[บทสัมภาษณ์] เติมเต็มทุกช่วงเวลาให้เสมือนภาพยนตร์: Cinematic LUT พลิกโฉมการถ่ายวิดีโอบน Galaxy S26 Series อย่างไร้ขีดจำกัด
08-05-2026
นอกเหนือจากความละเอียดระดับสูง เทรนด์วิดีโอในปัจจุบันยังมุ่งสู่การถ่ายทอดอารมณ์และการเล่าเรื่องที่เข้าถึงความรู้สึกมากยิ่งขึ้น โดย Samsung Electronics ได้เปิดตัว Advanced Professional Video (APV) codec บน Galaxy S26 Ultra เพื่อวางรากฐานใหม่ให้กับการสร้างสรรค์วิดีโอบนสมาร์ทโฟน พร้อมคงคุณภาพของภาพไว้อย่างยอดเยี่ยม และช่วยลดการสูญเสียของไฟล์ระหว่างกระบวนการตัดต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ซัมซุงได้ตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า “ทุกคนสามารถสร้างวิดีโอสไตล์ฮอลลีวูดบนสมาร์ทโฟน Galaxy ได้หรือไม่?” และคำตอบก็คือฟีเจอร์ Cinematic Look-Up Table (Cine LUT) บน Galaxy S26 Series นั่นเอง โดยในขณะที่ APV codec ทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญสำหรับการถ่ายวิดีโอคุณภาพระดับภาพยนตร์ Cine LUT จะเข้ามาช่วยเติมเอกลักษณ์ด้านโทนสีและอารมณ์ให้กับฟุตเทจ เพื่อยกระดับงานวิดีโอให้มีสไตล์โดดเด่นยิ่งขึ้น
Cine LUT ช่วยให้การปรับแต่งสีระดับมืออาชีพ หรือ Color Grading ซึ่งเดิมเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยซัมซุงได้ร่วมมือทั้งกับทีมงานภายในองค์กรและผู้เชี่ยวชาญภายนอก เพื่อพัฒนาฟีเจอร์นี้ให้เกิดขึ้นจริง ภายในโครงการดังกล่าว ธุรกิจ Mobile eXperience (MX) รับหน้าที่ดูแลการผสานฟีเจอร์เข้ากับระบบกล้องอย่างสมบูรณ์ ขณะที่ Samsung Research เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีหลักด้านการประมวลผลวิดีโอ และ U5K Imageworks สตูดิโอคัลเลอริสต์ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานระดับโลก ได้เข้ามามีส่วนสำคัญในการออกแบบและถ่ายทอดเอกลักษณ์ด้านภาพและโทนสีของฟีเจอร์นี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
หลังจากการเปิดตัว APV codec ซึ่งมอบคุณภาพของภาพในระดับ visually lossless หรือคงรายละเอียดของภาพได้อย่างยอดเยี่ยมแทบไร้การสูญเสีย Samsung Newsroom ได้พูดคุยกับสามผู้พัฒนาหลักผู้อยู่เบื้องหลังฟีเจอร์ Cine LUT ได้แก่ Sugon Baek จาก Camera Image Quality R&D Group ภายใต้ธุรกิจ MX, Bomi Kim จาก Reality Media Lab ของ Samsung Research และ Taesik Eom ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ U5K Imageworks เพื่อถ่ายทอดเบื้องหลังแนวคิดและกระบวนการพัฒนาฟีเจอร์นี้ขึ้นมา

คำถาม: LUT คืออะไร และอะไรคือความแตกต่างของ Cine LUT บน Galaxy S26 Series?
Sugon Baek: LUT เปรียบเสมือน “แผนที่สี” ที่ช่วยแปลงชุดสีหนึ่งไปสู่โทนภาพตามที่ต้องการ แตกต่างจากฟิลเตอร์ทั่วไปที่เป็นเพียงการซ้อนทับสีลงบนภาพเท่านั้น โดย Cine LUT ได้รับการออกแบบให้สามารถตีความฟุตเทจจาก Samsung Log¹ ใหม่ เพื่อถ่ายทอดมิติและอารมณ์ภาพในแบบงานภาพยนตร์ระดับมืออาชีพได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
Bomi Kim: ฟีเจอร์นี้ได้รับการออกแบบและปรับแต่งมาโดยเฉพาะสำหรับวิดีโอแบบ Log โดยอาศัยช่วงการไล่ระดับสีที่กว้าง² เพื่อช่วยประมวลผลและถ่ายทอดสี รวมถึงความสว่างได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดของโทนภาพที่ละเอียดอ่อน ซึ่งมักสูญหายไปเมื่อใช้ฟิลเตอร์ทั่วไป ส่งผลให้ภาพมีมิติที่ลุ่มลึกและดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
คำถาม: อะไรคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนา Cine LUT?
Bomi Kim: แม้ว่าอุปกรณ์ Galaxy จะรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Log เพื่อคุณภาพของภาพระดับสูงอยู่แล้ว แต่กระบวนการ Color Grading ยังคงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เราจึงต้องการทำให้ทุกคนสามารถสร้างผลงานวิดีโอที่ดูเป็นมืออาชีพได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะการตัดต่อขั้นสูง
Sugon Baek: เราต้องการสร้างประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นภาพวิดีโอในสไตล์ภาพยนตร์ได้ตั้งแต่ขณะถ่ายทำ พร้อมทั้งสามารถเลือกใช้ LUT และแชร์วิดีโอผ่าน Gallery ได้อย่างสะดวกภายในเพียงไม่กี่ขั้นตอนหรือเพียงแค่แตะครั้งเดียว

คำถาม: การร่วมงานกับ U5K Imageworks เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร และ Cine LUT ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างไร?
Taesik Eom: ความร่วมมือของเราเริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณสองปีก่อน จากการให้คำปรึกษาด้าน Rec. 709 LUT สำหรับวิดีโอ Samsung Log ซึ่งในเวลานั้นเราได้ช่วยปรับโทนสีที่จัดจ้านให้ดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น และประสบการณ์ดังกล่าวก็กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนา Cine LUT สำหรับโปรเจกต์นี้ เราได้พัฒนา LUT หลากหลายเวอร์ชันใน 3 ระดับความเข้ม ได้แก่ neutral, soft และ strong พร้อมทดสอบในสภาพแวดล้อมและฉากที่หลากหลาย ก่อนจะคัดเลือกออกมาเป็น 4 สไตล์หลักที่เหมาะสมที่สุด
Bomi Kim: จากแนวทางด้านสีที่ U5K วางไว้ ทีมงานของเราได้นำมาตรวจสอบและประเมินผลตามเกณฑ์เชิงปริมาณ เพื่อให้มั่นใจว่าฟีเจอร์จะสามารถทำงานได้อย่างสม่ำเสมอในหลากหลายสภาพแวดล้อม ก่อนจะนำมาปรับปรุงและทดสอบซ้ำอย่างต่อเนื่อง จนสามารถผสานทั้งเจตนาทางศิลปะและคุณภาพด้านเทคนิคเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

คำถาม: อะไรคือความท้าทายระหว่างการพัฒนา?
Bomi Kim: เราจำเป็นต้องใช้ชุดข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อทดสอบและตรวจสอบประสิทธิภาพของฟีเจอร์ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย การทดลองใช้งานจริง ทั้งในแสงธรรมชาติ แสงภายในอาคาร ช่วงเวลากลางวันและกลางคืน รวมถึงการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างทีม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถถ่ายทอดรายละเอียดอันละเอียดอ่อนของโทนสีออกมาได้อย่างแม่นยำ
Sugon Baek: ความท้าทายสำคัญคือการรักษาความสม่ำเสมอของสี และทำให้สีที่ได้ไม่ผิดเพี้ยนในแต่ละสภาพแวดล้อม ผ่านการทดสอบและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เราจึงสามารถพัฒนา LUT ที่สร้างสมดุลระหว่างความชอบเชิงอารมณ์ความรู้สึกของผู้ใช้งาน และคุณภาพของภาพในเชิงเทคนิคได้อย่างลงตัว
คำถาม: อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างลุคภาพที่เหมาะสมสำหรับสมาร์ทโฟน?
Taesik Eom: สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้ฟีเจอร์สามารถทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือในสภาพแวดล้อมจริง เนื่องจากปัจจัยอย่างแสง การรับแสง และ White Balance มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราจึงมุ่งเน้นการพัฒนาลุคภาพที่ยังคงดูเป็นธรรมชาติได้ในทุกสถานการณ์
Bomi Kim: คุณภาพคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุด ทีมงานได้วิเคราะห์ในระดับรายเฟรม พร้อมตรวจสอบประสิทธิภาพด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง เช่น color charts, gray balance และ vector scopes เพื่อให้มั่นใจว่าภาพที่ได้มีความแม่นยำและคงคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ
คำถาม: เพราะเหตุใดจึงเลือกทั้ง 4 สไตล์นี้สำหรับ Galaxy S26 Series?
Sugon Baek: เราได้ศึกษาภาษาทางภาพของภาพยนตร์ในหลากหลายแนว และคัดเลือกออกมาเป็น 4 สไตล์ตัวแทนที่โดดเด่น ตั้งแต่ Blockbuster ที่เน้นคอนทราสต์จัดจ้าน, Coming-of-age ที่ให้ความรู้สึกสดใหม่, Romance ที่อบอุ่นละมุน ไปจนถึง Thriller ที่ถ่ายทอดอารมณ์ลึกลับและชวนติดตาม โดยแต่ละโทนสีได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยเปลี่ยนฉากในชีวิตประจำวัน ให้ดูมีบรรยากาศและอารมณ์แบบภาพยนตร์ได้อย่างทันที
คำถาม: แนะนำให้เลือกใช้ Cine LUT สไตล์ใดในแต่ละสถานการณ์?
Taesik Eom: ไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับบรรยากาศและอารมณ์ของแต่ละสถานการณ์ โดย Blockbuster เหมาะกับฉากที่มีคอนทราสต์สูง เช่น ฉากกลางแจ้งหรือวิวเมือง, Coming-of-age เหมาะกับบรรยากาศนุ่มนวล ทันสมัย อย่างคาเฟ่หรือวิดีโอสไตล์ Vlog, Romance ช่วยเพิ่มความอบอุ่นและอารมณ์ละมุนให้กับฉากที่เน้นตัวละคร ขณะที่ Thriller จะช่วยสร้างความรู้สึกโดดเด่น ลึกลับ และชวนติดตามมากยิ่งขึ้น
คำถาม: อะไรคือสิ่งที่โดดเด่นที่สุดจากเสียงตอบรับของผู้ใช้งาน?
Sugon Baek: ในตอนแรก เราคาดว่าผู้ใช้งานอาจมองว่า Cine LUT เป็นเพียงเอฟเฟกต์วิดีโอรูปแบบหนึ่งเท่านั้น แต่ผลตอบรับที่ได้รับกลับเหนือความคาดหมายอย่างมาก ผู้ใช้งานจำนวนมากสามารถรับรู้ได้ทันทีว่า การผสานการถ่ายวิดีโอแบบ Log เข้ากับ Cine LUT ช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์งานวิดีโอ ที่ก้าวไปไกลกว่าการใช้ฟิลเตอร์ทั่วไป นอกจากนี้ เรายังเห็นผู้ใช้งานเริ่มเลือกสไตล์ LUT ให้เหมาะกับบรรยากาศของแต่ละฉากมากขึ้น พร้อมมีการแชร์วิดีโอคุณภาพสูงบนโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย ซึ่งยังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดรูปแบบการสร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ ตามมาอีกด้วย
คำถาม: แผนการต่อไปในอนาคตคืออะไร?
Sugon Baek: เราตั้งเป้าที่จะยกระดับให้ Galaxy S26 Series กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่มอบประสบการณ์กล้องระดับมืออาชีพได้อย่างแท้จริง เราหวังว่าจะได้เห็นคอนเทนต์ที่สามารถสร้างความรู้สึกร่วมทั้งกับผู้สร้างสรรค์และผู้รับชมมากยิ่งขึ้น และซัมซุงจะยังคงเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการสร้างสรรค์วิดีโออย่างต่อเนื่อง
Bomi Kim: ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของเราคือการค้นหาและพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต ผ่านการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับหน่วยธุรกิจต่าง ๆ เพื่อผลักดันเทคโนโลยีเหล่านั้นสู่ผลิตภัณฑ์จริง และมอบประสบการณ์ใหม่ที่สร้างสรรค์ให้แก่ผู้ใช้งานทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

Cine LUT บน Galaxy S26 Series ถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของหลากหลายทีม เพื่อเปลี่ยนทุกช่วงเวลาในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นภาพวิดีโอที่เปี่ยมด้วยอารมณ์และบรรยากาศแบบภาพยนตร์ นอกเหนือจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ฟีเจอร์นี้ยังสะท้อนถึงอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการทำให้การสร้างสรรค์วิดีโอเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการลดข้อจำกัดที่เคยสงวนไว้สำหรับมืออาชีพ และเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถถ่ายทอดตัวตนและจินตนาการของตนเองได้อย่างอิสระ
Heesub Han ผู้กำกับสายโฆษณาและสารคดี ได้สร้างสรรค์ภาพยนตร์สั้นชุดพิเศษด้วย Galaxy S26 Ultra ผ่านการใช้งาน APV codec และ Samsung Log โดยสามารถรับชมทั้งเบื้องหลังการถ่ายทำและภาพยนตร์สั้น เพื่อสัมผัสศักยภาพและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของ Cine LUT ได้ผ่านวิดีโอด้านล่างนี้
เชิงอรรถ
1. เทคนิคที่ใช้เส้นโค้งแบบลอการิทึม (Logarithmic Curve) เพื่อช่วยขยายรายละเอียดในบริเวณเงามืด แม้เซ็นเซอร์กล้องจะบันทึกค่าความสว่างอย่างสม่ำเสมอ แต่สายตามนุษย์สามารถรับรู้ความเปลี่ยนแปลงในส่วนเงามืดได้ละเอียดกว่า Log จึงช่วยให้ฟุตเทจสามารถถ่ายทอดภาพได้ใกล้เคียงกับการมองเห็นตามธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
2. ความนุ่มนวลและความแม่นยำของการไล่ระดับโทนสีในภาพ หรือการเปลี่ยนผ่านระหว่างส่วนสว่างและส่วนมืดของภาพอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ