พลิกข้อจำกัดสู่ความเป็นไปได้ Mike Schultz นักกีฬาพาราลิมปิกจากทีม Samsung Galaxy ถ่ายทอดเส้นทางแห่งแรงบันดาลใจ
03-03-2026
Mike Schultz กำลังสร้างเรื่องราวบทสำคัญของเขาบนเส้นทางแห่งคอร์ตินา หลังจากมีบทบาทสำคัญในการผลักดันวงการพาราสโนว์บอร์ด และเปิดโอกาสให้นักกีฬารุ่นใหม่ ผ่านนวัตกรรมที่เขาพัฒนาขึ้นด้วยตัวเอง
ขณะที่การแข่งขันกีฬา Paralympic Winter Games Milano Cortina 2026 ได้เริ่มต้นขึ้น Mike Schultz นักกีฬาจากทีม Samsung Galaxy และเจ้าของเหรียญพาราลิมปิก 3 สมัย กำลังลงแข่งขันพาราลิมปิกเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะนักสโนว์บอร์ดอาชีพ โดยเขาไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนของวงการกีฬาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมและความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันพาราลิมปิกอีกด้วย
Mike Schultz กำลังสร้างเรื่องราวบทสำคัญของเขาบนเส้นทางแห่งคอร์ตินา หลังจากมีบทบาทสำคัญในการผลักดันวงการพาราสโนว์บอร์ด และเปิดโอกาสให้นักกีฬารุ่นใหม่ ผ่านนวัตกรรมที่เขาพัฒนาขึ้นด้วยตัวเอง
หลังประสบอุบัติเหตุจากสโนว์โมบิลในปี 2008 ซึ่งเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาลและทำให้ต้องสูญเสียขาซ้าย Mike Schultz ก็ไม่ยอมทิ้งความฝันในการแข่งขันกีฬาบนหิมะ ด้วยความไม่พอใจกับอุปกรณ์ขาเทียมที่มีอยู่ในขณะนั้น เขาจึงพัฒนา “หัวเข่ากลไก” ของตัวเองขึ้นมาให้มีความแข็งแรงและรองรับการใช้งานได้หลากหลาย จนสามารถฝึกซ้อมและแข่งขันในระดับเข้มข้นได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมสร้างผลงานในวงการพาราสปอร์ตด้วยการคว้า 1 เหรียญทอง และ 2 เหรียญเงิน จากการแข่งขัน Paralympic Winter Games ที่พย็องชัง 2018 และปักกิ่ง 2022
นอกจากนี้ เขายังก่อตั้งบริษัทของตัวเอง เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ขาเทียมสำหรับนักกีฬาสายแอ็กชันและกีฬาที่ใช้แรงกระแทกสูงโดยเฉพาะ ช่วยเปิดโอกาสให้นักกีฬาพาราสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น และลดข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพในการเล่นกีฬาอีกด้วย

ถาม: Milano Cortina 2026 ถือเป็นพาราลิมปิกครั้งที่ 3 ของคุณ และอาจเป็นการแข่งขันครั้งสุดท้ายในฐานะนักสโนว์บอร์ดอาชีพ คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง?
ตอบ: ทุกครั้งของการแข่งขัน Paralympic Winter Games จะมีความรู้สึกและแรงผลักดันที่แตกต่างกันออกไป สำหรับครั้งนี้ ผมมีอยู่ 2 เป้าหมายหลักครับ
เป้าหมายแรกคือ ผมยังมุ่งมั่นเต็มที่ที่จะคว้าโอกาสขึ้นโพเดียมอีกครั้ง กลยุทธ์ของผมคือการหาสมดุลระหว่างการพัฒนาตัวเองและการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้ไปถึงจุดที่ดีที่สุดในการแข่งขันพาราลิมปิกครั้งนี้ ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ถือว่าเป็นไปได้ดี เพราะก่อนเดินทางมาที่นี่ ผมเพิ่งคว้าแชมป์ World Cup รายการล่าสุดมาได้
อีกเป้าหมายหนึ่ง ซึ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะนี่อาจเป็นพาราลิมปิกครั้งสุดท้ายของผม คือการได้ซึมซับและมีความสุขกับทุกช่วงเวลาของ Milano Cortina 2026 ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม
ถาม: เทคโนโลยีมีส่วนช่วยในการฝึกซ้อมและการฟื้นฟูร่างกายของคุณอย่างไรบ้าง? มีอุปกรณ์หรือเครื่องมือไหนที่ช่วยยกระดับการฝึกซ้อมหรือผลงานของคุณเป็นพิเศษหรือไม่?
ตอบ: สำหรับผม เทคโนโลยีไม่ได้เป็นแค่ส่วนเสริมของประสิทธิภาพในการแข่งขัน แต่มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเล่นกีฬาไปแล้ว เราบันทึกแทบทุกการฝึกซ้อมผ่าน Samsung Galaxy Z Fold7 และนำกลับมาดูทันที บ่อยครั้งก็จะเปิดดูแบบสโลว์โมชั่น เพื่อวิเคราะห์ทั้งจังหวะและเทคนิคการเล่น
การได้เห็นฟีดแบ็กแบบทันทีช่วยให้ผมสามารถปรับรายละเอียดต่าง ๆ ได้ก่อนเริ่มเซสชันถัดไป ซึ่งส่งผลต่อทั้งการฝึกซ้อมและประสิทธิภาพในการแข่งขันโดยตรง

การฟื้นฟูร่างกายก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญและมองข้ามไม่ได้ ผมติดตามทั้งคุณภาพการนอน ค่าการฟื้นตัวของร่างกาย รวมถึงปริมาณการฝึกซ้อม เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าเมื่อไหร่ควรเร่งเต็มที่ และเมื่อไหร่ควรผ่อนหรือพักฟื้น
ผมใช้อุปกรณ์ Galaxy ในการช่วยติดตามสภาพร่างกายในชีวิตประจำวัน เพื่อรักษาสมดุลของร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ แม้ในช่วงที่ต้องฝึกซ้อมอย่างหนักก็ตาม
ถาม: คุณยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลกผ่านการพัฒนาอุปกรณ์ขาเทียมที่ทั้งล้ำสมัยและใช้งานได้หลากหลาย จุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณอยากออกแบบขาเทียมของตัวเองคืออะไร และคุณได้แรงบันดาลใจมาจากไหน?
ตอบ: อีกหนึ่งความหลงใหลในชีวิตของผมคือการได้สร้างและประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ในเวิร์กช็อปของตัวเอง ดังนั้น หลังจากที่ผมพบว่าอุปกรณ์ขาเทียมที่มีอยู่ในตอนนั้นมีตัวเลือกค่อนข้างจำกัด การเริ่มออกแบบขาเทียมที่ดีกว่าจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างธรรมชาติสำหรับผม
ผมนำทุกประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิตมาใช้แก้ปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้จากงานด้านการผลิตโลหะ ความเข้าใจเรื่องการทำงานของร่างกายจากการฝึกทางกายภาพ รวมถึงประสบการณ์จากการปรับแต่งระบบช่วงล่างของรถมอเตอร์ครอสและรถแข่งสโนว์โมบิลที่ผมทำมาตลอด
พูดได้ว่าประสบการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมา ทำให้ผมกลายเป็นคนที่เหมาะกับการทำโปรเจกต์นี้ที่สุด

▲ Mike Schultz ลงแข่งขันในประเภท Para Snowboard Men’s Snowboard Cross SB-LL1 ณ สนาม Cortina Para Snowboard Park เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2026 ที่เมืองคอร์ตินา ดัมเปซโซ ประเทศอิตาลี (ภาพโดย Maja Hitij/Getty Images)
ถาม: สำหรับนักกีฬาแล้ว การเปิดเผยเทคนิคหรือ “สูตรความสำเร็จ” ของตัวเองให้คู่แข่งรับรู้ไม่ใช่เรื่องง่าย อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้คุณตัดสินใจแบ่งปันเทคโนโลยีขาเทียมของคุณ?
ตอบ:แน่นอนว่าในบางครั้ง ตัวตนของการเป็น “นักกีฬาสายแข่งขัน” ในตัวผมก็มีคำถามกับการตัดสินใจนี้เหมือนกัน แต่สุดท้ายแล้ว ผมมักมองภาพใหญ่และอยากผลักดันทุกสิ่งที่ตัวเองทำให้ก้าวไปข้างหน้าเสมออีกอย่าง การได้รู้ว่าสิ่งที่เราทำสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกและช่วยเหลือผู้คนรอบตัวได้ มันก็เป็นความรู้สึกที่ดีมากจริง ๆ
ถาม: การฝึกจิตใจก็สำคัญไม่แพ้การฝึกร่างกาย คุณมีวิธีเตรียมความพร้อมทางจิตใจสำหรับการแข่งขันสำคัญแต่ละครั้งอย่างไรบ้าง?
ตอบ: การเตรียมความพร้อมทางจิตใจสำหรับผม เริ่มต้นตั้งแต่ก่อนเดินทางมาถึงสนามแข่งขัน สิ่งสำคัญคือการมีสติและโฟกัสอยู่กับปัจจุบัน โดยเฉพาะในการแข่งขันระดับโลกอย่าง Paralympic Games ผมพยายามโฟกัสกับ “การเล่นสโนว์บอร์ด” และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันจริง ๆ
ทุกครั้งที่อยู่บนลานหิมะ ผมจะมีเป้าหมายชัดเจน เพราะระหว่างการเดินทาง การอยู่ร่วมกับทีม รวมถึงการฝึกซ้อมและแข่งขัน มักมีสิ่งรบกวนหรือความกดดันรอบตัวอยู่เสมอ ซึ่งสามารถดึงสมาธิเราออกไปได้หลายทาง
อีกวิธีที่ช่วยให้ผมรับมือกับสิ่งเหล่านั้นได้ คือการเปิดเพลย์ลิสต์โปรดผ่าน Samsung Galaxy Z Fold7 ใส่ Galaxy Buds3 Pro แล้วกลับเข้าสู่โลกของตัวเอง เพื่อให้จิตใจสงบและพร้อมสำหรับการแข่งขันอีกครั้ง
ถาม: การกลับมาลงแข่งขันได้ภายในเวลาเพียง 7 เดือนหลังเกิดอุบัติเหตุ ถือเป็นเรื่องที่หลายคนแทบจินตนาการไม่ออก โดยเฉพาะเมื่อคุณยังสามารถคว้าเหรียญเงินได้อีกด้วย คุณผ่านการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้นมาได้อย่างไร?
ตอบ: ผมคิดว่าผมใช้ “กีฬา” และการสร้างอุปกรณ์ขาเทียมของตัวเอง เป็นเหมือนเครื่องมือในการเยียวยาจิตใจ ผมผ่านกระบวนการฟื้นฟูร่างกายแบบเดียวกับที่เคยเจอมาหลายครั้งตลอดเส้นทางนักกีฬา เพียงแต่ครั้งนี้มันหนักหนากว่ามาก ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ
ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ผมบอกกับตัวเองว่า จะต้องเปลี่ยนสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ให้กลายเป็นอะไรที่ดีให้ได้ ผมจึงทุ่มพลังทั้งหมดไปกับการเล่นกีฬา การฟื้นฟูร่างกาย และโฟกัสกับการเดินไปข้างหน้า แทนที่จะจมอยู่กับเรื่องด้านลบ

▲Mike Schultz เป็นสมาชิกทีม Samsung Galaxy สำหรับการแข่งขัน Milano Cortina 2026.
ถาม: คุณยังได้ร่วมแบ่งปันเรื่องราวในฐานะส่วนหนึ่งของ Team Samsung Galaxy ซึ่งเป็นกลุ่มนักกีฬาที่สะท้อนแนวคิดเรื่อง “Openness” แล้วคำว่า “Openness” มีความหมายกับคุณอย่างไร?
ตอบ: มันเป็นเรื่องที่ดีเสมอเมื่อได้ร่วมงานกับแบรนด์ที่มีแนวคิดสอดคล้องกับสิ่งที่เราทำ ผมใช้สมาร์ทโฟน Samsung มาหลายปีแล้ว และอุปกรณ์เหล่านี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของทั้งชีวิตประจำวัน การฝึกซ้อม และการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันของผมไปแล้ว สำหรับผม “Openness” หมายถึงการไม่มีขีดจำกัดต่อความคิดและเป้าหมายของตัวเอง ผมพยายามเปิดกว้างอยู่เสมอ ทั้งในเรื่องกีฬา ธุรกิจ และการใช้ชีวิต เพราะผมเชื่อว่า ถ้าเรามีแรงผลักดันมากพอ ทุกอย่างก็สามารถเป็นไปได้
ถาม: คุณประกาศว่าจะอำลาการแข่งขันหลังจบ Paralympic Winter Games Milano Cortina 2026 แล้ว “Monster Project” หรือเป้าหมายใหญ่ครั้งต่อไปของคุณคืออะไร?
ตอบ: มันเป็นเรื่องยากเหมือนกันที่จะยอมรับและพูดออกมาว่าผมกำลังจะเลิกเล่นสโนว์บอร์ด เพราะตลอด 12 ปีที่ผ่านมา มันคือหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของผม และยังเปิดโอกาสดี ๆ ให้ผมในหลายด้านอีกด้วยแต่ผมคิดว่านี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเปลี่ยนผ่าน ผมอยากทุ่มเทเวลาให้กับเพื่อนๆมากขึ้น รวมถึงมีเวลาอยู่กับครอบครัวที่บ้านมากกว่าเดิม ผมตั้งตารอที่จะได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ในด้านอุปกรณ์ขาเทียมที่เรากำลังสร้างกันอยู่ และที่สำคัญ ผมก็อยากมีเวลาพักผ่อนแบบจริงจังสักครั้งเหมือนกันครับ
ถาม: คุณอยากฝากข้อความอะไรถึงเพื่อนนักกีฬาพาราลิมปิกและนักกีฬารุ่นต่อไปบ้าง?
ตอบ: จงฝันให้ใหญ่ ตั้งใจทำให้เต็มที่ และสนุกไปกับเส้นทางของตัวเองครับ เพราะยิ่งเราทุ่มเทกับบางสิ่งมากแค่ไหน วันที่เราทำมันสำเร็จ ความรู้สึกนั้นก็จะยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นเท่านั้น
Redefining What’s Possible
ในการแข่งขัน Milano Cortina 2026 Mike Schultz ไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนของความเป็นเลิศด้านกีฬาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่ง ความคิดสร้างสรรค์ และความเชื่อที่ว่า “หากเปิดใจ ทุกอย่างก็เป็นไปได้” ผ่านทั้งนวัตกรรมทางวิศวกรรม ผลงานในการแข่งขัน และการถ่ายทอดเรื่องราวจากมุมมองของนักกีฬา Schultz ได้สะท้อนจิตวิญญาณของขบวนการพาราลิมปิกอย่างแท้จริง ทั้งการท้าทายมุมมองเดิม ๆ เปิดมุมมองใหม่ให้ผู้คน และนิยามคำว่า “ศักยภาพ” ขึ้นมาใหม่ ไม่เพียงบนลานหิมะ แต่รวมถึงในทุกด้านของชีวิตอีกด้วย