skip to content

ซัมซุง เตรียมลงทุน 1,000 ล้านดอลลาร์ใน Helix ร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลก

29-09-2026

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ มีแผนลงทุน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อม 5 บริษัทในเครือร่วมลงทุนในส่วนที่เหลือ

ศักยภาพอันแข็งแกร่งของบริษัทในเครือซัมซุงที่ครอบคลุมทุกระดับของโครงสร้างพื้นฐาน AI เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือกับ Helix ในอนาคต

ซัมซุงพร้อมร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลกของ Helix กับ KKR, Kuwait Investment Authority (KIA), NVIDIA และ Vistra

บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด, Samsung C&T, Samsung SDS, Samsung SDI, ซัมซุง ไลฟ์ อินชัวรันส์ และซัมซุง ไฟร์ แอนด์ มารีน อินชัวรันส์ ประกาศร่วมลงทุนมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน Helix Digital Infrastructure บริษัทพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ก่อตั้งโดย KKR บริษัทด้านการลงทุนระดับโลก

Helix ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานขับเคลื่อนด้วยพลัง AI ที่ออกแบบมาเพื่อส่งมอบโซลูชันครบวงจรตลอดห่วงโซ่คุณค่า ครอบคลุมการพัฒนาและบริหารดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล การผลิตพลังงาน (แหล่งพลังงานรองรับทั้งภาระงานพื้นฐานและยืดหยุ่น) โครงสร้างพื้นฐานระบบส่งและจ่ายกำลังไฟฟ้า ไปจนถึงเครือข่ายใยแก้วนำแสง

ความร่วมมือผ่าน Helix จะช่วยให้ผู้ให้บริการระดับไฮเปอร์สเกล จัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและครบวงจร รองรับความต้องการด้าน AI ที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด

Helix ภายใต้การนำของ อดัม เซลิปสกี อดีตซีอีโอของ Amazon Web Services (AWS) มีความพร้อมด้วยทีมผู้บริหารระดับสูงผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าจากอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์และพลังงาน ตลอดจนศักยภาพของทีมงานมืออาชีพด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกของ KKR อีกกว่า 170 คน

นอกจาก ซัมซุง ยังมี KKR, Kuwait Investment Authority (KIA), NVIDIA และ Vistra กิจการพลังงานรายใหญ่จากสหรัฐฯ ที่ก้าวเข้ามาเป็นผู้ลงทุนก่อตั้ง Helix ร่วมกัน

AI Data Center กับการเป็นแพลตฟอร์มหลักของระบบนิเวศอุตสาหกรรมยุคใหม่

AI Data Center กำลังก้าวข้ามจากการเป็นเพียงการลงทุนสร้างสถานที่ สู่การเป็นแพลตฟอร์มทางธุรกิจหลักที่สำคัญ โดยในปัจจุบันได้ผสานโมเดลธุรกิจที่มีมูลค่าสูงและหลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น GPU-as-a-Service (GPUaaS), Sovereign AI และบริการ Colocation

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของดาต้าเซ็นเตอร์เหล่านี้ ผลักดันให้เกิดระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงหลากหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตพลังงาน เทคโนโลยีระบายความร้อน เซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงภาคการเงิน การลงทุนของกลุ่มบริษัทในเครือซัมซุง จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นเชิงกลยุทธ์ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี AI ยุคถัดไป ท่ามกลางภูมิทัศน์โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งบริการ AI แทรกซึมเข้าสู่ชีวิตประจำวันและภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกมากขึ้น ความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ที่สามารถรองรับการประมวลผลมหาศาล รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเฉพาะทางที่เสถียร ก็ยิ่งทวีขึ้นอย่างรวดเร็ว หากดาต้าเซ็นเตอร์เปรียบเสมือนโรงงานผลิตแห่งยุค AI พลังงานก็เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงหลักที่คอยขับเคลื่อนโรงงานเหล่านั้น ความสามารถในการบริหารจัดการทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลและพลังงานไปพร้อมกัน จึงเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันที่สำคัญอย่างยิ่งในอุตสาหกรรม AI

กลยุทธ์การลงทุนของ Helix มุ่งเจาะลึกไปที่การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่รองรับ จึงตอบโจทย์ที่เป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันในตลาดนี้ เนื่องจากพลังงานถือเป็นคอขวดใหญ่ที่สุดในโครงสร้างพื้นฐาน AI ในปัจจุบัน Helix จึงเตรียมเดินหน้าเสริมแกร่งในการจัดหาพลังงานอย่างรวดเร็ว ผ่านการลงทุนโดยตรงและการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมกับผู้พัฒนาพลังงานรายใหญ่ ซึ่งรวมถึง Vistra ที่เป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงทุน

การลงทุนครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มบริษัทในเครือซัมซุง ในการต่อยอดความเชี่ยวชาญระดับโลกด้านฮาร์ดแวร์และชิ้นส่วน สู่บทบาทด้านระบบและโครงสร้างพื้นฐานระดับสากล ซัมซุงพร้อมเดินหน้าขยายบทบาทจากผู้จัดหาชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์แบบเดิม สู่การเป็นสถาปนิกขับเคลื่อนระบบนิเวศโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระดับโลก

ความเชี่ยวชาญของซัมซุงครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน AI พร้อมเป็นแกนหลักขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระดับโลก

  • กลุ่มธุรกิจ Device Solutions (DS) ของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ พร้อมสนับสนุนการขยายโครงสร้างพื้นฐานในระดับโลกด้วยโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์อันล้ำสมัย พร้อมตอบสนองความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที
  • กลุ่มธุรกิจ Device eXperience (DX) ของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ พร้อมส่งมอบกลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชันระบบระบายความร้อนสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์อย่างครบวงจร ตั้งแต่ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ไปจนถึงระบบจ่ายสารหล่อเย็น (CDUs) สำหรับการระบายความร้อนด้วยของเหลวผ่าน FläktGroup ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบ HVAC ที่ซัมซุงเข้าซื้อกิจการในปี 2025 พร้อมฐานการผลิต 14 แห่งทั่วโลกและศูนย์บริการครอบคลุม 65 ประเทศ จึงมีความพร้อมทั้งด้านความเร็วและความยืดหยุ่น ในการรองรับผู้ให้บริการระดับไฮเปอร์สเกลที่ต้องการขยายขีดความสามารถอย่างรวดเร็ว
  • Samsung C&T Engineering & Construction Group ขับเคลื่อนโครงการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ในฐานะผู้ออกแบบวิศวกรรม จัดซื้อ และก่อสร้าง (EPC) ครบวงจร ทั้งสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และระบบพลังงาน
  • Samsung SDS ผู้ให้บริการโซลูชันไอทีชั้นนำที่เชี่ยวชาญการออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารจัดการดาต้าเซ็นเตอร์ ล่าสุดได้ขยายเข้าสู่ธุรกิจ GPUaaS โดดเด่นด้วยค่า PUE ต่ำที่สุดในเกาหลี ซึ่งชี้วัดประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ซึ่งนำมาปรับใช้ทั้งในดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทและศูนย์ประมวลผล Korea AI Computing Center (KOACC)
  • Samsung SDI ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำเทคโนโลยีระบบสำรองไฟฟ้า (UPS) และแบตเตอรี่สำรอง (BBUs) ระดับโลก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ต้องรองรับเซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูงตลอด 24 ชั่วโมง โดยบริษัทมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่สมรรถนะสูงและความจุสูงเป็นพิเศษ (ultra-high-output, high-capacity)

ด้วยการลงทุนครั้งนี้ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ และบริษัทในเครือ มุ่งมั่นในการเร่งผลักดันการขยาย AI Data Center ทั่วโลกร่วมกับ Helix พร้อมผสานพลังระหว่างบริษัทพันธมิตรอย่างเต็มศักยภาพ

top