เกี่ยวกับบริษัท > กิจกรรมเพื่อสังคม

บทความ

เส้นทางสู่การคิดค้นนวัตกรรมเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนจากซัมซุง

14-06-2021
แบ่งปันข่าวสาร

5 มิถุนายนของทุกปีถือเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งกำหนดขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติเมื่อปี 1972 มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้คนทั่วโลกตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและดำเนินการแก้ไขเพื่อรักษาทรัพยากรให้คงอยู่ ในแต่ละปีธีมของวันสิ่งแวดล้อมโลกจะสลับสับเปลี่ยนไป ซึ่งธีมของวันสิ่งแวดล้อมโลกประจำปีนี้คือ การฟื้นฟูระบบนิเวศ (Ecosystem Restoration) โดยมุ่งเน้นความสำคัญในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ตลอดจนป้องกันการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เข้ามีบทบาทในการทำให้การดำเนินชีวิตในแต่ละวันง่ายขึ้น ด้วยนวัตกรรมที่หลากหลายและผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยต่างมีส่วนช่วยในการอำนวยความสะดวกในชีวิตของพวกเรา อย่างไรก็ตามการยกระดับคุณภาพชีวิตย่อมต้องแลกมาด้วยการสูญเสียทรัพยากรและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่กำลังคุกคามอนาคตของโลกเรา

 

เพื่อหวังจะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันในการช่วยบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังเกิดขึ้น ซัมซุงจึงได้นำแนวคิดเรื่องความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ในทุกกระบวนการการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ลองมาดูกันว่านวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความร่วมมือของผู้บริโภคที่ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจะสามารถช่วยสร้างโลกที่ยั่งยืนได้อย่างไร

 

มร.ฮยอมนัม คิม รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายโกลบอล ซีเอส เซ็นเตอร์ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์

 

ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ของซัมซุงได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์นับตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนา การผลิตและการจัดจำหน่าย รวมถึงการบริการหลังการขายและการรีไซเคิล

 

จากการที่ซัมซุงได้หลอมรวมแนวคิดความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำให้บริษัทได้เปิดตัวกระบวนการ Eco-Design เพื่อประเมินมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศต่างๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกาและเกาหลี โดยในปี 2008 บริษัทได้ก่อตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานเพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และซัมซุงยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมนวัตกรรมและเปี่ยมด้วยคุณภาพเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจนถึงปัจจุบันแนวคิดความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของซัมซุงยังครอบคลุมไปถึงขั้นตอนการผลิต โดยบริษัทได้เปลี่ยนมาใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานความร้อนใต้พิภพ รวมถึงการใช้ระบบน้ำหมุนเวียน ตลอดจนการบำบัดของเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ โดยเมื่อปีที่ผ่านมาซัมซุงยังได้ก้าวสู่ความยั่งยืนไปอีกขั้นด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าแบบหมุนเวียน 100% สำหรับโรงงานในสหรัฐอเมริกา ยุโรปและจีนได้สำเร็จ นอกจากนี้ซัมซุงเองยังมีแผนขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนไปยังโรงงานอื่นๆทั่วโลก โดยพิจารณาตามการพัฒนาระบบและโครงสร้างพื้นฐานท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาค

 

หากกล่าวถึงบรรจุภัณฑ์สินค้า ซัมซุงได้เปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุชีวภาพแทนการใช้พลาสติกหรือฟิล์มใสแบบหดตัว (shrink wrap) เพื่อลดขยะที่เกิดจากการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันซัมซุงยังเลือกร่วมงานกับซัพพลายเออร์ที่ถือใบรับรองจากองค์การจัดการด้านป่าไม้ โดยจากความมุ่งมั่นนี้ทำให้ซัมซุงสามารถนำวัสดุรักษ์โลกมาแทนที่ กระดาษที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับสมาร์ทโฟน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงคู่มือการใช้งานได้สำเร็จในปี 2020 ที่ผ่านมานอกจากนี้ ซัมซุงยังได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ประหยัดพลังงานระหว่างการใช้งาน ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงยังมุ่งเน้นการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีความทนทาน พร้อมสามารถซ่อมแซมได้อย่างง่านดายและรวดเร็ว เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้ยาวนานขึ้นและลดปัญหาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันเมื่อเดินทางมาสู่วงจรสุดท้ายคือการกำจัดผลิตภัณฑ์ ซัมซุงได้ดำเนินโครงการเกี่ยวกับการรวบรวบจัดเก็บขยะและการรีไซเคิลอย่างต่อเนื่องไปแล้วกว่า 55 ประเทศทั่วโลก ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สมาร์ทโฟนในสหรัฐอเมริกาสามารถนำสมาร์ทโฟนที่ใช้งานไม่ได้แล้วมาส่งไว้ที่เครือ uBreakiFix ร้านค้าอิสระที่เชี่ยวชาญด้านการซ่อมสมาร์ทโฟน กว่า 500 สาขา และในปัจจุบันซัมซุงกำลังวางแผนที่จะขยายระบบรีไซเคิลแบบครบวงจรเพื่อนำเหล็ก ทองแดง และพลาสติกจากขยะอิเล็กทรอนิกส์กลับมาใช้ใหม่อีกด้วย

 

 

 

ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 301 ล้านตัน ผ่านแนวคิดเชิงริเริ่มและนวัตกรรม

ด้วยแนวทางปฏิบัติด้านผลิตภัณฑ์ ทำให้ซัมซุงสามารถลดการใช้พลังงานเฉลี่ยต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ลงถึง 32%[1] เทียบเท่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 301 ล้านตันในช่วง 12 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2009 อีกทั้งซัมซุงยังได้นำขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้มาจากพื้นที่จัดเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกของซัมซุง ตั้งแต่ปี 2009 จนถึง 2020 มารีไซเคิลเป็นจำนวนมากถึง 4.54 ล้านตันเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ลูกค้าใช้ผลิตภัณฑ์ของซัมซุงเป็นระยะเวลานานขึ้นตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) ซัมซุงได้อำนวยความสะดวกในการซ่อมผลิตภัณฑ์ที่ง่ายและรวดเร็วสำหรับผู้ใช้ ด้วยการให้ข้อมูลและแจกจ่ายอุปกรณ์สำหรับการซ่อมผลิตภัณฑ์แก่ร้านซ่อมคู่ค้าและร้านซ่อมอิสระทั่วไป

 

Upcycle เพื่อยกระดับการใช้ผลิตภัณฑ์แบบยั่งยืน

นอกเหนือจากการนำแนวคิดความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว ซัมซุงยังมุ่งมั่นที่จะลดการใช้ทรัพยากรในทุกกระบวนการการผลิต เพื่อส่งเสริมการบริโภคอย่างยั่งยืน ปีที่แล้วซัมซุงได้เปิดตัว Eco-Packaging ที่มาปฏิวัติบรรจุภัณฑ์ทีวีที่ทำมาจากกล่องกระดาษแข็ง ด้วยการสนับสนุนให้เกิดการ Upcycle ผลิตภัณฑ์พร้อมปลุกความสร้างสรรค์ในตัวผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถดัดแปลงบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษแข็งที่ไม่ใช้แล้วให้กลายเป็นของเล่น หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็กได้

 

 

นอกจากนี้ ซัมซุงยังได้เปิดตัวโปรแกรม Galaxy Upcycling at Home ที่ประเทศเกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถดัดแปลงและพัฒนาสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy ที่ไม่ใช้แล้ว ให้กลายเป็นอุปกรณ์ IoT รวมถึงยังสามารถนำสมาร์ทโฟนรุ่นเก่ามาใช้เป็นกล้องเพื่อตรวจวินิจฉัยการมองเห็นเพื่อช่วยระบุปัญหาสายตาบกพร่องได้อย่างตรงจุด “ซัมซุงมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ยั่งยืนเพื่อมอบชีวิตที่ดีกว่าให้กับทุกคน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณพ์และโซลูชันที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งด้วยแนวทางดังกล่าว เราจึงได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การหมุนเวียนทรัพยากร และการฟื้นฟูระบบนิเวศ ในการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อมต่อไป” กล่าวโดย มร.ฮยอมนัม คิม รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายโกลบอล ซีเอส เซ็นเตอร์ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์

 

[1]. ตัวเลขจากปี 2020 เทียบกับระดับการใช้พลังงานในปี 2008

พบปัญหาด้านการบริการ ติดต่อ samsung.com/th/support
สื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ nawanuch.s@samsung.com

แผนผังเว็บไซต์

กลับสู่ด้านบน