวิตที่เชื่อมต่อถึงกันของซัมซุงได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยฟีเจอร์นี้ช่วยทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องยุ่งยากกับการลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ เพราะสามารถลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ที่ซื้อผ่านบัญชี Samsung Account บนเว็บไซต์ Samsung.com ไว้ในแอป SmartThings ในชื่อบัญชีเดียวกันนั้นได้โดยตรง

 

เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ในการก้าวเข้าสู่ยุคของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่เชื่อมต่อถึงกันในระดับสูงด้วยพลังขับเคลื่อนจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซัมซุงจึงให้ความสำคัญการนำเสนอ Knox แพลตฟอร์มการรักษาความปลอดภัยของตนที่ครบถ้วนเบ็ดเสร็จ ช่วยปกป้องข้อมูลทั้งหมดของผู้ใช้ที่อยู่ในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อเอาไว้ ทั้งนี้ ตู้เย็น French Door แบบ 4 ประตู พร้อม AI Family Hub™[5] เป็นผลิตภัณฑ์รุ่นแรกในอุตสาหกรรมนี้ที่ได้รับการรับรองความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัย IoT ในระดับ ‘Diamond’ จาก UL Solutions ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกทางด้านวิทยศาสตร์ความปลอดภัยที่ทำหน้าที่ตรวจประเมินคำกล่าวอ้างทางการตลาดปีละนับร้อยๆ กรณี ผลิตภัณฑ์ Family Hub รุ่นอื่นๆ[6] ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกันนี้ ตลอดจนหุ่นยนต์ทำความสะอาด Bespoke Jet Bot Combo™ AI ก็ได้รับการรับรองในระดับดังกล่าวด้วยเช่นกัน

 

AI ขยายความหลากหลายของฟีเจอร์ให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของซัมซุง

นอกจากสถานที่จัดงานแล้ว สิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันชัดเจนที่สุดของงานที่จัดขึ้น 3 แห่งในครั้งนี้ก็คือไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในการแถลงข่าวของแต่ละแห่ง ซึ่งบ่งบอกถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะมีการเปิดตัวจริงในแต่ละตลาด

 

งาน ‘BESPOKE AI’ ที่กรุงโซลเปิดฉากด้วยไลน์อัพที่มีผลิตภัณฑ์มากที่สุดในงานซึ่งจัดขึ้นทั้ง 3 แห่ง ด้วยจำนวนผลิตภัณฑ์ใหม่ถึง 14 รุ่นด้วยกัน ทั้งตู้เย็น Bespoke French Door พร้อม AI Family Hub™+, เตาแม่เหล็กไฟฟ้า Bespoke Infinite Induction Line, เครื่องซักและอบผ้า Bespoke AI Laundry Combo™, หุ่นยนต์ทำความสะอาด Bespoke Jet Bot Combo™ AI, เครื่องดูดฝุ่น Bespoke Jet AI™, เครื่องฟอกอากาศ Bespoke Cube™ Air Infinite Line และตู้เย็น 4 ประตูรุ่นใหม่ของปี 2024 ที่ผสานเทคโนโลยีเพลเทียร์ (Peltier) เป็นต้น

 

French Door แบบ 4 ประตู พร้อม AI Family Hub™[7] คือศูนย์กลางการควบคุมหลักสำหรับทุกอย่างที่เกี่ยวกับอาหารด้วยการเชื่อมต่อตู้เย็นเข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ในบ้าน โดย AI Family Hub™+[8] ซึ่งเป็นหน้าจอแอลอีดีขนาดใหญ่ที่แผงประตูด้านหน้าฝั่งขวาของตู้เย็น คือกุญแจสำคัญสู่ประสบการณ์ AI ที่ใช้งานได้ง่ายอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้ใช้สามารถดูสูตรอาหารที่แนะนำ และเปิดเพลงหรือวีดีโอเพื่อเป็นความบันเทิงในห้องครัว ตู้เย็น French Door แบบ 4 ประตู พร้อม AI Family Hub™ รุ่นนี้มาพร้อมฟีเจอร์ AI Vision Inside[9] ที่ใช้กล้องภายในตู้เย็นเพื่อเก็บข้อมูลอาหารสดที่นำเข้ามาเก็บและนำออกไปจากตู้เย็นได้มากถึง 33 รายการ ซึ่งอาหารที่จดจำไว้นั้นจะแสดงเป็นรายการและได้รับการดูแลจัดการบนหน้าจอ Family Hub™ และยังสามารถตรวจสอบรายการได้บนแอป SmartThings[10] อีกด้วย

 

Bespoke Jet Bot Combo™ AI หุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้นซึ่งมีฟีเจอร์ AI ที่พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น รวมถึง AI Recognition ที่ฉลาดล้ำ สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ โดย AI Object Recognition จะใช้โมเดล AI โครงข่ายประสาทเทียมส่วนลึก (Deep Neural Network – DNN) ร่วมกับกล้องเพื่อจดจำวัตถุต่างๆ[11] รวมถึงมนุษย์[12] สัตว์เลี้ยง[13] และสิ่งที่มองเห็นได้ยาก เช่นสายโทรศัพท์และพรมปูพื้นหรือพรมเช็ดเท้า ส่วน AI Floor Detect จะตรวจสอบได้ว่าพื้นที่ที่ทำความสะอาดเป็นพื้นประเภทใด และเมื่อตรวจพบว่าเป็นพรม หุ่นยนต์จะตัดสินใจว่าจะยกแผ่นม็อบถูพื้นให้สูงขึ้นหรือกลับไปถอดเก็บไว้ที่สถานีของมันเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้พรมเกิดรอยเปรอะเปื้อนจากแผ่นม็อบถูพื้นที่เปียก นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบ Clean Station Steam+ ที่รวบรวมฟีเจอร์ต่างๆ ในการดูแลรักษาตัวอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ อาทิ ทิ้งฝุ่นออกจากถุงกักเก็บฝุ่น เติมน้ำในช่องบรรจุน้ำ ซักล้างและทำความสะอาดแผ่นม็อบถูพื้นอย่างล้ำลึกด้วยไอน้ำ[14] นอกจากนี้ Clean Station Steam+ ยังพ่นไอน้ำอุณหภูมิสูง[15]ไปบนพื้นผิวของแผ่นม็อบถูพื้นด้วย ซึ่งสามารถลดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายได้ถึง 99.99%[16]

 

เนื่องจากการประหยัดพลังงานถือเป็นหลักเกณฑ์สำคัญในตลาดยุโรป งาน ‘BESPOKE AI’[17] ที่กรุงปารีสจึงมีการเปิดตัวเพิ่มเติมในส่วนของตู้เย็นแบบ Fridge Freezer[18] รุ่นใหม่ที่มีความกว้างเป็นพิเศษและมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่ดีเยี่ยม และไลน์อัพเครื่องซักผ้ารุ่นใหม่ โดยตู้เย็นแบบ Fridge Freezer ที่มีความกว้างเป็นพิเศษรุ่นนี้ได้รับการจัดระดับให้อยู่ในเกรด “A” ตามมาตรฐานด้านพลังงานของยุโรป ซึ่งเป็นผลมาจากคอมเพรสเซอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ AI รุ่นใหม่ของซัมซุง ส่วนไลน์อัพเครื่องซักผ้าใหม่ประกอบไปด้วยหลากหลายรุ่น ซึ่งได้รับการจัดระดับให้อยู่ในเกรดต่างๆ ตั้งแต่ A-10%, A-20% หรือแม้กระทั่ง A-40% ในรุ่นที่ประหยัดพลังงานเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รุ่นที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีเป็นพิเศษในระดับ A-40% ยังมีเทคโนโลยี Bubble Shot ที่ช่วยประหยัดน้ำและเวลาในการซักโดยการปั๊มน้ำภายในถังซักแล้วฉีดพ่นลงที่ด้านบนของเสื้อผ้า

 

Bespoke AI Laundry Combo™ ซึ่งได้รับการนำเสนอทั้งในงานที่กรุงโซลและนครนิวยอร์ก เป็นเครื่องซักและอบผ้าแบบออล-อิน-วันที่ให้ข้อดีจากการมีเครื่องใช้ไฟฟ้าสองชนิดโดยที่ยังเหลือเนื้อใช้สอยที่อันมีค่าไว้เพื่อสิ่งอื่นได้อีกด้วย ผลิตภัณฑ์นี้มาพร้อมกับฟีเจอร์ AI ที่หลากหลาย อาทิ การจดจำความต้องการของผู้ใช้ตามช่วงเวลาและฤดูกาล และการแนะนำรอบซักที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการซักครั้งนั้นๆ[19]  ระบบ AI Opti Wash & Dry™ ของ Bespoke AI Laundry Combo™ ปรับแต่งประสิทธิภาพในการซักและอบแห้งสำหรับผ้าแต่ละถังได้อย่างเฉลียวฉลาด และตรวจจับน้ำหนักของผ้าเพื่อจ่ายน้ำและน้ำยาซักผ้าในปริมาณที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังสามารถตรวจจับชนิดของผ้า[20]และติดตามตรวจสอบระดับของความเปรอะเปื้อนในระหว่างรอบซักได้ และหากจำเป็นก็จะเติมน้ำยาซักผ้าและปรับเปลี่ยนระยะเวลาในการซักตามความเหมาะสม จากนั้นระบบจะปรับกระบวนการอบแห้งเพื่อให้เหมาะกับน้ำหนักและชนิดของผ้าที่ผู้ใช้บรรจุไว้ในเครื่อง หลังจากเสร็จสิ้นรอบการทำงาน ผู้ใช้สามารถตรวจสอบปริมาณพลังงานและน้ำที่ใช้ไปได้จากรายงานที่แสดงไว้บนแอป SmartThings[21]

 

เครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นเด่นที่มีการเปิดตัวเฉพาะที่งานในนครนิวยอร์ก ซึ่งจัดขึ้นที่ Samsung 837 คือชุดเตา Bespoke Slide-in Range พร้อม AI Home ผลิตภัณฑ์นี้เป็นชุดเตาแม่เหล็กไฟฟ้าเอนกประสงค์ที่แฝงองค์ประกอบของความสนุกไว้ในหลากหลายแง่มุม โดยมาพร้อมกล้องภายในเตามอบ (Internal Oven Camer) ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นภายในเตาอบได้จากที่อื่น เช่น บนหน้าจอทีวี[22]ในขณะที่อยู่ในห้องนั่งเล่น หรือแม้แต่ในขณะที่อยู่นอกบ้านก็สามารถดูได้ผ่าน SmartThings บนโทรศัพท์มือถือ ผู้ใช้จึงสามารถทำได้แม้กระทั่งการสร้างสรรค์คลิปวีดีโอสั้นแบบไทม์แลปส์[23]ที่สร้างความโดดเด่นให้กับกระบวนการทำอาหารซึ่งพวกเขาสามารถนำไปแบ่งปันบนโซเชียลมีเดียได้

 

นอกเหนือจากนี้ ซัมซุงยังโชว์วิสัยทัศน์ของตนในการนำ Generative AI มาผสานใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านภายในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Bixby ซึ่งเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะผ่านเสียงพูดของซัมซุง จะมีบทบาทหลักในส่วนนี้ Generative AI จะทำให้ Bixby ยกระดับความสามารถขึ้นอีกขั้นจากในปัจจุบันที่รับคำสั่งได้ทีละข้อ สามารถเข้าใจประโยคที่ซับซ้อน และพูดคุยโต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ ประการแรกคือ มันจะสามารถเข้าใจความต้องการที่มีหลายใจความรวมอยู่ด้วยกัน เช่น “Turn on the air conditioner to Wind Free mode, and let me know how the weather is” (เปิดเครื่องประอากาศในโหมด Wind Free และบอกฉันหน่อนว่าสภาพอากาศเป็นอย่างไรบ้าง) นอกจากนี้มันยังสามารถนำเอาบริบทจากการพูดคุยโต้ตอบกันก่อนหน้านั้นมาใช้ต่อเนื่องได้อีกด้วย ดังนั้น หากผู้ใช้สั่งให้ Bixby ปิดเครื่องฟอกอากาศ แล้วสั่งเพิ่มตามหลังไปอีกทีว่า “Oh, and the TV, too” (อ่อ แล้วก็ทีวีด้วยนะ) Bixby ก็จะสามารถทำตามคำขอทั้งสองข้อได้ ผู้ใช้ยังสามารถพึ่งพา Bixby ให้ช่วยเสนอทางออกให้ได้อีกด้วย เช่น โดยการพูดเพียงว่า “the living room feels humid” (รู้สึกอากาศในห้องนั่งเล่นจะชื้นๆ นะ) และการถามว่า “what should I do with all the potatoes I bought yesterday?” (ฉันจะเอามันฝรั่งที่ซื้อมาเมื่อวานนี้ไปทำอะไรดีนะ?) Bixby จะตีความภารกิจแบบหลายชั้นเหล่านี้ และตอบสนองต่อสิ่งที่ผู้ใช้บอกกล่าวได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

ขับเคลื่อนอนาคตของเครื่องใช้ไฟฟ้า

ซัมซุงไม่เพียงแต่ทุ่มเทเพื่อนำเสมอประสบการณ์ในบ้านที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและใหม่ล้ำยิ่งขึ้นอีกด้วย งานที่จัดขึ้นในครั้งนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในบริบทที่ว่า มันไม่ได้เป็นแค่เพียงการนำเสนอไลน์อัพผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ซัมซุงเปิดตัวออกสู่ตลาดเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศก้องไปทั่วโลกว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดที่เชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi รวมถึงที่ลูกค้าเป็นเจ้าของอยู่แล้ว จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

 

ซัมซุงยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อ Wi-Fi ทั้งที่วางจำหน่ายอยู่ในตลาดและที่อยู่ในบ้านเรือนของผู้ใช้แล้ว ผ่านการอัพเดทซอฟท์แวร์และการพัฒนา SmartThings ผู้ใช้สามารถได้ประโยชน์จากฟีเจอร์ใหม่ๆ แม้ในผลิตภัณฑ์รุ่นเก่า รวมถึงคุณสมบัติเพื่อการประหยัดพลังงานที่ดียิ่งขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ซื้อไปแล้ว ในงานนี้มีการประกาศเปิดตัว Smart Forward[24] เป็นครั้งแรก โดยเป็นบริการที่จะมอบฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด ตลอดจนซอฟท์แวร์รักษาความปลอดภัย (Security Patch) และการอัพเกรดใหม่ล่าสุดผ่านการอัพเดทซอฟท์แวร์อย่างสม่ำเสมอ ผู้ใช้จะสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการอัพเดทที่มีและรับการแจ้งเตือนจากแอป SmartThings ได้[25] ซึ่งจะเป็นหลักประกันให้ผู้ได้รับความสบายใจไร้กังวล และยังเป็นการร่วมสร้างสรรค์สังคมด้วยการลดความถึ่ในการเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกด้วย

 

SmartThings ก็มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน จึงช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดได้มากขึ้นในส่วนของการใช้พลังงานหลังจากที่ซื้อผลิตภัณฑ์ไปแล้ว ตัวอย่างเช่นการเพิ่มฟีเจอร์อย่าง Optimal Charging[26] ทำให้ผู้ใช้สามารถวางแผนการใช้พลังงานของพวกเขาได้อย่างมีกลยุทธ์ SmartThings Energy ช่วยให้ง่ายต่อการที่ผู้ใช้จะตรวจตราและควบคุมปริมาณพลังงานที่ใช้ไปโดยเครื่องใช้ไฟฟ้าซัมซุงที่เชื่อมต่อไว้ ซัมซุงยังมีแผนเปิดตัวโปรแกรม Samsung Rewards ใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เก็บสแตมป์ได้ในแต่ละวันที่พวกเขาสามารถประหยัดพลังงานได้ในปริมาณที่กำหนดโดยการใช้โหมด AI Energy สแตมป์ที่สะสมไว้สามารถแปลงเป็นมูลค่าและใช้ได้ทาง Samsung.com ตลอดจน Samsung Galaxy Store และแพลตฟอร์มอื่นๆ ในการซื้อผลิตภัณฑ์ของซัมซุง

 

เพื่อให้ความเพียรพยายามทั้งหลายเกิดผลที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น ซัมซุงจึงได้บอกเล่าถึงความร่วมมือที่ได้สร้างขึ้นเพื่อนำวิธีการต่างๆ มาใช้จริงจนเกิดผลที่เป็นรูปธรรมในการลดการใช้พลังงาน และในขณะเดียวกันยังทำให้ชีวิตของผู้ใช้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วย โดยจากความร่วมมือกับ British Gas ในการเชื่อมต่อฟีเจอร์ Auto Demand Response ของ SmartThings Energy เข้ากับ PeakSave ของ British Gas ซัมซุงช่วยทำให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจผ่านการประหยัดพลังงาน

 

ในฐานนะผู้เล่นรายสำคัญในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซัมซุงได้เปิดเผยถึงเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีแห่งยุคหน้ามาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่มากกว่าแค่เพียงการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรม นี่คือเรื่องของการใช้วิธีการทางวิศวกรรมที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์และลดความถี่ในการเปลี่ยนของใหม่เพื่อทดแทนของเดิม ตัวอย่างของวิธีการที่มีการนำเสนอในงานแถลงข่าวครั้งนี้ เช่น ระบบ Hybrid Cooling ที่นำส่วนประกอบใหม่ซึ่งเป็นวัสดุเทอร์โมอิเล็กทริกพลังสูงอย่าง เพลเทียร์ มาใช้ติดตั้งเพิ่มเติมควบคู่ไปกับคอมเพรสเซอร์ ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพและสมรรถนะในการทำความเย็นที่ดียิ่งขึ้น และไส้กรองที่ต้องการการบำรุงรักษาน้อยสำหรับเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งทำให้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อหรือเปลี่ยนไส้กรองใหม่อีกต่อไป

 

ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ซัมซุงจัดให้อยู่ในลำดับต้นๆ ด้วยเช่นกัน ซัมซุงจึงทุ่มเทเพื่อให้ได้รับมาตรฐานการรับรองต่างๆ และขยับขยายความสำเร็จเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อพิสูจน์ถึงความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ของตนในทุกประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงการรับรองด้านการลดความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ (Reduced Fire Risk – RFR) สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งนี่จะเป็นหลักประกันว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับการรับรองดังกล่าว[27] ล้วนแต่ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อให้สามารถป้องกันเหตุการณ์ไฟไหม้อันมีสาเหตุมาจากผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ในช่วงท้ายของงานแถลงข่าว ซัมซุงยังได้เปิดเผยด้วยว่าบริษัทฯกำลังมีความร่วมมือกับภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง “Inside Out 2” ของ Disney และ Pixar (กำหนดออกฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 14 มิถุนายน[28]) เพื่อสื่อสารถึงฟีเจอร์ของ Bespoke AI Laundry Combo™ รุ่นใหม่ โดยในงานมีการเปิดให้ชมวีดีโอทีเซอร์ใหม่ที่เป็นความร่วมมือระหว่างแบรนด์ เผยให้เห็นคลิปจาก Inside Out 2 และแสดงให้เห็นว่าเครื่องซักผ้ารุ่นใหม่นี้จะช่วยให้คุณเปลี่ยนการซักผ้าให้เป็นเรื่องที่ปลอดอารมณ์เคร่งเครียดได้อย่างไร ด้วย AI Bubble™

 

 

[1] ฟีเจอร์ AI ที่มีในเครื่องใช้ไฟฟ้าบางรุ่น

[2] มีจำหน่ายในสหรัฐฯ.

[3] มีการเปิดให้ใช้งานได้สำหรับ Jet Bot Combo™ AI.

[4] ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้แสดงบนหน้าจอล็อค (Show on Lock Screen) หรือตรวจสอบผ่านทางแผงการตั้งค่าด่วน (Quick Panel) บนโทรศัพท์ Samsung Galaxy.

[5] ชื่อดังกล่าวเป็นชื่อโดยรวมทั่วโลก มีการตั้งชื่อแตกต่างกันตามภูมิภาค. (อเมริกาเหนือ) ตู้เย็น Bespoke Flex™ แบบ 4 ประตู พร้อม AI Family Hub™+, (ละตินอเมริกา) ตู้เย็น Bespoke French Door แบบ 4 ประตู พร้อม AI Family Hub™+.

[6] รหัสรุ่นผลิตภัณฑ์ RF**DB99****, RF**DB95****, RF**DG9H**** โดยมีวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้, ยุโรป, ตะวันออกกลาง, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, อินเดีย, ออสเตรเลีย, เกาหลี.

[7] มิได้หมายความว่าบริการทั้งหมดที่มีอยู่ในตู้เย็น Bespoke Flex™ แบบ 4 ประตู พร้อม AI Family Hub™+ จะเป็น AI หรือสร้างข้อมูลหรือผลลัพธ์ด้วยการใช้ AI. บริการ/ฟีเจอร์ที่ใช้โมเดลการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) มีเพียง 1) AI Vision Inside และ 2) ฟีเจอร์แนะนำสูตรอาหารที่มีใน Samsung Food.

[8] (อเมริกาเหนือและละตินอเมริกา) หน้าจอ AI Family Hub™+ ขนาด 32 นิ้ว, (ยุโรป) หน้าจอ AI Family Hub™ ขนาด 21.5 นิ้ว.

[9] ณ เดือนเมษายน 2024 ระบบ AI Vision Inside สามารถจดจำอาหารได้ 33 รายการ เช่น ผลไม้และผักสดต่างๆ. หากระบบไม่รู้จักอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง รายการนั้นๆ อาจถูกแสดงไว้เป็นอาหารที่ไม่รู้จัก (Unknown Item).  AI Vision Inside ไม่สามารถระบุหรือแสดงรายการอาหารใดๆ ที่เก็บไว้ในกล่องประตูหรือช่องแช่แข็ง. ระบบจะใช้การจดจำโดยอาศัยโมเดลการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) ซึ่งอาจมีการอัพเดทเป็นระยะเพื่อเพิ่มความแม่นยำ.

[10] แอป SmartThings เปิดให้ใช้งานได้บนอุปกรณ์ Android และ iOS. ต้องใช้ร่วมกับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และบัญชี Samsung Account. ผู้ใช้ต้องใช้บัญชีเดียวกันในการลงชื่อเข้าใช้งานระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ

[11] รูปทรงของวัตถุหรือสภาพแวดล้อมอาจมีผลต่อการทำงานของระบบจดจำวัตถุ. ระบบสามารถจดจำวัตถุได้บางประเภทเท่านั้น. รายการตัวอย่าง: เครื่องปรับอากาศ (แบบตั้งพื้น), ตู้เย็น, ผลิตภัณฑ์ BESPOKE (ตู้เย็น/เครื่องล้างจาน), โทรทัศน์, เครื่องซัก/อบผ้า, เครื่องฟอกอากาศ, ตู้อบถนอมผ้า AirDresser, โซฟา, เตียง, ชั้นหนังสือ, โต๊ะ, สิ่งขับถ่ายจากสัตว์เลี้ยง, สายไฟฟ้า, ผ้าเช็ดตัว/ถุงเท้า, ถ้วย, แก้ว, ขวด, ชาม, แจกัน, พรมเช็ดเท้า, พรมปูพื้น, ที่แขวนเสื้อโค้ท, รองเท้า, ฐานตั้งสิ่งของ, เครื่องชั่งน้ำหนัก, รางปลั๊กไฟฟ้า, เฟอร์นิเจอร์ที่มีคานวางขวาง, ขาเฟอร์นิเจอร์, เก้าอี้รถเข็น, ลูกบอลของเล่นสัตว์เลี้ยง, สายชาร์จสมาร์ทโฟน, รอยเปรอะเปื้อน, ห้องน้ำ, ธรณีประตู และช่องประตู. ต้องใช้ร่วมกับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และบัญชี Samsung Account.

[12] ระบบสามารถจดจำมนุษย์ได้ในแง่ของการปรากฏตัวอยู่เท่านั้นโดยอาศัยสิ่งบ่งชี้ทางภาพโดยทั่วไป และไม่สามารถแยกแยะตัวบุคคลได้. ความสามารถในการจดจำอาจถูกจำกัดเมื่อไม่สามารถเห็นร่างกายของบุคคลแบบเต็มตัว. ต้องใช้ร่วมกับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และบัญชี Samsung Account.

[13] สามารถจดจำได้เพียงสุนัขและแมวเท่านั้น. ระบบสามารถจดจำสัตว์เลี้ยงในแง่ของการปรากฏตัวอยู่เท่านั้นโดยอาศัยสิ่งบ่งชี้ทางภาพโดยทั่วไป และไม่สามารถแยกแยะสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวได้. ต้องใช้ร่วมกับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และบัญชี Samsung Account. ความสามารถในการจดจำอาจถูกจำกัดด้วยท่าทางหรือตำแหน่งของสัตว์เลี้ยง. ความสามารถในการจดจำสัตว์เลี้ยงของคุณอาจแตกตามกันตามชนิดของสัตว์และสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัย.

[14] หลังจากการทำความสะอาด สถานีจะซักล้างแผ่นม็อบถูพื้นด้วยน้ำและไอน้ำที่มีอุณหภูมิระหว่าง 50-60°C และหลังจากนั้นจะฉีดพ่นด้วยไอน้ำอุณหภูมิสูง 100°C.

[15] อุณหภูมิของไอน้ำที่วัดได้คือ 100°C.

[16] อ้างอิงจากผลการทดสอบโดย Intertek. การใช้รอบซัก Wash the Mob สามารถกำจัดเชื้อสตาฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus Aureus), เอสเชอริเชีย โคไล (Escherichia Coli) และซูโดโมแนส แอรูจิโนซา (Pseudomonas Aeruginosa) ได้ 99.99%. ไม่รองรับฟีเจอร์นี้ในสหรัฐอเมริกา. ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามสภาวะของการใช้งานจริง.

[17] ฟีเจอร์ AI ที่มีในเครื่องใช้ไฟฟ้าบางรุ่น.

[18] หมายถึงตู้เย็นแบบจัดวางช่องแช่แข็งไว้ด้านล่าง (Bottom Mount Freezer – BMF) ที่มีขนาดความจุสูงและมีความกว่าง 70 ซม. ขึ้นไป.

[19] ข้อความแนะนำรอบซักจะแสดงให้เห็นบนแผงควบคุมหรือสมาร์ทโฟนที่มีแอป SmartThings.

[20] เพื่อเป็นการป้องกันการเสื่อมชำรุด แนะนำให้แยกผ้าที่คล้ายกันไว้ซักด้วยกัน. ตามอัลกอริทึม AI.

[21] แอป SmartThings เปิดให้ใช้งานได้บนอุปกรณ์ Android และ iOS. ต้องใช้ร่วมกับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และบัญชี Samsung Account.

[22] สามารถใช้งานได้บนสมาร์ททีวีของซัมซุงบางรุ่น ซึ่งจะต้องเชื่อมต่อกับชุดเตาดังกล่าวผ่านแอป SmartThings และใช้บัญชี Samsung Account เดียวกัน. จะมีการแจ้งเตือนแสดงขึ้นบนหน้าจอทีวี 5 นาทีก่อนการปรุงอาหารของคุณจะเสร็จสิ้น. เมื่อคุณเลือกการแจ้งเตือนดังกล่าว คุณจะสามารถเห็นอาหารของคุณและตรวจดูความคืบหน้าของมันได้ผ่านการสตรีมภาพวีดีโอ.

[23] จะมีการสร้างวีดีโอแบบไทม์แลปส์ความยาว 10 วินาทีและเก็บบันทึกไว้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง. วีดีโอจะมีการบันทึกได้เมื่อประตูปิดอยู่เท่านั้น. หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการปรุงอาหาร จะต้องใช้เวลาเข้ารหัสวีดีโอดังกล่าวประมาณ 20 วินาที.

[24] ช่วงเวลาในการอัพเดทและฟีเจอร์ที่ใช้ได้อาจมีความแตกต่างกันตามภูมิภาคและรุ่นของผลิตภัณฑ์.

[25] แอป SmartThings เปิดให้ใช้งานได้บนอุปกรณ์ Android และ iOS. ต้องใช้ร่วมกับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และบัญชี Samsung Account.

[26] มีในผลิตภัณฑ์ที่ใช้รหัสรุ่น VR7M*97**** เท่านั้น.

[27] มีเฉพาะใน เ Bespoke AI Laundry Combo™ ท่านั้น

[28] ในสหรัฐอเมริกา. วันออกฉายมีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ.

พบปัญหาด้านการบริการ ติดต่อ samsung.com/th/support
สื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ nawanuch.s@samsung.com

แผนผังเว็บไซต์

กลับสู่ด้านบน