skip to content

มรดกศิลปะทรงคุณค่า Lee Kun-Hee Collection เปิดตัวสู่ยุโรปในนิทรรศการ ‘Korea’ ณ British Museum

02-10-2026

เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร เสด็จร่วมงานกาล่าดินเนอร์เปิดนิทรรศการครั้งสำคัญ พร้อมด้วยผู้นำจากภาครัฐและเอกชน

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ โดยความร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์ British Museum จัดงานกาล่าดินเนอร์เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ณ พิพิธภัณฑ์ เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวนิทรรศการ “Korea” ซึ่งเป็นการจัดแสดงผลงานชิ้นเอกครั้งประวัติศาสตร์จากคอลเลกชันศิลปะอันลือชื่อของอดีตประธานซัมซุง Lee Kun-Hee ผู้ล่วงลับ

หลังประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากการจัดแสดงในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และชิคาโก การจัดนิทรรศการครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในยุโรปสำหรับการเดินสายจัดแสดงระดับนานาชาติ และยังเป็นการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะเกาหลีครั้งใหญ่ในรอบกว่า 40 ปีของ British Museum โดยนิทรรศการจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2570 ณ โถงนิทรรศการ Joseph Hotung Great Court Gallery

นิทรรศการ “Korea” ร้อยเรียงประวัติศาสตร์ศิลปะเกาหลีกว่าสองพันปีเข้าด้วยกัน สะท้อนให้เห็นว่าสุนทรียศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์และความสำเร็จทางศิลปะของเกาหลี ได้รับการต่อยอดและตีความใหม่ผ่านกาลเวลามาหลายรุ่นหลายสมัยอย่างไร

นิทรรศการนี้คัดสรรผลงานมาจากสมบัติทางวัฒนธรรมกว่า 23,000 ชิ้น ส่วนหนึ่งของ Lee Kun-Hee Collection ที่อุทิศเป็นมรดกแห่งชาติในปี 2564 จัดโดยความร่วมมือระหว่าง British Museum พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี และพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยแห่งชาติเกาหลี (MMCA)

ในงานกาล่าดินเนอร์ Jay Y. Lee ประธานกรรมการบริหารซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของครอบครัวตระกูลลีที่มีมาอย่างยาวนานหลายรุ่น ในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของเกาหลีและแบ่งปันให้ผู้คนทั่วโลกได้ชื่นชม โดยมีสมาชิกในครอบครัวเข้าร่วมงานด้วย ได้แก่ Hong Ra-Hee อดีตผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Leeum Museum of Art, Lee Boo-jin ประธานและซีอีโอแห่ง Hotel Shilla และ Lee Seo-hyun ประธานกรรมการ Samsung C&T

“ครอบครัวของเรายึดมั่นในหลักการมาหลายรุ่นว่าศิลปะและวัฒนธรรมควรได้รับการอนุรักษ์และแบ่งปัน” ประธานกรรมการบริหาร ลี กล่าว “ผมหวังว่านิทรรศการนี้จะทำหน้าที่เป็นประตูสู่วัฒนธรรมเกาหลีตลอดเส้นทางความคิดสร้างสรรค์และมรดกทางวัฒนธรรมอายุกว่าสองพันปี พร้อมทั้งช่วยให้ทุกคนมองเกาหลีในมุมมองที่ต่างออกไป ทั้งในด้านความงดงาม ความลึกซึ้ง และความยืดหยุ่นปรับตัว ไม่ย่อท้อ”

ในงานเลี้ยงรับรองก่อนกาล่าดินเนอร์ เจ้าหญิงแอนน์ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาร่วมเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการ

ในงานมีแขกผู้มีเกียรติกว่า 240 ท่าน อาทิ John Healey รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแห่งสหราชอาณาจักร, Kanishka Narayan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงปัญญาประดิษฐ์, Sir Oliver Dowden อดีตรองนายกรัฐมนตรี, Sir Greg Hands อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า, Sir John Whittingdale อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, John Slinger ทูตการค้าประจำสาธารณรัฐเกาหลี, Sir Ed Davey หัวหน้าพรรค Liberal Democrats และประธานกลุ่มรัฐสภาสหราชอาณาจักร-เกาหลี (Republic of Korea All-Party Parliamentary Group) รวมถึง Dr. Ben Spencer รองประธานกลุ่ม

George Osborne ประธานพิพิธภัณฑ์ British Museum กล่าวว่า “พวกเราตื่นเต้นยินดีที่ British Museum ได้เป็นเจ้าภาพจัดนิทรรศการอันน่าทึ่งนี้ คุณูปการของครอบครัวตระกูลลีต่อมรดกทางวัฒนธรรมที่มีร่วมกัน จะช่วยให้เราเข้าใจและตีความอดีต เพื่อที่จะได้เข้าใจอนาคตได้ดียิ่งขึ้น”

Maurice Lévy ประธานกิตติมศักดิ์ของ Publicis Groupe กล่าวว่า นิทรรศการนี้ “ไม่ใช่แค่เรื่องของวัตถุที่เป็นประจักษ์พยานแห่งอดีตอันยิ่งใหญ่ของเกาหลี แต่สิ่งเหล่านี้คือหลักฐานของวัฒนธรรมที่ให้ค่ากับฝีมือช่าง จินตนาการ วินัย และความเป็นเลิศมาโดยตลอด การแบ่งปันสมบัติเหล่านี้ให้กับโลกสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าและความใจกว้างของครอบครัวตระกูลลี พวกเขาเข้าใจดีว่าการก้าวไปข้างหน้าไม่ได้หมายถึงการลืมรากเหง้าของตนเอง”

Kanishka Narayan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงปัญญาประดิษฐ์ กล่าวว่า “สหราชอาณาจักรและเกาหลีทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ความสัมพันธ์ของเรายังมีอะไรมากกว่านั้น ศิลปะและวัฒนธรรมของเกาหลีได้รับความชื่นชมไปทั่วโลก นิทรรศการนี้เปิดโอกาสให้ผู้คนในอังกฤษได้สำรวจมรดกทางศิลปะอันน่าทึ่ง ผมขอขอบคุณซัมซุงที่นำคอลเลกชันอันยอดเยี่ยมนี้มาสู่กรุงลอนดอนและแบ่งปันให้ผู้ชมที่นี่ได้สัมผัส”

Kim Heung-chong เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำสหราชอาณาจักร กล่ววว่า “ถือเป็นเรื่องที่มีความหมายอย่างยิ่งที่ British Museum จัดนิทรรศการศิลปะที่แสดงให้เห็นประวัติศาสตร์เกาหลีที่ยาวนานสองพันปี ในห้วงที่วัฒนธรรม K-culture ได้รับการยอมรับในระดับโลก” พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณประธานกรรมการบริหาร ลี ที่อำนวยให้เกิดนิทรรศการครั้งนี้ขึ้น

ผู้นำภาคธุรกิจที่มาร่วมงานกาล่าดินเนอร์ ได้แก่ ผู้บริหารจาก BT Group, Vodafone, Sainsbury’s และ Standard Chartered ด้านภาควิชาการ มีตัวแทนจาก University of Oxford และ Imperial College London เข้าร่วม ขณะที่ฝั่งวัฒนธรรมมีตัวแทนจาก British Museum, Tate Modern, V&A และ Lisson Gallery รวมถึงศิลปินร่วมสมัยอย่าง Marc Quinn

พันธมิตรทางธุรกิจของซัมซุงในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เช่น Christophe Fouquet ซีอีโอของ ASML, Kai Beckmann ซีอีโอของ Merck, Andreas Pecher ซีอีโอของ ZEISS และ Patrick Vandenameele ซีอีโอของ imec ก็มาร่วมงานด้วยเช่นกัน

ประธานกรรมการบริหารซัมซุงแสดงความขอบคุณต่อทหารผ่านศึกสงครามเกาหลี

ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ ประธานกรรมการบริหาร ลี ได้ใช้เวลาพิเศษในการให้เกียรติทหารผ่านศึกสงครามเกาหลี 3 ท่านที่มาร่วมงาน ซึ่งรวมถึง Mike Roe พร้อมทั้งขอบพระทัยเจ้าหญิงแอนน์ โดยระลึกถึงการเสด็จเยือนเกาหลีในเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อทรงให้เกียรติแก่เหล่าทหารผ่านศึก นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงความสัมพันธ์กว่า 140 ปีระหว่างเกาหลีและสหราชอาณาจักร พร้อมเน้นย้ำว่าซัมซุงดำเนินธุรกิจในประเทศนี้มานานถึง 80 ปี และสหราชอาณาจักรยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการดำเนินงานในยุโรปมานานกว่าห้าทศวรรษ

นิทรรศการในกรุงลอนดอนจัดแสดงผลงานชิ้นเอก 100 ชิ้น ซึ่งรวมถึงสมบัติประจำชาติ (National Treasures) 10 ชิ้น และสมบัติอันล้ำค่าของชาติ (Treasures) 13 ชิ้น โดยมีผลงานกว่า 20 ชิ้นที่เพิ่งเปิดตัวในระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก

ผลงานใหม่ที่เพิ่งนำมาจัดแสดง ประกอบด้วยสมบัติประจำชาติอย่าง โบราณวัตถุสำริดจากบิซาน-ดง เมืองแทกู และ กริ่งสำริด รวมถึงกระถางกำยานเคลือบศิลาดล พร้อมฝาปิดแกะสลักรูปกิริน นอกจากนี้ ในส่วนของผลงานศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัย จะมีการจัดแสดงผลงาน “Brahms” ของ Nam June Paik, “Bound People” ของ Lee Jungseop และ “Woman” ของ Park Rehyun เป็นครั้งแรกเช่นกัน

ความมุ่งมั่นของครอบครัวตระกูลลีในการอนุรักษ์และแบ่งปันวัฒนธรรมเกาหลีครอบคลุมถึง 3 รุ่น เริ่มต้นจากผู้ก่อตั้งซัมซุง Lee Byung-Chull ผู้สร้างรากฐานคอลเลกชันและมีความเชื่อว่ามรดกทางวัฒนธรรมควรถูกส่งต่อให้คนรุ่นหลัง

บุตรชายของท่านอย่าง อดีตประธานซัมซุง Lee Kun-Hee ได้สืบสานเจตนารมณ์นี้ โดยสะสมและอนุรักษ์คอลเลกชันมานานหลายทศวรรษ โดยมองว่ามรดกทางวัฒนธรรมไม่ใช่เพียงสิ่งที่ควรเป็นเจ้าของ แต่เป็นสิ่งที่ต้องปกป้องและรักษาไว้ นอกจากนี้ อดีตผู้อำนวยการ Hong Ra-Hee ยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขยายและพัฒนาคอลเลกชันให้ครอบคลุมทั้งผลงานโบราณและร่วมสมัย

ปัจจุบัน Lee Kun-Hee Collection ซึ่งกลายมาเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ กำลังเดินทางไปพบกับผู้ชมในเมืองใหญ่ทั่วโลก ตั้งแต่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ชิคาโก จนถึงลอนดอน เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสและซาบซึ้งในคุณค่าและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของวัฒนธรรมเกาหลี ยกระดับวัฒนธรรมเกาหลีในเวทีโลก

การเดินสายจัดแสดงงานศิลปะคอลเลกชันนี้ในระดับนานาชาติ เริ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2568 ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย (National Museum of Asian Art) ของสถาบันสมิธโซเนียน ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่มีผู้เข้าชมถึง 80,000 คน และกลายเป็นนิทรรศการพิเศษครั้งสำคัญในรอบ 10 ปีของพิพิธภัณฑ์ จากนั้น ได้ไปจัดแสดงต่อที่สถาบันศิลปะแห่งชิคาโก (Art Institute of Chicago) ที่มีผู้เข้าชมประมาณ 115,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจอันท่วมท้นต่อประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองและยาวนานของศิลปะและวัฒนธรรมเกาหลี

ซัมซุงยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมเกาหลีสู่สายตาชาวโลก พร้อมไปกับการขยายเครือข่ายธุรกิจระดับโลก เพื่อสนับสนุนการเติบโตและนวัตกรรมในอนาคตต่อไป

top