ซัมซุง เปิดโลก Galaxy AI Ecosystem ในงาน MWC 2026 เชื่อมทุกประสบการณ์ ขยายขีดความสามารถ AI สู่ทุกอุปกรณ์
03-03-2026
หมดยุคที่เราต้องคอยกดสั่งสมาร์ทโฟนแบบเดิม ๆ แล้วก้าวไปสู่ยุคใหม่กับ Mobile AI ที่ล้ำไปจนถึงขั้นที่สามารถเรียนรู้พฤติกรรม คาดเดาสิ่งที่เราต้องการ และพร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้อย่างถูกที่ถูกเวลา
ในงาน Mobile World Congress (MWC) 2026 มหกรรมเทคโนโลยีมือถือระดับโลกที่จัดขึ้น เมื่อวันที่ 2–5 มีนาคม ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ที่ผ่านมา ซัมซุง ได้สร้างเสียงฮือฮาด้วยการขนทัพ Galaxy Ecosystem มาโชว์พลังของ Galaxy AI ที่วันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในมือถืออีกต่อไป แต่ถูกขยายขีดความสามารถให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อในหลากหลายอุปกรณ์ โดยมี Galaxy S26 Series เป็นพระเอกชูโรง พร้อมส่งต่อวิสัยทัศน์ใหม่ที่จะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของเราให้สมาร์ทขึ้นด้วยพลัง AI
วันนี้ Samsung Newsroom จะขอพาทุกคนไปทัวร์บูธของซัมซุงกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อไปสัมผัสอนาคตของ Mobile AI อย่างใกล้ชิด

ปลดล็อกประสบการณ์ Agentic AI ยุคใหม่ ด้วย Galaxy S26 Series
บูธ Samsung ภายในงาน MWC 2026 มีพื้นที่กว่า 1,745 ตารางเมตร แบ่งออกเป็น 9 โซนหลัก และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้เข้าชมจำนวนมากตั้งแต่วันแรกของงาน ที่ต่างตบเท้ามาร่วมสัมผัสประสบการณ์ Galaxy AI อย่างใกล้ชิด

เริ่มต้อนรับผู้เข้าร่วมงานบริเวณทางเข้าบูธ ด้วยงานศิลปะ “RE:Birth Crystals” จากศิลปินชื่อดัง Bahk Seon Ghi ที่สร้างขึ้นจากเศษควอตซ์รีไซเคิลซึ่งเหลือจากกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยสร้างภาพของแสงที่กระจายออกจาก Galaxy S26 Series ไปยังอุปกรณ์ Galaxy อื่น ๆ เพื่อสื่อถึงการขยายตัวของ Galaxy AI Ecosystem

ภายใน Galaxy S26 Series Experience Zone ซัมซุงได้เผยให้เห็นถึงความสามารถใหม่ของ Galaxy AI ที่ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติและชาญฉลาดยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับนวัตกรรมฮาร์ดแวร์รุ่นล่าสุด

หนึ่งในฟีเจอร์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ “Privacy Display” ที่เปิดตัวครั้งแรกบน Galaxy S26 Ultra ชูจุดเด่นที่แตกต่างจากฟิล์มกันมองทั่วไป เพราะผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิดฟังก์ชันได้ตลอดเวลา รวมถึงเลือกใช้งานเฉพาะบางแอปพลิเคชันหรือการแจ้งเตือนได้ตามต้องการ

ด้านกล้องถ่ายภาพก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน ด้วยความสามารถในการถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงโดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ระดับมืออาชีพ รวมทั้งยังมีฟีเจอร์ Super Steady ที่ช่วยลดการสั่นไหวระหว่างถ่ายวิดีโอ พร้อมฟีเจอร์ที่ถูกพัฒนาเพิ่มเติมอย่าง Horizontal Lock ที่ช่วยรักษาระดับเฟรมให้คงที่ แม้จะเคลื่อนไหวด้านข้างหรือหมุนกล้องแบบ 360 องศา ทำให้สามารถถ่ายวิดีโอได้ลื่นไหลและเสถียรยิ่งขึ้นในสถานการณ์ที่มีการเคลื่อนไหวสูง

สำหรับการแต่งภาพก็กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น ด้วยฟีเจอร์ Photo Assist ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้เพิ่มหรือตกแต่งองค์ประกอบภายในภาพได้ด้วยคำสั่งข้อความแบบง่าย ๆ ซึ่งการสาธิตความสามารถด้าน Agentic AI ของ Galaxy AI ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมเป็นอย่างมาก

เปิดประสบการณ์เสียง Immersive อัจฉริยะกับ Galaxy Buds4 Series
นอกจากนี้ ภายใน Galaxy Eco Zone ซัมซุงยังได้ขยายประสบการณ์ Galaxy AI จากสมาร์ทโฟนสู่ Galaxy Buds4 Series เพิ่มเติม
โดย Galaxy Buds4 Pro มาพร้อมระบบเสียง Hi-Fi ระดับ 24-bit/96kHz ซึ่งเป็นคุณภาพเสียงสูงสุดในไลน์อัป Galaxy Buds พร้อมระบบลำโพงแบบ two-way speaker และ woofer ขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยมอบเสียงเบสที่ลึก เสียงสูงคมชัด และบาลานซ์เสียงได้อย่างสมจริง
มาพร้อมฟีเจอร์ Super Clear Call ที่ช่วยให้การสนทนาชัดเจนแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน โดยมีไมโครโฟนทั้ง 6 ตัวที่จะช่วยแยกเสียงผู้ใช้งานและตัดเสียงรอบข้าง เพื่อคุณภาพการโทรที่เสถียรมากยิ่งขึ้น

▲ Galaxy Buds4 Series

▲ ผู้เข้าชมทดลองใช้งาน Galaxy Buds4 Pro ภายใน Buds Lounge Zone
ภายใน Buds Lounge Zone ผู้เข้าร่วมงานยังได้สัมผัสเรื่องราวเบื้องหลังของ Galaxy AI ที่ใช้ในการวิเคราะห์รูปทรงหูและลักษณะการสวมใส่ เพื่อปรับแต่งเสียงให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล พร้อมระบบ Adaptive Active Noise Cancelling (ANC) ที่พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ช่วยตัดเสียงรบกวนเพื่อสร้างประสบการณ์ immersive หรือสลับสู่ Ambient Mode เพื่อรับฟังเสียงรอบตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เปิดนวัตกรรมมิติใหม่กับ Galaxy Z TriFold และ Galaxy XR
ซัมซุงยังโชว์ความพิเศษด้วยอุปกรณ์แห่งอนาคต ทั้ง Galaxy XR แบบ headset และ Galaxy Z TriFold สมาร์ทโฟนจอพับสามทบรุ่นใหม่
ภายใน Galaxy XR Demo Zone มีการสาธิต 7 รูปแบบการใช้งานบนแพลตฟอร์ม AI แบบ multimodal โดยผู้เข้าร่วมสามารถใช้เสียงสั่ง Gemini ให้ค้นหาวิดีโอ YouTube เลือกผลลัพธ์ด้วยการมอง และสั่งงานผ่าน gesture ของมือ เพื่อสร้างประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหลผ่านการผสานทั้งเสียง สายตา และการเคลื่อนไหวเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ Galaxy XR ยังแสดงศักยภาพของ AI ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การจัดวางร้านค้าเสมือนจริง ไปจนถึงการแสดงแบบจำลองเรือในรูปแบบ 3D สำหรับการตรวจสอบรายละเอียดอย่างแม่นยำ


ด้าน Galaxy Z TriFold มาพร้อมจอ multi-folding ขนาด 10 นิ้ว ที่ผสานทั้ง productivity และ portability เข้าด้วยกัน โดยหลังจากทดลองใช้งานฟีเจอร์ Multi Window ที่สามารถเปิดได้ 3 แอปพร้อมกัน โดยมีผู้เข้าร่วมรายหนึ่งกล่าวว่า “เหมือนได้ใช้สมาร์ทโฟน bar-type แบบปกติพร้อมกันถึงสามเครื่อง”

3 รากฐานสำคัญแห่งยุค AI “โครงสร้างพื้นฐาน ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืน”
ภายใน Intelligent Infrastructure Zone ซัมซุงได้โชว์ความสามารถในการขยายศักยภาพ AI สู่ภาคการผลิตและสุขภาพ ทั้งโรงงานอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพสินค้า
นอกจากนี้ ซัมซุงยังเปิดเผยถึง Connected Care Vision ที่ต่อยอดจาก Samsung Health หลังการเข้าซื้อกิจการ Xealth บริษัทด้าน digital healthcare จากสหรัฐฯ เพื่อเชื่อมต่อ wellness ในชีวิตประจำวันเข้ากับบริการด้านสุขภาพระดับมืออาชีพ และสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันสำหรับผู้ใช้งาน Galaxy

ด้านความปลอดภัย ซัมซุงยังนำเสนอเทคโนโลยีที่เป็นรากฐานสำคัญของ Galaxy AI ไม่ว่าจะเป็น Knox Enhanced Encrypted Protection (KEEP) ที่แยกข้อมูลตามแอปพลิเคชันเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึง Knox Vault และ Knox Matrix ที่ช่วยรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์และเครือข่ายภายใน Galaxy Ecosystem

อีกหนึ่งโซนสำคัญต้องยกให้ Galaxy for the Planet 2030 ที่สะท้อนแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมของซัมซุง ผ่านเป้าหมายการเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิล การฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ และการอนุรักษ์ระบบนิเวศ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมควบคู่กับความยั่งยืน

ปิดท้ายกันที่โซน Galaxy Foundation ซึ่งเป็นจุดที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของนวัตกรรมซัมซุงได้เห็นภาพชัดเจนที่สุด ตั้งแต่เทคโนโลยีหน้าจอ กล้อง ไปจนถึง AI ที่ผสานรวมอยู่ใน Galaxy S26 Series พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมมือถือของซัมซุง

MWC 2026 สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ Galaxy AI ที่กำลังขยายตัวและเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่องภายใน Galaxy Ecosystem พร้อมตอกย้ำทิศทางอนาคตของ Mobile AI ที่ซัมซุงยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องในอนาคต