แหล่งข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน > ข่าวประชาสัมพันธ์
สินค้า > ทีวีและเครื่องเสียง
ซัมซุงโชว์นวัตกรรม 3D แบบไม่ง้อแว่น พร้อมเทคโนโลยี HDR10+ GAMING ร่วมกับเกมดังระดับโลกในงาน GDC 2026
ซัมซุงผนึกกำลังสตูดิโอเกมชั้นนำระดับโลกในฐานะพันธมิตรด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อร่วมเดินหน้าขยายอีโคซิสเต็มด้านเกมมิ่งของซัมซุงให้เติบโตยิ่งขึ้น
พร้อมขยายคลังเกม 3D เพิ่มเป็นกว่า 120 เกม ภายในสิ้นปีนี้ นำทัพโดย Hell is Us และ Cronos: The New Dawn

ซัมซุง เดินหน้าขยายแผนรองรับประสบการณ์การเล่นเกมแบบ 3 มิติ โดยไม่ต้องสวมแว่นผ่านจอมอนิเตอร์เกมมิ่ง Samsung Odyssey 3D โดยภายในงาน GDC Festival of Gaming 2026 ที่ซานฟรานซิสโก ซัมซุงได้ชูโรงเกมระดับท็อปอย่าง Hell is Us และ Cronos: The New Dawn เป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งของอีโคซิสเต็มเกมมิ่งแบบ 3 มิติที่กำลังขยายตัว พร้อมสาธิตให้เห็นว่าค่ายเกมยักษ์ใหญ่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคการแสดงผลที่สมจริงแบบทะลุจอโดยไม่จำเป็นต้องใช้แว่นตา 3D อีกต่อไป
Kevin Lee, Executive Vice President of the Visual Display(VD) Business at Samsung Electronics กล่าวว่า “Odyssey 3D ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมในรูปแบบที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ภายในเกมแบบสมจริง ผ่านความร่วมมือกับสตูดิโอเกมชั้นนำ โดยซัมซุงมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างอีโคซิสเต็มเกมคุณภาพระดับแนวหน้า เพื่อยกระดับเกมคุณภาพสู่ประสบการณ์ที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น”
เปลี่ยนเกมดังให้เป็นประสบการณ์ 3 มิติเต็มรูปแบบ พร้อมขยายความร่วมมือกับนักพัฒนาชั้นนำ
เกมแอ็กชันผจญภัยแนวสยองขวัญที่ได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์อย่าง Hell is Us จากสตูดิโอ Rogue Factor เตรียมเข้ามาอยู่ในอีโคซิสเต็ม Samsung Odyssey 3D gaming monitor ภายในเดือนมีนาคมนี้ โดยจะเป็นหนึ่งในเกมกลุ่มแรกของปี 2026 ที่ถูกเพิ่มให้รองรับประสบการณ์การเล่นเกมแบบ 3 มิติ บนแพลตฟอร์มดังกล่าว
เกม Cronos: The New Dawn ที่พัฒนาโดยสตูดิโอ Bloober Team เตรียมเข้าร่วมในคลังเกม 3 มิติที่กำลังขยายตัวนี้ภายในสิ้นปี โดยเกมแนวเอาชีวิตรอดสยองขวัญดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกจากนักวิจารณ์มากมาย พร้อมเตรียมมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่สมจริงยิ่งขึ้นผ่านการผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี 3 มิติ
ทั้งสองเกมสามารถเล่นในรูปแบบ 3 มิติได้ผ่าน Samsung Odyssey 3D Hub ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคอนเทนต์ 3 มิติโดยเฉพาะของซัมซุง ที่ปัจจุบันรองรับเกมมากกว่า 60 เกม
นอกเหนือจากเทคโนโลยีการเล่นเกมแบบ 3 มิติแล้ว ซัมซุงยังนำเสนอเทคโนโลยี HDR10+ GAMING ที่ช่วยมอบประสิทธิภาพการแสดงผลแบบ HDR ที่เหมาะสมกับแต่ละเกม โดยระบบจะวิเคราะห์แต่ละฉากทุกเฟรมโดยอัตโนมัติ เพื่อยกระดับความสมจริงในการเล่นเกมให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา ซัมซุงได้ผสานเทคโนโลยี HDR10+ GAMING เข้ากับจอสายเกมมิ่งตระกูล Samsung Odyssey gaming monitors รวมถึงทีวีของซัมซุงที่รองรับอัตรารีเฟรชมากกว่า 120Hz เพื่อประสบการณ์ที่ลื่นไหลและสมจริงยิ่งขึ้น
ซัมซุงยังได้ร่วมมือกับสตูดิโอพัฒนาเกมชั้นนำอย่าง CD PROJEKT RED สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซัมซุงในการพัฒนาเทคโนโลยีจอภาพให้ก้าวหน้า ควบคู่กับการทำงานร่วมกับผู้พัฒนาเกมระดับแนวหน้า
ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสำรวจแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับความสมจริงในการเล่นเกมให้กับผู้เล่น โดยทาง Samsung ได้เริ่มจับมือกับ CD PROJEKT RED เพื่อนำระบบ HDR10+ GAMING มาใส่ไว้ในเกมสุดฮิตอย่าง Cyberpunk 2077 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ ซัมซุงยังได้เดินหน้าขยายความร่วมมือกับ Pearl Abyss ในด้านเทคโนโลยี HDR10+ GAMING โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ในเกมแอ็กชันผจญภัยแบบโอเพนเวิลด์ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง Crimson Desert ซึ่งมีกำหนดวางจำหน่ายในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อให้เกมเมอร์ได้สัมผัสประสบการณ์การแสดงผลแบบ HDR ระดับพรีเมียมอย่างเต็มรูปแบบ
ประสบการณ์ Odyssey เต็มรูปแบบพร้อมจัดแสดงในงาน GDC 2026
ภายในงาน GDC 2026 ทางซัมซุงเตรียมจัดเซสชันสาธิตการใช้งานจริง (Hands-on demo) เพื่อให้บรรดานักข่าวและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมได้สัมผัสหน้าจอตระกูล Odyssey รุ่นล่าสุดอย่างใกล้ชิด พร้อมมอบโอกาสสุดพิเศษก่อนใครในการทดลองเล่นเกม Hell is Us ในรูปแบบ 3D ก่อนที่จะเปิดตัวสู่สาธารณชน
สำหรับช่วงสาธิตการใช้งาน จะมีการจัดแสดงจอเกมมิ่งซัมซุงตระกูล Odyssey รุ่นต่าง ๆ ดังนี้
- Odyssey 3D ขนาด 27 นิ้ว (รุ่น G90XF): สัมผัสประสบการณ์เกมมิ่ง 3D แบบไม่ต้องสวมแว่น ด้วยเทคโนโลยี Eye-tracking ขั้นสูงที่ให้มิติความลึกดูเป็นธรรมชาติและสมจริงยิ่งขึ้น โดยจอซีรีส์นี้จะมีการเปิดตัวรุ่นขนาด 32 นิ้วตามมาในช่วงสิ้นปี
- Odyssey OLED G8 ขนาด 32 นิ้ว (รุ่น G80SH): จอ QD-OLED ความละเอียด 4K รีเฟรชเรท 240Hz ที่โดดเด่นเรื่องสีสันและความคอนทราสต์ พร้อมเสริมความมั่นใจด้วยเทคโนโลยี Samsung OLED Safeguard+
- Odyssey G8 ขนาด 32 นิ้ว (รุ่น G80HS): ครั้งแรกของวงการกับจอเกมมิ่งความละเอียด 6K ที่ให้รีเฟรชเรท 165Hz และรองรับ Dual Mode ปรับได้สูงสุดถึง 330Hz ในความละเอียด 3K นอกจากนี้ยังมาพร้อมพอร์ต DisplayPort 2.1 (DP 2.1) มาตรฐาน VESA เพื่อการเล่นเกมและรับชมวิดีโอที่ไหลลื่น
- Odyssey G6 ขนาด 27 นิ้ว (รุ่น G60H): จอเกมมิ่งรุ่นแรกของโลกที่ทำรีเฟรชเรทได้สูงถึง 1,040Hz ด้วยระบบ Dual Mode ตอบโจทย์สาย Esports ที่ต้องการความคมชัดและการตอบสนองที่ฉับไวระดับสูงสุด
Odyssey 3D นิยามใหม่ของการเล่นเกม 3 มิติแบบไม่ง้อแว่น
แม้ว่าเทคโนโลยี 3 มิติในอดีตจะจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมอย่างแว่นพิเศษ หรืออาจต้องแลกมาด้วยประสิทธิภาพการใช้งานที่ลดลงบางส่วน แต่ Samsung Odyssey 3D gaming monitor นับเป็นจอสายเกมมิ่งที่ก้าวล้ำ มอบประสบการณ์การเล่นเกมแบบ 3 มิติอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการผสานเทคโนโลยี Eye Tracking และ View Mapping ขั้นสูง จึงทำให้ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสประสบการณ์ 3 มิติได้โดยไม่จำเป็นต้องสวมแว่น โดยจอมอนิเตอร์จะปรับระดับความลึกของภาพในแต่ละฉากตามตำแหน่งของผู้เล่นแบบเรียลไทม์ เพื่อมอบเอฟเฟกต์ 3 มิติที่เหมาะสมและสมจริง
เมื่อผสานกับอัตรารีเฟรช 165Hz และเวลาในการตอบสนองแบบ 1ms GtG ทำให้ Samsung Odyssey 3D gaming monitor มอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ลื่นไหล ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว คงความสมจริงของภาพแบบ 3 มิติได้อย่างต่อเนื่องแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่มีการเคลื่อนไหวของกล้องอย่างรวดเร็ว ฉากต่อสู้ที่เข้มข้น หรือแม้แต่ฉากเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ทั้งยังช่วยลดความเมื่อยล้าของสายตา ซึ่งมักเป็นข้อจำกัดของจอแสดงผลแบบ 3 มิติในอดีต
การเพิ่มเกม Hell is Us และ Cronos: The New Dawn เข้ามาในครั้งนี้ ได้ขยายคลังเกมของซัมซุงซึ่งเดิมรองรับเกมกว่า 60 เกม อาทิ The First Berserker: Khazan, Stellar Blade, Lies of P: Overture และ MONGIL: STAR DIVE ซึ่งจากการเพิ่มเกมใหม่เหล่านี้ ทำให้เกม 3 มิติของซัมซุงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นมากกว่า 120 เกมภายในสิ้นปี 2026
พบปัญหาด้านการบริการ ติดต่อ samsung.com/th/support สื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ chinda.a@samsung.com