skip to content

ซัมซุง จับมือ KT และ SK Telecom นำทัพขับเคลื่อนโครงการ AI RAN ของเกาหลีใต้

28-09-2026

ซัมซุงเป็นผู้ให้บริการรายเดียวที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมทั้งสองโครงการ เตรียมพร้อมนำโซลูชัน AI RAN ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ มาช่วยยกระดับ Physical AI ในภาคอุตสาหกรรม ปูทางสู่เครือข่าย AI-native 6G

ซัมซุง ประกาศเซ็นสัญญาร่วมพัฒนาโครงการ AI RAN กับ KT และ SK Telecom ภายใต้โครงการ “Hyper AI Network” ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งเกาหลีใต้ (MSIT) โดยซัมซุงได้รับเลือกเป็นผู้ให้บริการระดับโลกแต่เพียงผู้เดียวในโครงการของ KT และเป็นผู้ให้บริการหลักในโครงการของ SK Telecom ต่อยอดจากความร่วมมืออันยาวนานกับผู้ให้บริการชั้นนำของประเทศและความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเครือข่าย AI-native ซัมซุงจึงเป็นพาร์ตเนอร์หนึ่งเดียวที่ได้รับความไว้วางใจให้ดำเนินงานทั้งสองโครงการ

โครงการดังกล่าวมีกำหนดเริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2569 โดยจะทำการติดตั้งเครือข่ายส่วนตัว 5G Standalone (SA) ไปใช้งานในภาคอุตสาหกรรมหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่อู่ต่อเรือไปจนถึงโรงงานปิโตรเคมี เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของ AI RAN และเก็บข้อมูลเชิงลึกในสถานการณ์จริงสำหรับการพัฒนาในอนาคต

ภายใต้โครงการของ MSIT การผนึกกำลังนี้จะเชื่อมโยงผู้ให้บริการเครือข่าย ผู้พัฒนาโซลูชันเครือข่าย และพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเร่งนำเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้ง AI RAN, Physical AI และระบบปฏิบัติการอัตโนมัติ มาใช้งานจริง พร้อมวางรากฐานสำคัญสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุค 6G

จูน มูน (June Moon) รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนา ธุรกิจเครือข่าย ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า “เกาหลีใต้เป็นผู้นำระดับแนวหน้าของโลกด้านความก้าวหน้าทางดิจิทัลและเทคโนโลยีมาอย่างยาวนาน ในฐานะพาร์ตเนอร์ที่มีความผูกพันกับภูมิภาคนี้มาอย่างยาวนาน เรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมเครือข่ายขั้นต่อไปกับผู้ให้บริการชั้นนำผ่านโครงการ AI RAN เหล่านี้ ในขณะที่ AI กำลังพัฒนาไปสู่ระบบอัจฉริยะที่สามารถรับรู้และมีปฏิสัมพันธ์กับโลกจริง (Embodied Intelligence) เครือข่ายจึงกลายเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อเครื่องจักรอัจฉริยะรุ่นใหม่ ทั้งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และยานยนต์ไร้คนขับ การผสาน AI RAN และ Physical AI เข้าด้วยกันในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมจริง จึงถือเป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตแห่งการเชื่อมต่ออย่างแท้จริง”

หุ่นยนต์เชื่อมโลหะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในอู่ต่อเรือ

ณ อู่ต่อเรือย็องอัม ของ HD Hyundai Samho บริษัทต่อเรือชั้นนำระดับโลก ทาง KT เตรียมทดสอบการใช้งานจริงสำหรับบริการ Physical AI หลากหลายรูปแบบ ทั้งหุ่นยนต์เชื่อมและพ่นสีในกระบวนการผลิต ไปจนถึงหุ่นยนต์อัตโนมัติสำหรับปฏิบัติการด้านโทรคมนาคม

สำหรับการใช้งานหุ่นยนต์เชื่อมสี่ขาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซัมซุงจะสนับสนุน KT ด้วยโซลูชัน AI-native ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ ซึ่งรวมถึงแพลตฟอร์ม Edge AI แบบบูรณาการอย่าง Network in a Server (NIS) ที่ประกอบด้วย Virtualized RAN (vRAN), AI Core และแอปพลิเคชัน AI พร้อมด้วยชุดเครื่องมือจัดการเครือข่ายอัจฉริยะ Samsung CognitiV Network Operations Suite (NOS) เพื่อระบบอัตโนมัติของเครือข่าย ด้วยศักยภาพของการเชื่อมต่อ 5G และแพลตฟอร์ม Edge AI ทำให้หุ่นยนต์สี่ขาตัวนี้สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัวและปฏิบัติงานเชื่อมได้อย่างแม่นยำด้วยตนเอง

ศักยภาพเหล่านี้ช่วยให้ซัมซุงสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านเครือข่ายขั้นสูงสำหรับบริการ Physical AI ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งต้องอาศัยความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ (Ultra-low latency) ความเสถียรสูง และปริมาณข้อมูลที่สม่ำเสมอ เพื่อรองรับการควบคุมหุ่นยนต์แบบเรียลไทม์ โดยโซลูชัน NIS ที่ได้รับการออกแบบมาให้ติดตั้งภายในพื้นที่ปฏิบัติงานและการประมวลผลในพื้นที่ (Local processing) ช่วยนำความสามารถด้านเครือข่ายและ AI ให้เข้าไปใกล้จุดที่เกิดข้อมูลและการตัดสินใจมากขึ้น โดยNIS ทำงานบนซอฟต์แวร์ vRAN และ 5G SA Core บนเซิร์ฟเวอร์คอมเมอร์เชียลสำเร็จรูป Compact Edge Server (COTS) จาก Supermicro ที่ขับเคลื่อนด้วยซีพียู AMD EPYC™ 8004 ร่วมกับแพลตฟอร์ม Wind River Cloud Platform นอกจากนี้ สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ยังช่วยให้สามารถปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมรองรับการเพิ่มขุมพลังประมวลผล GPU ตามความต้องการ เพื่อตอบโจทย์เฉพาะของแต่ละพื้นที่หน้างาน

จงซิก ลี (Jongsik Lee) รองประธานบริหารของ KT กล่าวว่า  “KT มองว่าโครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการทดสอบกระบวนทัศน์การสื่อสารยุคใหม่ที่ AI และเครือข่ายหลอมรวมเข้าด้วยกัน เราจะร่วมมือกับซัมซุงเพื่อสาธิตบริการ Physical AI หลากหลายรูปแบบ ภายใต้สภาพแวดล้อมเครือข่ายส่วนตัวที่เปิดใช้งาน AI-RAN พร้อมการพัฒนาเทคโนโลยีหลักและโมเดลบริการที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในยุค AI-Native 6G”

หุ่นยนต์ลาดตระเวนอัตโนมัติในโรงงานปิโตรเคมี

อีกหนึ่งส่วนสำคัญภายใต้โครงการ Hyper AI Network ของเกาหลีใต้ ทาง SK Telecom เตรียมทดสอบบริการ Physical AI ที่ SK Incheon Petrochem ซึ่งเป็นศูนย์กลางพลังงานสำคัญในกรุงโซล โดยครอบคลุมถึงการใช้งานหุ่นยนต์ลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง และการมอนิเตอร์ผ่านระบบ CCTV ซึ่งหุ่นยนต์ลาดตระเวนจะส่งสัญญาณภาพความละเอียดสูงแบบเรียลไทม์ขณะเคลื่อนที่ ช่วยให้ระบบ AI สามารถวิเคราะห์เพื่อตรวจจับความเสี่ยงและอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบแบบบูรณาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซัมซุงจะสนับสนุนโครงการของ SK Telecom ด้วยโซลูชัน NIS แบบ AI-native ซึ่งจะช่วยให้ทั้งสองบริษัทร่วมกันสำรวจว่าการเชื่อมต่อแบบ AI-native จะช่วยยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมปิโตรเคมีที่กระบวนการผลิตมีความซับซ้อน และจำเป็นต้องอาศัยการตรวจสอบอย่างเข้มงวดแม่นยำได้อย่างไร     

ทักกี ยู (Takki Yu) หัวหน้าสำนักงานเทคโนโลยีเครือข่ายของ SK Telecom กล่าวว่า “เราเชื่อว่า AI จะสร้างคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ได้มากขึ้นเมื่อทำงานบนรากฐานที่เหมาะสม และโครงการนี้ก็ได้นำความเชื่อดังกล่าวมาปฏิบัติจริง ด้วยความเชี่ยวชาญด้าน AI ของSK Telecom เราจะร่วมมือกับซัมซุงเพื่อทดสอบบริการ Physical AI ในสภาพแวดล้อมจริง พร้อมผลักดัน AI RAN ให้เป็นเทคโนโลยีหลักที่หนุนเสริมวาระ Hyper AI Network และ AI Highway ของรัฐบาล”

AI RAN ของซัมซุงรองรับความสามารถที่หลากหลาย ทั้งการตรวจจับความผิดปกติ การเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูล และการประหยัดพลังงาน ซึ่งทั้งหมดผ่านการพิสูจน์มาแล้วบนเครือข่ายจริงทั่วโลก จากประสบการณ์เหล่านี้ ซัมซุงยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับผู้ให้บริการและพันธมิตรชั้นนำ เพื่อขยายขอบเขตการใช้งานเครือข่ายที่พร้อมรองรับ AI-native และ 6G พร้อมทั้งขับเคลื่อนการนำบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไปปรับใช้ในตลาดทั่วโลก

Samsung Networks เป็นผู้บุกเบิกในการส่งมอบโซลูชัน 5G แบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งชิปเซ็ต วิทยุสื่อสาร และคอร์เน็ตเวิร์ก ผ่านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซัมซุงกำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเพื่อยกระดับเครือข่าย 5G และปูทางสู่อนาคตยุค 6G ด้วยพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ชั้นนำของตลาด ไม่ว่าจะเป็น Purpose-built RAN, vRAN, Open RAN, AI RAN, คลาวด์เนทีฟ AI Core ไปจนถึงโซลูชันเครือข่ายส่วนตัวและเครื่องมืออัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI (CognitiV NOS) ปัจจุบันบริษัทให้บริการโซลูชันเครือข่ายที่เป็นนวัตกรรมแก่ผู้ให้บริการมือถือ เพื่อส่งมอบการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัดให้กับผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคนทั่วโลก

top