ซัมซุง เดินหน้ายกระดับ Galaxy AI และ Ecosystem อัจฉริยะในงาน MWC 2026
01-03-2026
ต่อยอดความสำเร็จจากงาน Unpacked เปิดตัว Galaxy S26 Series และวิสัยทัศน์ Agentic AI เพื่อมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ดียิ่งขึ้น ทั้งสมาร์ทโฟนระดับแฟลกชิปและอุปกรณ์สวมใส่ในตระกูล Galaxy

ซัมซุง เปิดตัวนิทรรศการสุดยิ่งใหญ่ในงาน Mobile World Congress (MWC) 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–5 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ Fira Gran Via เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยพื้นที่จัดแสดงของซัมซุงได้ต่อยอดจากวิสัยทัศน์ที่เผยในงาน Galaxy Unpacked ซึ่งความพิเศษไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโลกมือถือเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของ Galaxy AI ที่กำลังก้าวสู่การเป็น “AI Companion” อัจฉริยะ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เฉพาะบุคคล เข้าใจผู้ใช้งาน และเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อภายใน Galaxy Ecosystem นอกจากนี้ซัมซุงยังโชว์ศักยภาพเทคโนโลยีเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน connectivity ecosystem แบบครบวงจร
หัวใจสำคัญในงานครั้งนี้คือ Galaxy S26 Series สมาร์ทโฟน AI รุ่นที่ 3 ของซัมซุง ที่เปิดตัวพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ใน Ecosystem อย่าง Galaxy Buds4 Series เพื่อแสดงให้เห็นว่า Galaxy AI สามารถทำงานร่วมกันระหว่างสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ wearable ได้อย่างกลมกลืน รวมทั้งยังเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งาน และช่วยยกระดับประสบการณ์ในชีวิตประจำวันได้มากยิ่งขึ้น

TM Roh ประธานและหัวหน้าฝ่าย Device eXperience (DX) Division ของ Samsung Electronics กล่าวว่า “งาน MWC ครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่เวทีที่โชว์ว่าวันนี้ Galaxy AI เก่งแค่ไหน แต่คือภาพสะท้อนว่าในอนาคต AI ของเราจะก้าวล้ำไปได้อีกไกลแค่ไหน ซึ่งถ้าดูจากไลน์อัปผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่สมาร์ทโฟนตัวท็อปอย่าง Galaxy S26 Series ไปจนถึงนวัตกรรมล้ำ ๆ ชนิดใหม่อย่างแว่นอัจฉริยะ Galaxy XR และมือถือจอพับ 3 ทบอย่าง TriFold ทุกคนจะเห็นเลยว่าซัมซุงกำลังทลายขีดจำกัดเดิม ๆ ของเทคโนโลยีมือถืออย่างไม่หยุดยั้ง โดยที่เรายังคงยึดเอาประสบการณ์การใช้งานจริงของผู้บริโภคเป็นหัวใจหลักในทุก ๆ นวัตกรรมที่เราสร้างขึ้น”
Galaxy S26 Series สมาร์ทโฟน Galaxy AI ที่ใช้งานง่ายและเข้าใจผู้ใช้มากที่สุด

Galaxy S26 Series คือ AI Phone ที่พัฒนาขึ้นให้มีประสิทธิภาพระดับท็อป พร้อมออกแบบให้ใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติ โดยภายในงาน ซัมซุงได้นำเสนอประสบการณ์ immersive ที่แสดงให้เห็นว่า Galaxy AI สามารถช่วยลดความซับซ้อนของการใช้งานในชีวิตประจำวัน ผ่านความสามารถในการเข้าใจเจตนา คาดการณ์ความต้องการ และลงมือทำแทนผู้ใช้ได้อย่างชาญฉลาด
ไฮไลต์สำคัญที่น่าจับตามองในโซนนี้:
- Privacy Display1 ฟีเจอร์จอป้องกันความเป็นส่วนตัวครั้งแรกของอุตสาหกรรมที่ติดตั้งในตัวเครื่อง ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมมุมมองของหน้าจอได้ดียิ่งขึ้น โดยไม่กระทบประสบการณ์การรับชมในชีวิตประจำวัน
- พลังประสิทธิภาพเหนือชั้น อัดแน่นด้วยฮาร์ดแวร์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน Galaxy S Series ช่วยให้ฟีเจอร์ AI ขั้นสูงทำงานในเบื้องหลังได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด
- ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 for Galaxy ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับ Galaxy S26 Ultra เพื่อมอบประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
- Vapor Chamber ดีไซน์ใหม่บน Galaxy S26 Ultra ช่วยควบคุมอุณหภูมิให้เสถียร รองรับการประมวลผล AI ระดับแฟลกชิปได้อย่างยาวนาน
- ระบบกล้องระดับผู้นำอุตสาหกรรม ผสานรวมการถ่ายภาพ การตัดต่อ และการแชร์ไว้ในที่เดียว
- กล้องที่สว่างที่สุดของ Galaxy: รูรับแสงที่กว้างขึ้นบน Galaxy S26 Ultra ช่วยให้ภาพถ่ายคมชัด เก็บรายละเอียดได้ลึกและสมบูรณ์แบบแม้ในสภาพแสงน้อยหรือการซูมระยะไกล
- วิดีโอ Nightography สุดเหนือชั้น: ยกระดับการถ่ายวิดีโอในที่มืดให้มีชีวิตชีวา ลดสัญญาณรบกวน (Noise) และเพิ่มความคมชัด
- ระบบกันสั่น Super Steady เวอร์ชันอัปเกรด: มาพร้อมฟังก์ชัน Horizontal Lock ช่วยให้วิดีโอมีความนิ่งระดับภาพยนตร์ในทุกเฟรม
- Photo Assist:2 ระบบช่วยแต่งภาพอัจฉริยะ ที่ผู้ใช้สามารถสั่งการด้วยเสียงอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อปรับแต่งภาพ เช่น การเปลี่ยนบรรยากาศกลางวันให้เป็นกลางคืน หรือเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปของวัตถุ เช่น รอยกัดบนก้อนเค้ก ได้อย่างง่ายดาย
- Creative Studio:3 ปลดล็อกจินตนาการด้วยการเปลี่ยนรูปภาพธรรมดาให้เป็นภาพหลากหลายสไตล์ พร้อมสร้างสรรค์สติกเกอร์และวอลเปเปอร์ได้เฉพาะตัวเพื่อสะท้อนตัวตนของผู้ใช้
- ประสบการณ์ AI แบบ proactive และ adaptive ที่ช่วยให้การใช้งานประจำวันรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมปูทางสู่ Agentic AI
- Now Nudge:4 ระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะที่แนะนำสิ่งต่าง ๆ ตามบริบทจริงแบบเรียลไทม์ เช่น การแนะนำรูปภาพจากคลังภาพให้อัตโนมัติเมื่อเพื่อนส่งข้อความขอรูป
- Now Brief: ข้อมูลสรุปส่วนตัวประจำวันที่วิเคราะห์จากตารางงานของผู้ใช้ โดยจะดึงคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องและแจ้งเตือนเหตุการณ์สำคัญได้อย่างถูกเวลา
- Circle to Search ร่วมกับ Google: ค้นหาด้วยภาพเวอร์ชันฉลาดกว่าเดิม สามารถเจาะลึกรายละเอียดหลาย ๆ ส่วนบนภาพได้พร้อมกันในคราวเดียว ทำให้การค้นหาข้อมูลรวดเร็วและแม่นยำขึ้น
- Bixby เวอร์ชันอัปเกรด: ผู้ช่วยอัจฉริยะที่โต้ตอบได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น ช่วยให้การสั่งงาน ค้นหาข้อมูล หรือปรับตั้งค่าอุปกรณ์ทำได้ง่าย ๆ ผ่านภาษาพูดตามปกติ
- อิสระในการเลือกใช้ AI: นอกจาก Bixby แล้ว ผู้ใช้ยังสามารถเลือกใช้ระบบผู้ช่วยได้อย่าง Gemini และ Perplexity เพื่อถาม-ตอบขั้นตอนการทำงาน ค้นหาข้อมูล และประสานงานข้ามแอปพลิเคชันแทนผู้ใช้ได้ง่าย ๆ ผ่านจุดเข้าใช้งานเพียงจุดเดียว

ขยายขีดความสามารถในการเชื่อมต่อทั้งระบบนิเวศ Galaxy
ภายในงาน MWC 2026 ซัมซุงได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Galaxy AI ที่สามารถทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อยกระดับความสะดวก ความต่อเนื่อง และ personalization ในทุก touchpoint ของการใช้งาน
ไฮไลต์ใน Ecosystem ประกอบด้วย
- ฟีเจอร์ Galaxy AI ที่ทำงานร่วมกับผู้ช่วยอัจฉริยะเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันผ่านหูฟัง Galaxy Buds4 Series
- สัมผัสประสบการณ์จริงกับแล็ปท็อปรุ่นใหม่ล่าสุด Galaxy Book6 Pro และ Galaxy Book6 Ultra ที่โชว์ประสิทธิภาพการประมวลผลระดับสูงเพื่อการทำงานที่ลงตัว
- Galaxy Tab S11 แท็บเล็ตที่ส่งมอบประสบการณ์ AI ระดับท็อป โดยได้รับการปรับแต่งมาให้เหมาะกับการทำงานบนหน้าจอขนาดใหญ่และการเปิดใช้งานหลายแอปพร้อมกัน (Multitasking)
- เปิดประสบการณ์ด้านสุขภาพร่วมกับ Galaxy Watch8 Series ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคลและคำแนะนำด้าน Wellness สำหรับการวิ่ง การนอนหลับ รวมถึงการฝึกสมาธิ
ขยาย Agentic AI สู่โรงงานและสายสุขภาพ ด้วย Intelligent Infrastructure
ซัมซุงเดินหน้าขยายกลยุทธ์ Agentic AI ให้ก้าวไกลกว่าแค่ในระดับอุปกรณ์ของผู้บริโภค แต่ยังมองไปถึงโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Intelligent Infrastructure) เพื่อขยายความเป็นผู้นำตั้งแต่ระดับนวัตกรรมมือถือไปจนถึงภาคการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการดูแลสุขภาพแห่งอนาคต ผ่านโครงการ AI-Driven Factories โดยซัมซุงกำลังเร่งพัฒนาโรงงานอัจฉริยะที่สามารถดำเนินงานได้ด้วยตนเองอย่างอิสระ ซึ่งต่อยอดจากโร้ดแมปในการเปลี่ยนผ่านฐานการผลิตทั่วโลกให้เป็นโรงงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายในปี 2030 ซึ่งซัมซุงได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของ AI เจเนอเรชันใหม่, แบบจำลองดิจิทัล (Digital Twin) และการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ที่สามารถทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มผลผลิต ควบคุมคุณภาพ และสร้างความยืดหยุ่นในสายการผลิตได้
นอกจากนี้ ซัมซุงยังได้เผยวิสัยทัศน์ Connected Care ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการ Xealth เมื่อปี 2025 โดยการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วทั้งอีโคซิสเต็มของ Galaxy เพื่อช่วยยกระดับความสามารถของแอปพลิเคชัน Samsung Health ให้ดูแลสุขภาพเชิงรุกได้อย่างเป็นส่วนตัวและต่อเนื่อง ในระดับการรักษาพยาบาล Xealth ยังช่วยให้ระบบสาธารณสุขสามารถรวมเครื่องมือดิจิทัล โปรแกรมการดูแลรักษา และข้อมูลผู้ป่วยเข้ากับขั้นตอนการทำงานของแพทย์ในเครือข่ายโรงพยาบาลหลายร้อยแห่งได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้แพทย์สามารถสั่งการ ติดตาม และบริหารจัดการการดูแลรักษาระบบดิจิทัลที่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของผู้ป่วยได้
ตอกย้ำความเป็นผู้นำและนวัตกรรมแห่งอนาคต


เพื่อตอกย้ำจุดแข็งในเรื่องงานดีไซน์ ซัมซุงได้โชว์วิสัยทัศน์สุดล้ำผ่านนวัตกรรมแห่งอนาคตและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่กำลังจะมาถึง เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นในระยะยาวที่จะทลายทุกขีดจำกัดของวงการอย่างแท้จริง โดยไฮไลต์เด่นที่ทำให้ผู้เข้าชมงานตื่นตาตื่นใจ คือการเปิดโอกาสให้ได้ลองสัมผัสเครื่องจริงของ Galaxy XR และ Galaxy TriFold มือถือจอพับ 3 ทบ ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าซัมซุงยังคงเป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้เข้าสู่ยุค Mobile AI อย่างเต็มตัว
นอกจากเรื่องของความล้ำแล้ว ซัมซุงยังให้ความสำคัญกับโซน Galaxy Foundation ที่เน้นเรื่องความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย ความยั่งยืน และการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ โดยโชว์ความก้าวหน้าของระบบรักษาความปลอดภัยอย่าง Samsung Knox และเทคโนโลยีปกป้องข้อมูลในระดับฮาร์ดแวร์ที่แน่นหนากว่าเดิม
ขยายระบบการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมร่วมกับพันธมิตรระดับภูมิภาค
ซัมซุง เดินหน้าขยายความสามารถในการสื่อสารผ่านดาวเทียมให้กับสมาร์ทโฟน Galaxy รุ่นที่กำหนด รวมถึง Galaxy S26 Series ผ่านความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมชั้นนำระดับโลก ทั้งในอเมริกาเหนือ ยุโรป และญี่ปุ่น โดยฟีเจอร์นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการแจ้งเหตุฉุกเฉินและการสื่อสารที่จำเป็นในยามที่สัญญาณเครือข่ายมือถือปกติไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งซัมซุงได้เริ่มรองรับระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมในสมาร์ทโฟนแฟลกชิปและ Galaxy A Series บางรุ่นมาตั้งแต่ปี 2025 และมีการขยายจำนวนรุ่นที่รองรับอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ความสามารถดังกล่าวจะทยอยเปิดใช้งานเป็นเฟสตามความพร้อมของเครือข่ายในแต่ละภูมิภาคและข้อกำหนดด้านกฎหมาย โดยซัมซุงจะยังคงร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายและผู้ให้บริการดาวเทียมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานจะสามารถเข้าถึงเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญได้ในยามคับขัน
ซึ่งมีผู้ที่สนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์และนวัตกรรม AI เหล่านี้ที่ บูธ Samsung Galaxy Experience ฮอลล์ 3 ณ ศูนย์นิทรรศการ Fira Gran Via ระหว่างวันที่ 2-5 มีนาคม ที่ผ่านมาอย่างคับคั่ง
ซัมซุงวางรากฐานเครือข่ายอัจฉริยะด้วยพลัง AI
จากการเป็นผู้นำด้าน AI ในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ วันนี้ซัมซุงกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการนำเสนอซอฟต์แวร์เครือข่ายแบบครบวงจร (End-to-End Software-Driven Networks) ด้วยการวางรากฐานที่รองรับแพลตฟอร์มการประมวลผลสมรรถนะสูง (ทั้ง CPU และ GPU) จากพันธมิตรชั้นนำในอีโคซิสเต็ม โดยซัมซุงช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถติดตั้งใช้งานขีดความสามารถที่ขับเคลื่อนด้วย AI และขยายบริการนวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว แนวทางที่เน้นซอฟต์แวร์เป็นศูนย์กลางนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่ายให้เหมาะสมที่สุด แต่ยังช่วยเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้กลายเป็นขุมพลังขับเคลื่อนนวัตกรรม AI อีกด้วย
ซัมซุงกำลังเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเครือข่ายที่สามารถทำงานได้ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ (Fully Autonomous Networks) ภายในปี 2027 โดยมีหัวใจสำคัญคือ Samsung CognitiV Network Operations Suite (NOS) ซึ่งเป็นชุดโซลูชันระบบเครือข่ายอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่มาพร้อมระบบ Agent Fabric ในฐานะชั้นประมวลผลอัจฉริยะที่ช่วยในการตัดสินใจร่วมกัน ระบบ Agent Fabric จะช่วยให้ระบบ AI ย่อยที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Multi-Agent Systems) สามารถทำงานแยกกันหรือประสานงานร่วมกันตามเหตุและผลได้อย่างลงตัว ซึ่ง AI เหล่านี้จะเข้ามาช่วยลดขั้นตอนการทำงานตลอดวงจรชีวิตของระบบเครือข่าย ตั้งแต่การวางแผน การติดตั้ง การบำรุงรักษา การแก้ไขปัญหา การเพิ่มประสิทธิภาพ ไปจนถึงการบริหารจัดการประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ซึ่งมีการจัดแสดงการสาธิตการทำงานของระบบ Multi-Agent นี้ภายในงานด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ ซัมซุงยังเตรียมเผยโฉมความทรงพลังของ “Network in a Server” โซลูชัน Edge AI ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับภาคองค์กร โดยการรวมฟังก์ชันเครือข่ายที่หลากหลายไว้ในเซิร์ฟเวอร์เพียงเครื่องเดียวที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุด ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถนำบริการ AI มาใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น ระบบตรวจสอบความปลอดภัย และการแสดงผลภาพเสมือนจริง (AR Overlays) ซึ่งต้องการการประมวลผลในท้องถิ่น (Local Processing) เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วแบบเรียลไทม์


- ฟีเจอร์ Privacy Display จะควบคุมมุมมองของหน้าจอเพื่อจำกัดการมองเห็นจากด้านข้าง โดยสามารถเปิดใช้งานได้ที่ส่วนการตั้งค่า (Settings) และสามารถเลือกเปิดใช้งานเฉพาะบางแอปพลิเคชันได้เช่นกัน ทั้งนี้ คุณภาพของภาพอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเมื่อมองจากนอกมุมมองตรง และข้อมูลบางส่วนยังอาจมองเห็นได้โดยบุคคลอื่น ขึ้นอยู่กับปัจจัยของสภาพแวดล้อมในการรับชม เช่น มุมมองหรือความสว่าง โปรดใช้ความระมัดระวังเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนบนหน้าจอ ↩︎
- ฟีเจอร์ Photo Assist จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อเครือข่ายและลงชื่อเข้าใช้บัญชี Samsung Account โดยความพร้อมในการให้บริการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ภาษา หรืออุปกรณ์แต่ละรุ่น การใช้ฟีเจอร์ Photo Assist อาจทำให้รูปภาพถูกปรับขนาด และจะมีลายน้ำปรากฏบนรูปภาพอย่างชัดเจนหลังจากบันทึก เพื่อระบุว่ารูปภาพนี้ถูกสร้างขึ้นด้วย AI ทั้งนี้ บริษัทไม่รับประกันความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ที่สร้างขึ้น ↩︎
- ฟีเจอร์ Creative Studio จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อเครือข่ายและลงชื่อเข้าใช้บัญชี Samsung Account โดยความพร้อมในการให้บริการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ภาษา หรืออุปกรณ์แต่ละรุ่น บริษัทไม่รับประกันความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ที่สร้างขึ้น สำหรับชุดสติกเกอร์จะรองรับการใช้งานร่วมกับคีย์บอร์ดของซัมซุง (Samsung Keyboard) เท่านั้น และสามารถแชร์ผ่านฟีเจอร์ Quick Share ไปยังอุปกรณ์ Galaxy อื่นๆ ที่ติดตั้ง One UI 5.0 ขึ้นไป และมีแอปพลิเคชัน Quick Share เวอร์ชัน 13.8.50.x ขึ้นไปเท่านั้น ↩︎
- ฟีเจอร์ Now Nudge จำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้บัญชี Samsung Account โดยฟังก์ชันและคุณสมบัติที่พร้อมใช้งานอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ภูมิภาค และภาษา ระบบการแนะนำจากข้อความตัวอักษรจะรองรับการใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชัน Samsung Messages รวมถึงแอปพลิเคชันรับส่งข้อความจากผู้ให้บริการภายนอกที่กำหนด ได้แก่ Google Messages, Google Chat, WhatsApp, WhatsApp Business, KakaoTalk, LINE, Signal, Instagram (DM), Tango, NTT Docomo Messages และ KDDI Messages ทั้งนี้ ฟังก์ชันการแชร์รูปภาพใน Now Nudge จะทำงานโดยการวิเคราะห์เนื้อหาของรูปภาพที่มีอยู่ และบริษัทไม่รับประกันความถูกต้องของผลลัพธ์ ↩︎
- Circle to Search เป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ลำดับภาพถูกตัดทอนและเป็นการจำลองเพื่อโฆษณาเท่านั้น ผลลัพธ์ที่แสดงมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นภาพประกอบ ความพร้อมในการให้บริการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ภาษา หรืออุปกรณ์แต่ละรุ่น และจำเป็นต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ผู้ใช้อาจจำเป็นต้องอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android และแอปพลิเคชัน Google ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการจับคู่ของภาพหรือเสียง และบริษัทไม่รับประกันความถูกต้องของผลลัพธ์ ฟังก์ชันนี้ทำงานบนแอปพลิเคชันและอินเตอร์เฟสที่รองรับ รวมถึงรองรับเฉพาะเสียงดนตรีรอบข้างเท่านั้น โดยจะไม่สามารถตรวจจับเสียงเพลงที่เปิดผ่านหูฟังหรือในขณะที่ปิดเสียงโทรศัพท์ได้ และไม่พร้อมใช้งานบนแอปพลิเคชันที่ห้ามบันทึกภาพหน้าจอ ↩︎
- ฟีเจอร์การสื่อสารผ่านดาวเทียมอาจเริ่มทยอยเปิดใช้งานในประเทศสหรัฐอเมริกา ตามแผนการดำเนินงานของผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละราย โดยผู้ให้บริการที่รองรับอาจรวมถึง Verizon และ T-Mobile ทั้งนี้ ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์และคุณสมบัติที่รองรับอาจแตกต่างกันไปตามรุ่น เครือข่าย และตลาดที่วางจำหน่าย และความพร้อมใช้งานของการสื่อสารผ่านดาวเทียมอาจแตกต่างกันไปตามเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการหรือเวอร์ชันของ One UI ↩︎
- ฟีเจอร์การสื่อสารผ่านดาวเทียมอาจเริ่มทยอยเปิดใช้งานในประเทศสหราชอาณาจักร ตามแผนการดำเนินงานของผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละราย โดยผู้ให้บริการที่รองรับอาจรวมถึง Virgin Media O2 ทั้งนี้ ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์และคุณสมบัติที่รองรับอาจแตกต่างกันไปตามรุ่น เครือข่าย และตลาดที่วางจำหน่าย และความพร้อมใช้งานของการสื่อสารผ่านดาวเทียมอาจแตกต่างกันไปตามเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการหรือเวอร์ชันของ One UI ↩︎
- ฟีเจอร์การสื่อสารผ่านดาวเทียมอาจเริ่มทยอยเปิดใช้งานในประเทศญี่ปุ่น ตามแผนการดำเนินงานของผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละราย โดยผู้ให้บริการที่รองรับอาจรวมถึง KDDI ทั้งนี้ ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์และคุณสมบัติที่รองรับอาจแตกต่างกันไปตามรุ่น เครือข่าย และตลาดที่วางจำหน่าย และความพร้อมใช้งานของการสื่อสารผ่านดาวเทียมอาจแตกต่างกันไปตามเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการหรือเวอร์ชันของ One UI ↩︎