[บทสัมภาษณ์] [Galaxy Unpacked July 2026] แว่นตาอัจฉริยะ: ก้าวแรกสู่อินเทอร์เฟซรูปแบบใหม่ของ Mobile AI
06-08-2026
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในงาน Galaxy Unpacked July 2026 ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้เปิดตัว แว่นตาอัจฉริยะ1 (Intelligent Eyewear) นับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้แว่นตา AI กลายเป็นอินเทอร์เฟซรูปแบบใหม่สำหรับการใช้งาน Mobile AI
แว่นตานี้ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเทคโนโลยีมือถือ การออกแบบฮาร์ดแวร์ และงานฝีมือที่สั่งสมมาหลายทศวรรษของซัมซุง โดยได้ผสานความสบายในการสวมใส่เข้ากับประสบการณ์ Mobile AI และการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อภายในระบบนิเวศ Galaxy อย่างลงตัว
Samsung Newsroom ได้ร่วมพูดคุยกับ เจมส์ ชอย (James Choi) รองประธานบริหารและหัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนา XR ฝ่ายธุรกิจโมบายล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ (MX) ที่ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เพื่อเจาะลึกถึงเบื้องหลังการพัฒนา งานวิศวกรรมการออกแบบ และวิสัยทัศน์ระยะยาวของซัมซุงต่อตลาดแว่นตา AI

ถาม: เหตุใดซัมซุงถึงเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะในตอนนี้ และเพราะเหตุใดจึงเชื่อว่าแว่นตา AI จะกลายเป็นอินเทอร์เฟซถัดไปสำหรับ Mobile AI?
แว่นตา AI จะก้าวขึ้นมาเป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ก็ต่อเมื่อผู้คนรู้สึกอยากสวมใส่จริง ๆ ในทุก ๆ วัน ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายนี้ต้องอาศัยมากกว่าแค่เทคโนโลยี AI ที่ล้ำสมัย แต่ยังต้องการความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าผู้คนใช้นวัตกรรมตอบโจทย์ในชีวิตประจำวันอย่างไร ด้วยความเป็นผู้นำในตลาดมือถือมาหลายทศวรรษ ซัมซุงจึงมีความพร้อมที่จะผสานองค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมนี้ให้ก้าวไปข้างหน้า
แว่นตา AI สามารถรับรู้และเข้าใจสิ่งที่ผู้ใช้มองเห็น ได้ยิน รวมถึงสัมผัสได้รอบตัว สามารถตอบสนองได้อย่างเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับสถานการณ์ และต่อเนื่องมากขึ้น โดยนำ AI เข้าใกล้ช่วงเวลาสำคัญในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เป้าหมายของซัมซุงไม่ใช่ให้แว่นตา AI มาแทนที่สมาร์ทโฟน แต่เป็นการสร้างแว่นตา AI ที่ช่วยให้ผู้คนลดการจ้องหน้าจอลง โดยยังคงได้รับประโยชน์สูงสุดจากประสบการณ์ใช้งานที่คุ้นเคย ซึ่งซัมซุงกำลังวางรากฐานวิสัยทัศน์นี้ผ่านแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ เพื่อต่อยอดเทคโนโลยี Mobile AI ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ของหน้าจอ
ถาม: อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ทีมวิศวกรรมให้ความสำคัญในการพัฒนาแว่นตา AI?
จุดเริ่มต้นของการพัฒนามาจาก Galaxy XR โดยประสบการณ์จากการพัฒนาในครั้งนั้นทำให้เราเรียนรู้วิธีการออกแบบเทคโนโลยีที่สวมใส่บนหน้าได้อย่างสบาย เราได้นำมุมมองข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นมาปรับใช้กับแว่นตาอัจฉริยะ โดยทุกรายละเอียดทางวิศวกรรมตอบโจทย์ด้านความสบาย ความกระชับพอดีกับใบหน้า และการใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
ความสบายในการสวมใส่ไม่ได้เป็นเพียงโจทย์ด้านการออกแบบ แต่คือความท้าทายทางวิศวกรรมขั้นสูง เพราะสำหรับแว่นตาแล้ว แม้แต่ความคลาดเคลื่อนเพียง 0.1 มิลลิเมตรก็ส่งผลอย่างมหาศาล เราจึงใช้วิธีการออกแบบเชิงบูรณาการ โดยคำนึงถึงทั้งเรื่องน้ำหนัก ชนิดวัสดุ การถ่ายเทความร้อน และประสิทธิภาพของแบตเตอรี่อย่างรอบด้าน
เพื่อให้แว่นตามีความบางและเบา จึงเลือกใช้บานพับขนาดบางพิเศษที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ผสานเทคโนโลยีการขึ้นรูปชิ้นงานผนังบางขั้นสูง (Advanced Thin-wall Molding) วัสดุน้ำหนักเบา และโครงสร้างฮาร์ดแวร์ที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษ โดยโครงสร้างบานพับได้รับการออกแบบให้ทนทานต่อการกัดกร่อนและรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี ในขณะที่โครงสร้างขาแว่นที่ได้รับการจดสิทธิบัตรช่วยเพิ่มความแข็งแรงของตัวกรอบ นอกจากนี้ ที่ขาแว่นด้านซ้ายยังติดตั้งวัสดุกราไฟต์ระบายความร้อน เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ความร้อนที่เกิดจากหน่วยประมวลผล (Application Processor – AP) ส่งผ่านไปยังใบหน้าของผู้สวมใส่
เนื่องจากโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน เราจึงนำระบบคำนวณการออกแบบ (Computational Design) มาใช้ควบคู่กับการทำงานร่วมกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านแว่นตาอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกระจายแรงกดในจุดสัมผัสที่สำคัญ ทั้งหน้าผาก โหนกแก้ม และหลังใบหู พร้อมบาลานซ์น้ำหนักของกรอบแว่นทั้งสองข้างให้สมดุล จนผู้ใช้แทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างขณะสวมใส่
ซัมซุงได้ยื่นจดสิทธิบัตรในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ไปแล้วประมาณ 200 รายการ สะท้อนถึงการลงทุนระยะยาวในนวัตกรรมแว่นตาอัจฉริยะ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว เบื้องหลังงานวิศวกรรมอันซับซ้อนทั้งหมด ก็เพื่อเปิดทางให้เทคโนโลยีกลมกลืนไปกับชีวิตประจำวัน และทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเป็นธรรมชาติที่สุดราวกับใส่แว่นตาธรรมดาทั่วไป

ถาม: ซัมซุงทำให้แว่นตาอัจฉริยะมีความแข็งแรงทนทานเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างไร?
ผู้ใช้คาดหวังในคุณภาพระดับมาตรฐานซัมซุงเสมอไม่ว่าจะมาในรูปแบบใดก็ตาม เราจึงนำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและเกณฑ์การตรวจสอบที่เข้มงวดที่สั่งสมมาตลอดหลายทศวรรษในการพัฒนานวัตกรรม Galaxy มาปรับใช้ พร้อมเสริมขั้นตอนการทดสอบพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อแว่นตาอัจฉริยะโดยเฉพาะ
เนื่องจากแว่นตาอัจฉริยะเป็นอุปกรณ์ที่ต้องสวมใส่บนใบหน้าโดยตรง จึงต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นสูงทั้งในฝั่งอุปกรณ์มือถือและฝั่งแว่นตาพร้อมกัน ตัวแว่นต้องผ่านการทดสอบความทนทาน สภาพแวดล้อม และความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งการทนต่ออุณหภูมิสูง ความชื้น ครีมกันแดด เครื่องสำอาง เหงื่อ ตลอดจนการทดสอบความแข็งแรงของการพับและกางขาแว่นซ้ำ ๆ
แม้จะใช้เทคโนโลยีด้านวิศวกรรมจำนวนมากรวมอยู่ภายใต้ดีไซน์ที่บางและเบา แต่แว่นตาอัจฉริยะยังคงมอบประสิทธิภาพการทำงานระดับสูงสุด รวมทั้งแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน ด้วยการปรับแต่งระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อย่างลงตัว ช่วยให้รองรับการใช้งานทั่วไปได้ยาวนานสูงสุดถึง 9 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แม้จะเปิดการใช้งานฟีเจอร์ที่กินพลังงานสูงอย่าง Gemini หรือการบันทึกวิดีโอก็ตาม นอกจากนี้ เคสชาร์จยังสามารถชาร์จซ้ำได้เต็มความจุมากกว่า 7 ครั้ง รองรับการเดินทางและใช้งานต่อเนื่องได้หลายวันโดยไม่ต้องกังวล2
ถาม: เหตุใดซัมซุงถึงมองว่าแว่นตาอัจฉริยะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของ Mobile AI?
แว่นตาอัจฉริยะนำเสนอแนวทางการสัมผัสประสบการณ์ Mobile AI ที่เป็นธรรมชาติและใช้งานง่ายขึ้นกว่าที่เคย ด้วยความสามารถในการเข้าใจสิ่งที่ผู้ใช้มองเห็น ได้ยิน และสัมผัสได้รอบตัว จึงสามารถตอบสนองและช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดเฉพาะบุคคลตามสถานการณ์จริง ณ ช่วงเวลานั้น
ด้วยการติดตั้งกล้อง ไมโครโฟน และลำโพงคุณภาพสูงไว้ภายในกรอบแว่นอย่างลงตัว แว่นตาอัจฉริยะจึงสามารถโต้ตอบผ่านการสนทนาที่เป็นธรรมชาติได้ทันที ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องหยุดกิจกรรมตรงหน้าเพื่อยกโทรศัพท์ขึ้นมาใช้งาน
ไม่ว่าจะเป็นระบบนำทางแบบเรียลไทม์ การแปลแบบสด การบันทึกภาพมุมมองสายตาผู้ใช้ ไปจนถึงการให้ความช่วยเหลือตามบริบทรอบข้าง ประสบการณ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึง Mobile AI ได้อย่างราบรื่น โดยยังคงจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้าได้เต็มที่3
ถาม: แว่นตาอัจฉริยะเข้ากับระบบนิเวศของ Galaxy ในภาพรวมได้อย่างไร?
แว่นตาอัจฉริยะถูกออกแบบมาให้เป็นอุปกรณ์คู่หูกับสมาร์ทโฟนในตระกูล Galaxy และอุปกรณ์สวมใส่อื่น ๆ เพื่อขยายขีดความสามารถของ Mobile AI ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของหน้าจอผ่านประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันและบริการที่ใช้อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นแอปจากซัมซุง Google หรือแอปจากผู้ให้บริการภายนอกได้อย่างสะดวกผ่านอินเทอร์เฟซสั่งการแบบแฮนด์ฟรีที่เป็นธรรมชาติ
ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถเริ่มบันทึกภาพแบบแฮนด์ฟรีด้วยแว่นตาอัจฉริยะ เช็กภาพรีวิวสิ่งที่บันทึกไว้ได้บน Now Bar แล้วค่อยเข้าไปดูไฟล์นั้นใน Galaxy Gallery บนสมาร์ทโฟนได้4 นอกจากนี้ ตัวแว่นยังใช้เทคโนโลยีการประมวลผลแบบแยกส่วน (Split Computing) เพื่อกระจายการทำงานระหว่างแว่นตาอัจฉริยะกับสมาร์ทโฟน Galaxy ที่เชื่อมต่ออยู่ ช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
แว่นตาอัจฉริยะยังทำงานร่วมกับ Galaxy Watch และ Galaxy Buds ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยผู้ใช้สามารถสั่งการและจัดการอุปกรณ์ได้โดยตรงจากข้อมือผ่านหน้าจอ Galaxy Watch หรือใช้การควบคุมด้วยท่าทางสั่งการ5 (Gesture) และเมื่อเชื่อมต่อกับ Galaxy Buds ยังสามารถสลับสัญญาณเสียงได้โดยไม่ขัดจังหวะการใช้งาน
ถาม: ซัมซุงผสานเรื่องความเป็นส่วนตัวและความเชื่อมั่นลงในการออกแบบแว่นตาอัจฉริยะอย่างไร?
ยิ่งเทคโนโลยี AI มีความเฉพาะบุคคลและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้น ความไว้วางใจก็ยิ่งมีความสำคัญตามไปด้วย เราจึงให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวตั้งแต่การขั้นตอนเริ่มต้นในการพัฒนาแว่นตา พร้อมออกแบบมาตรการป้องกันเพื่อคุ้มครองทั้งผู้ใช้งานและผู้คนรอบข้าง
ตัวแว่นมาพร้อมไฟ LED แสดงสถานะการทำงานทั้งฝั่งด้านนอก (สำหรับคนรอบข้าง) และฝั่งด้านใน (สำหรับผู้สวมใส่) ซึ่งจะสว่างขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อมีการบันทึกภาพ นอกจากนี้ยังมีระบบ Wear Detection ที่จะปิดการบันทึกโดยอัตโนมัติทันทีเมื่อถอดแว่นออก รวมถึงระบบ Thwart Detection ที่จะสั่งระงับการบันทึกทันทีหากพบว่าไฟ LED แสดงสถานะด้านนอกถูกบดบัง
ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและการใช้งานส่วนบุคคลได้ผ่านสมาร์ทโฟน Galaxy ที่เชื่อมต่อ โดยข้อมูลเสียง วิดีโอ หรือการแชร์หน้าจอทั้งหมด จะไม่ถูกนำไปใช้ในการฝึกโมเดล AI ของเราอย่างแน่นอน
ซัมซุงจะยังคงยกระดับฟีเจอร์ด้านความเป็นส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบความโปร่งใสและเพิ่มอำนาจในการควบคุมข้อมูลที่แท้จริงให้แก่ผู้ใช้
ถาม: แว่นตาอัจฉริยะสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของซัมซุงอย่างไร?
ซัมซุงมีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการเป็นผู้กำหนดนิยามใหม่ให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึงสมาร์ทโฟนจอพับ และเป็นผู้กำหนดมาตรฐานคุณภาพที่ผู้บริโภคไว้วางใจ แว่นตาอัจฉริยะคือก้าวสำคัญในวิสัยทัศน์ของซัมซุงที่ต้องการทำให้ AI กลายเป็นเทคโนโลยีที่สวมใส่ได้จริง มีความเป็นส่วนตัว และผสานรวมเข้ากับชีวิตประจำวันได้อย่างไร้รอยต่อ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ด้วยผลิตภัณฑ์เจเนอเรชันแรกนี้ ซัมซุงมุ่งตั้งเป้าสร้างมาตรฐานใหม่ที่ดีที่สุดให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังเติบโตนี้ และจะยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไปในทุก ๆ เจเนอเรชัน
- ความพร้อมในการวางจำหน่าย อาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ/ตลาด คุณสมบัติ ฟังก์ชัน ข้อมูลจำเพาะ และข้อมูลผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ระบุในเอกสารนี้ รวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) สิทธิประโยชน์ การออกแบบ ชิ้นส่วน ประสิทธิภาพ ความพร้อมในการวางจำหน่าย และความสามารถของผลิตภัณฑ์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ↩︎
- อายุการใช้งานแบตเตอรี่ อาจแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมของเครือข่าย ฟีเจอร์และแอปที่เปิดใช้งาน การตั้งค่าเครื่อง จำนวนครั้งที่ชาร์จ และปัจจัยอื่น ๆ ↩︎
- การใช้งานบางฟีเจอร์ อาจจำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อเครือข่าย อุปกรณ์ Galaxy ที่รองรับ หรือแอปพลิเคชันที่รองรับ โดยประสบการณ์ด้านการแปลภาษาและการนำทางอาจแตกต่างกันไปตามภาษา ภูมิภาค แอปพลิเคชัน ผู้ให้บริการ และสภาพแวดล้อมของเครือข่าย ส่วนประสบการณ์ที่อิงตามบริบทและประวัติการใช้งานอาจต้องได้รับการยินยอมจากผู้ใช้ ตลอดจนแอปและบริการที่รองรับ ↩︎
- ฟีเจอร์การแชร์ภาพแบบสดและการบันทึกภาพ อาจแตกต่างกันไปตามแอป บริการ ตลาดที่วางจำหน่าย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือข้อกำหนดเรื่องการขอความยินยอม ↩︎
- การสั่งการด้วยท่าทาง (Gesture interactions) รองรับเฉพาะการเชื่อมต่อผ่าน Galaxy Watch9 เท่านั้น ↩︎