<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><?xml-stylesheet title="XSL_formatting" type="text/xsl" href="https://news.samsung.com/th/wp-content/plugins/btr_rss/btr_rss.xsl"?><rss version="2.0"
     xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
     xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
     xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
     xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	 xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>
	<channel>
		<title>Samsung Health &#8211; Samsung Newsroom ประเทศไทย</title>
		<atom:link href="https://news.samsung.com/th/tag/samsung-health/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
		<link>https://news.samsung.com/th</link>
        <image>
            <url>https://img.global.news.samsung.com/image/newlogo/logo_samsung-newsroom.png</url>
            <title>Samsung Health &#8211; Samsung Newsroom ประเทศไทย</title>
            <link>https://news.samsung.com/th</link>
        </image>
        <currentYear>2026</currentYear>
        <cssFile>https://news.samsung.com/th/wp-content/plugins/btr_rss/btr_rss_xsl.css</cssFile>
		<description>What's New on Samsung Newsroom</description>
		<lastBuildDate>Thu, 02 Jul 2026 10:45:33 +0000</lastBuildDate>
		<language>en-US</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
					<item>
				<title><![CDATA[ซัมซุงเดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศแบบเปิด (Open Ecosystem) ที่เชื่อมโยงอุปกรณ์ บริการ และพันธมิตร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ไร้รอยต่อ ยกระดับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน ที่ งาน VivaTech 2026]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a</link>
				<pubDate>Tue, 30 Jun 2026 19:34:20 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30191359/Samsung-Corporate-Open-Ecosystem-Connected-Care-VivaTech-2026_Thumb728-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Nattaporn Boonprapa]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Health]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Knox]]></category>
		<category><![CDATA[SmartThings]]></category>
		<category><![CDATA[Startups]]></category>
		<category><![CDATA[VivaTech 2026]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/44CnrpL</guid>
									<description><![CDATA[บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด นำเสนอวิสัยทัศน์เรื่อง Connected Care หรือการดูแลสุขภาพเชิงรุกแบบไร้รอยต่อ ทั้งภายในและภายนอกบ้าน ผ่านการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ บริการ และผู้คนเข้าด้วยกัน ที่ขับเคลื่อนผ่านระบบนิเวศแบบเปิด (Open Ecosystem)ของซัมซุง ในระหว่างการ เสวนาบนเวที ณ งาน VivaTech 2026 งานประชุมด้านเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในงานเสวนา ฮอน ปาร์ค (Hon Pak) หัวหน้าทีม MX Digital Health ของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้ร่วมพูดคุยกับวิทยากรอีก 4 ท่าน ได้แก่ เดวิด ลี (David Lee) หัวหน้าทีม Samsung Next, ไมค์ แม็คเชอร์รี (Mike McSherry) ซีอีโอของ Xealth, อลินา ซู (Alina […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[
<p><br>บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด นำเสนอวิสัยทัศน์เรื่อง Connected Care หรือการดูแลสุขภาพเชิงรุกแบบไร้รอยต่อ ทั้งภายในและภายนอกบ้าน ผ่านการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ บริการ และผู้คนเข้าด้วยกัน ที่ขับเคลื่อนผ่านระบบนิเวศแบบเปิด (Open Ecosystem)ของซัมซุง ในระหว่างการ เสวนาบนเวที ณ งาน VivaTech 2026 งานประชุมด้านเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img width="1000" height="560" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30191401/Samsung-Corporate-Open-Ecosystem-Connected-Care-VivaTech-2026_Main1.jpg" alt="ผู้ร่วมเสวนาในงาน VivaTech" class="wp-image-20824" /></figure>



<p>ในงานเสวนา ฮอน ปาร์ค (Hon Pak) หัวหน้าทีม MX Digital Health ของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้ร่วมพูดคุยกับวิทยากรอีก 4 ท่าน ได้แก่ เดวิด ลี (David Lee) หัวหน้าทีม Samsung Next, ไมค์ แม็คเชอร์รี (Mike McSherry) ซีอีโอของ Xealth, อลินา ซู (Alina Su) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Generation Lab และไมเคิล ดูบรอฟสกี (Michael Dubrovsky) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ SiPhox Health เพื่อร่วมกันถ่ายแนวทางสู่อนาคตของการดูแลสุขภาพให้กับผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกกว่า 1,000 คน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30191403/Samsung-Corporate-Open-Ecosystem-Connected-Care-VivaTech-2026_Main2.jpg" alt="เดวิด ลี ดำเนินรายการในงาน VivaTech " class="wp-image-20825" /></figure>



<p>เดวิด ลี (David Lee) ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของความร่วมมือนี้ว่า “อนาคตของสุขภาพไม่ใช่สิ่งที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งจะสามารถสร้างขึ้นได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยแพลตฟอร์มที่เปิดให้พันธมิตรเชื่อมต่อและพัฒนาร่วมกัน ที่เหล่านักนวัตกรรมมาทำงานร่วมกัน”</p>



<h2 class="wp-block-heading">การสร้างระบบนิเวศแบบเปิด</h2>



<p>ซัมซุงมีพอร์ตโฟลิโอกลุ่มผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์สวมใส่ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ไปจนถึงทีวี โดยบริษัทฯ ได้ใช้ศักยภาพของระบบนิเวศนี้ ในการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายธุรกิจ เพื่อเร่งให้แนวทางการดูแลสุขภาพเชิงรุกแบบไร้รอยต่อเกิดขึ้นได้จริง</p>



<p>ด้วยการการผสานอุปกรณ์ของซัมซุงเข้ากับโซลูชันจากพันธมิตรภายในระบบนิเวศแบบเปิด/แพลตฟอร์มที่เปิดให้พัฒนาร่วมกันกับ Xealth, Generation Lab และ SiPhox Health กำลังช่วยเร่งให้วิสัยทัศน์ของแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงรุกแบบไร้รอยต่อ เกิดขึ้นจริงได้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้ชีวิตของผู้ใช้งานมีสุขภาพดีและมีพลังชีวิตมากยิ่งขึ้น ผ่านการจัดการสุขภาวะเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบนิเวศของอุปกรณ์เชื่อมต่อของซัมซุง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30191405/Samsung-Corporate-Open-Ecosystem-Connected-Care-VivaTech-2026_Main3.jpg" alt="ฮอน ปาร์ค ร่วมเสวนาในงาน VivaTech " class="wp-image-20826" /></figure>



<p>ฮอน ปาร์ค (Hon Pak) ได้เน้นย้ำศักยภาพของซัมซุงในการเข้าถึงผู้ใช้ในระหว่างเสวนาว่า “ปัจจุบัน Samsung Health มีผู้ใช้งานที่ใช้งานรายเดือนมากกว่า 77 ล้านคน<sup data-fn="46b0540e-1081-470d-9489-28f6eb40ee9a" class="fn"><a href="#46b0540e-1081-470d-9489-28f6eb40ee9a" id="46b0540e-1081-470d-9489-28f6eb40ee9a-link">1</a></sup> ขณะที่แพลตฟอร์ม SmartThings ยังเชื่อมต่อผู้ใช้งานกว่า 460 ล้านคน<sup data-fn="178b216d-e614-497c-86e0-d3a3297508e7" class="fn"><a href="#178b216d-e614-497c-86e0-d3a3297508e7" id="178b216d-e614-497c-86e0-d3a3297508e7-link">2</a></sup>”</p>



<p>ซัมซุง มีความได้เปรียบอย่างมากในฐานะแบรนด์ที่ผู้บริโภคไว้วางใจและมีบทบาทสำคัญในบ้านเรือน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิตและการดูแลสุขภาพในทุกวันของผู้คน ฮอน ปาร์ค (Hon Pak) กล่าวเสริมว่า “ด้วยการเชื่อมต่อระบบนิเวศอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านผ่าน SmartThings ซัมซุงจึงสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มอบประสบการณ์ด้านสุขภาพให้เกิดขึ้นภายในบ้านได้ โดยเฉพาะในยุคที่การดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนผ่านไปอยู่ในบ้านมากขึ้น บ้านจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ช่วยป้องกันและดูแลสุขภาพเชิงรุกได้ในวงกว้าง”</p>



<p>เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ ซัมซุงได้รวมอุปกรณ์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โทรทัศน์ และอุปกรณ์อื่น ๆ จากพันธมิตรที่รองรับ เข้ามาไว้ในแพลตฟอร์ม SmartThings การเชื่อมต่อดังกล่าวจะสามารถช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่การตั้งค่าระบบอัตโนมัติเฉพาะบุคคล ไปจนถึงการดูแลสมาชิกในครอบครัวและสัตว์เลี้ยงได้อย่างใกล้ชิด</p>



<h2 class="wp-block-heading">การเร่งสร้างนวัตกรรมผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร</h2>



<p>เหล่าผู้ร่วมเสวนาเห็นพ้องกันว่า จุดแข็งที่สำคัญของซัมซุงคือระบบนิเวศที่แข็งแกร่งและแนวทางการทำงานร่วมกับพันธมิตรแบบเปิด</p>



<p>อลินา ซู (Alina Su) จาก Generation Lab ได้เน้นย้ำถึงคุณค่าของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือการเปิดกว้างและศักยภาพในการเข้าถึงผู้ใช้งานอย่างแท้จริงของซัมซุง ซัมซุงมีทั้งขนาดธุรกิจที่ใหญ่และขีดความสามารถทางเทคนิคที่จับต้องได้จริง ยิ่งไปกว่านั้นคือมีความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ และเดินหน้าไปพร้อมกันอย่างรวดเร็ว เมื่อผสานจุดแข็งนี้เข้ากับอุปกรณ์ที่ผู้ใช้งานอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน ก็จะช่วยให้นวัตกรรมเข้าไปอยู่ในชีวิตของผู้ใช้งานได้รวดเร็วกว่าการพัฒนาแต่เพียงลำพังหลายเท่า”</p>



<p>ด้าน ไมเคิล ดูบรอฟสกี (Michael Dubrovsky) จาก SiPhox Health ได้อธิบายถึงประโยชน์ของความร่วมมือนี้ว่า “ซัมซุงมีระบบนิเวศของอุปกรณ์ที่เข้าถึงผู้ใช้งานทั้งในบ้านและในตัวผู้ใช้อยู่แล้ว ในขณะที่ SiPhox เข้ามาเติมเต็มในส่วนการวินิจฉัยสุขภาพ เมื่อนำข้อมูลจากอุปกรณ์ที่บันทึกไว้อย่างต่อเนื่องมารวมเข้ากับข้อมูลทางชีวภาพ (Biomarker) ที่ติดตาม ช่วยให้เราสร้างภาพรวมด้านสุขภาพที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นนอกสถานพยาบาลมาก่อน”</p>



<p>ปัจจุบัน Generation Lab มีโซลูชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจเช็กอายุทางชีวภาพและดูแลสุขภาพตัวเองที่บ้านได้ง่าย ๆ ในขณะที่ SiPhox Health มีบริการที่ช่วยให้จัดการสุขภาพเชิงรุกผ่านการตรวจเลือดที่มีมาตรฐานเทียบเท่าโรงพยาบาล ที่สามารถทำได้เองในครัวเรือน</p>



<p>ส่วน ไมค์ แม็คเชอร์รี (Mike McSherry) จาก Xealth ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโซลูชันด้านการดูแลสุขภาพที่ต่อเนื่องและไร้รอยต่อ ว่าเป็นการเชื่อมช่องว่างระหว่างการดูแลทางคลินิกในโรงพยาบาลกับการจัดการสุขภาพในชีวิตประจำวัน ผ่านการบูรณาการข้อมูลเชิงลึกร่วมกับซัมซุง</p>



<h2 class="wp-block-heading">การเสริมพลังความร่วมมือแบบเปิดและยกระดับความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง</h2>



<p>นอกจากความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรแล้ว ซัมซุงยังสร้างระบบนิเวศแบบเปิดสำหรับกลุ่มนักพัฒนาและนักวิจัยในวงกว้าง ผ่าน Samsung Health Software Development Kit Suite (SDK) เพื่อให้นักพัฒนาและนักวิจัยสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการด้านสุขภาพ โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเซนเซอร์ขั้นสูงและแพลตฟอร์มสุขภาพของซัมซุง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งาน Samsung Health สามารถเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>



<p>ซัมซุงยังให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลของผู้ใช้งานผ่าน Samsung Knox ซึ่งเป็นโซลูชันด้านความปลอดภัยระดับสูงที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของซัมซุง ที่ผสานอยู่ในอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และทีวี เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญภายในระบบนิเวศของซัมซุงได้อย่างมั่นใจ</p>



<p>อนาคตของการดูแลสุขภาพในอีก 5 ปีข้างหน้าภายใต้ยุค AI ฮอน ปาร์ค (Hon Pak) กล่าวสรุปว่า “เพื่อนคู่คิดในชีวิตประจำวันที่รู้จักตัวตนของผม รวมถึงเข้าใจว่าผมต้องการอะไรและเมื่อไหร่ จะช่วยให้ผมบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างไร้รอยต่อ ผ่านพฤติกรรมการใช้ชีวิตและบริการจากพันธมิตรที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เชื่อมต่อกัน”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/30191406/Samsung-Corporate-Open-Ecosystem-Connected-Care-VivaTech-2026_Main4.jpg" alt="วิทยากรในงานเสวนาที่ VivaTech" class="wp-image-20827" /></figure>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />


<ol class="wp-block-footnotes"><li id="46b0540e-1081-470d-9489-28f6eb40ee9a">จำนวนผู้ใช้งาน Samsung Health อ้างอิงจากยอดผู้ใช้งานประจำต่อเดือน (MAU) ทั่วโลก ณ เดือนเมษายน 2026 <a href="#46b0540e-1081-470d-9489-28f6eb40ee9a-link" aria-label="Jump to footnote reference 1"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li><li id="178b216d-e614-497c-86e0-d3a3297508e7">จำนวนผู้ใช้งาน SmartThings อ้างอิงจากยอดผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนทั่วโลก ณ เดือนพฤษภาคม 2026 <a href="#178b216d-e614-497c-86e0-d3a3297508e7-link" aria-label="Jump to footnote reference 2"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li></ol>]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ซัมซุง ยกระดับนิยามใหม่ของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน ด้วยโซลูชัน Connected Care ในงาน VivaTech 2026]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87-%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88</link>
				<pubDate>Tue, 23 Jun 2026 12:02:02 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/23114152/Samsung-Corporate-Everyday-Wellness-Connected-Care-Solutions-VivaTech-2026_Thumb728-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Nattaporn Boonprapa]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Lifet]]></category>
		<category><![CDATA[Open Care Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Health]]></category>
		<category><![CDATA[VivaTech 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Xealth]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/4vWYyRs</guid>
									<description><![CDATA[ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ นำเสนอวิสัยทัศน์ด้านการดูแลสุขภาพแบบ Connected Care และเดินหน้าผลักดันการเปลี่ยนแปลงสู่การจัดการสุขภาพเชิงรุก ในงาน VivaTech 2026 ซึ่งเป็นงานประชุมด้านเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 มิถุนายน ณ Paris Expo Porte de Versailles กรุงปารีส ภายใต้แนวคิด “Open Invitation to a Healthier Tomorrow” ที่ชวนให้ทุกคนหันมาใช้ชีวิตแบบมีสุขภาพดียิ่งขึ้น นิทรรศการของซัมซุงแสดงให้เห็นว่าการเชื่อมต่ออุปกรณ์ บริการ และความร่วมมือกับพันธมิตร สามารถสนับสนุนการจัดการสุขภาพเชิงรุกทั้งภายในและภายนอกบ้านได้อย่างไร วิสัยทัศน์ Connected Care ของซัมซุงเกิดขึ้นจริงผ่าน Samsung Health ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสุขภาพแบบบูรณาการของบริษัท ที่มอบประสบการณ์ด้านการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่ สุขภาพการนอน การเคลื่อนไหวและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โภชนาการ สุขภาพจิต และสัญญาณชีพ “ซัมซุงนำเสนอโซลูชัน Connected Care ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งครอบคลุมระบบนิเวศของซัมซุง ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน อุปกรณ์สวมใส่ […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[
<p>ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ นำเสนอวิสัยทัศน์ด้านการดูแลสุขภาพแบบ Connected Care และเดินหน้าผลักดันการเปลี่ยนแปลงสู่การจัดการสุขภาพเชิงรุก ในงาน VivaTech 2026 ซึ่งเป็นงานประชุมด้านเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 มิถุนายน ณ Paris Expo Porte de Versailles กรุงปารีส</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/23114147/Samsung-Corporate-Everyday-Wellness-Connected-Care-Solutions-VivaTech-2026_Main1.jpg" alt="An image of Samsung's exhibition." class="wp-image-20719" /></figure>



<p>ภายใต้แนวคิด “Open Invitation to a Healthier Tomorrow” ที่ชวนให้ทุกคนหันมาใช้ชีวิตแบบมีสุขภาพดียิ่งขึ้น นิทรรศการของซัมซุงแสดงให้เห็นว่าการเชื่อมต่ออุปกรณ์ บริการ และความร่วมมือกับพันธมิตร สามารถสนับสนุนการจัดการสุขภาพเชิงรุกทั้งภายในและภายนอกบ้านได้อย่างไร วิสัยทัศน์ Connected Care ของซัมซุงเกิดขึ้นจริงผ่าน Samsung Health ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสุขภาพแบบบูรณาการของบริษัท ที่มอบประสบการณ์ด้านการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่ สุขภาพการนอน การเคลื่อนไหวและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โภชนาการ สุขภาพจิต และสัญญาณชีพ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="667" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/23114150/Samsung-Corporate-Everyday-Wellness-Connected-Care-Solutions-VivaTech-2026_Main2.jpg" alt="An image of Samsung's exhibition demonstrating five key health areas: sleep, activity, nutrition, mental health and vital signs." class="wp-image-20720" /></figure>



<p>“ซัมซุงนำเสนอโซลูชัน Connected Care ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งครอบคลุมระบบนิเวศของซัมซุง ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน อุปกรณ์สวมใส่ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และทีวี รวมถึงความร่วมมือแบบเปิดของเรา” <strong>สเตฟานี ชอย</strong> รองประธานบริหารและหัวหน้าทีม Global Brand Center ของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าว “เรายังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอโซลูชันด้านสุขภาพที่หลากหลายผ่านความร่วมมือแบบเปิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในฐานะเพื่อนคู่ใจด้านสุขภาพในชีวิตประจำวันที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง AI”</p>



<p>สำหรับพื้นที่จัดแสดง แบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่: </p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>โซน Media Façade:</strong> วิดีโอที่ถ่ายทอดแนวคิดของงานในหัวข้อ “Open Invitation to a Healthier Tomorrow” ที่ผสานเข้ากับ 5 แกนหลักในการดูแลสุขภาพของ Samsung Health ได้อย่างลงตัว</li>



<li><strong>โซน Samsung’s Connected Care Ecosystem:</strong> ภาพรวมของโซลูชัน Connected Care และบริการหลักต่าง ๆ ของซัมซุง</li>



<li><strong>โซน Open Care Lab: </strong>พื้นที่ที่นำเสนอความร่วมมือกับพันธมิตรและการสนับสนุนสตาร์ทอัพ พร้อมโซนอินเทอร์แอคทีฟให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์จริง</li>
</ul>



<p>ในโซน Samsung’s Connected Care Ecosystem ซึ่งเป็นพื้นที่หลักของนิทรรศการ ซัมซุงได้สาธิตวิธีที่สมาร์ทโฟน Galaxy, Galaxy Watch และแอปพลิเคชัน Samsung Health เชื่อมต่อกันอย่างราบรื่นเพื่อจัดการสุขภาพเชิงรุก นอกจากนี้ ยังนำเสนอถึงอนาคตของการจัดการสุขภาพในชีวิตประจำวันด้วยฟีเจอร์ล่าสุดของ Samsung Health เช่น การติดตามผ่าน Heart Health Score และ Vitals ควบคู่ไปกับเมตริกการออกกำลังกายที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เช่น Daily Cardio Load ที่เปิดตัวในการอัปเดตเวอร์ชัน 7.0<sup data-fn="d6ba5be1-30f5-4d4c-ba6e-02220741c8a2" class="fn"><a href="#d6ba5be1-30f5-4d4c-ba6e-02220741c8a2" id="d6ba5be1-30f5-4d4c-ba6e-02220741c8a2-link">1</a></sup></p>



<p>นอกจากนี้ ยังนำเสนอพิมพ์เขียวด้านดิจิทัลเฮลท์แคร์แห่งอนาคต โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพทั่วไปเข้ากับการดูแลทางการแพทย์ โดยผสานเทคโนโลยีของซัมซุงเข้ากับ Xealth แพลตฟอร์มดิจิทัลเฮลท์แคร์จากสหรัฐอเมริกาที่ซัมซุงได้เข้าซื้อกิจการเมื่อปีที่แล้ว</p>



<p>Xealth เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถประเมินอาการของผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุม รวมถึงสามารถสั่งจ่ายและแนะนำโซลูชันการดูแลสุขภาพแบบดิจิทัล พร้อมทั้งติดตามสุขภาพแบบเรียลไทม์ โดยซัมซุงมีแผนที่จะพัฒนาโซลูชันที่ช่วยให้ทั้งทีมแพทย์และผู้ป่วยสามารถจัดการสุขภาพร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สวมใส่ Galaxy เข้ากับแพลตฟอร์ม Xealth แม้อยู่นอกสถานพยาบาล</p>



<p>นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดแสดง Bespoke AI Refrigerator Family Hub ที่รองรับการจัดการด้านโภชนาการอย่างชาญฉลาด โดย AI Food Manager<sup data-fn="e2e7b991-6c75-44cd-86f3-931d4f769978" class="fn"><a href="#e2e7b991-6c75-44cd-86f3-931d4f769978" id="e2e7b991-6c75-44cd-86f3-931d4f769978-link">2</a></sup> จะช่วยติดตามวันหมดอายุและส่งการแจ้งเตือนก่อนที่อาหารจะหมดอายุตามที่ผู้ใช้ตั้งค่าไว้ ยิ่งไปกว่านั้น วิดเจ็ต FoodNote<sup data-fn="304d5920-a774-4a4a-b13f-bfa8c7ab65bb" class="fn"><a href="#304d5920-a774-4a4a-b13f-bfa8c7ab65bb" id="304d5920-a774-4a4a-b13f-bfa8c7ab65bb-link">3</a></sup> ยังวิเคราะห์ข้อมูลวัตถุดิบที่เก็บรักษาและใช้งานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกส่วนบุคคลเกี่ยวกับอาหารที่ผู้ใช้บริโภคบ่อยที่สุด</p>



<p>ซัมซุงยังเปิดตัวโซลูชันการดูแลสัตว์เลี้ยง (Pet Care) ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้ที่บ้าน โดยผ่านความร่วมมือกับ Lifet ซึ่งเป็นโซลูชันจัดการสุขภาพสัตว์เลี้ยง ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพด้วยอุปกรณ์มือถือเพื่อให้ AI วิเคราะห์สัญญาณของปัญหาสุขภาพ เช่น ปัญหาฟัน, ข้อสะบ้าเคลื่อน และต้อกระจก<sup data-fn="3c7da9a4-01fb-41ac-806d-63e7c0d8cecc" class="fn"><a href="#3c7da9a4-01fb-41ac-806d-63e7c0d8cecc" id="3c7da9a4-01fb-41ac-806d-63e7c0d8cecc-link">4</a></sup></p>



<p>โซลูชันต่าง ๆ ที่นำเสนอในโซน Connected Care Ecosystem นี้ เชื่อมต่อกันอย่างราบรื่นผ่าน SmartThings ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบ้านอัจฉริยะของซัมซุง และยังได้รับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลด้วย Knox ซึ่งเป็นโซลูชันด้านความปลอดภัยที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Samsung</p>



<p>ภายในโซน Open Care Lab ได้รวบรวมโซลูชันจากพันธมิตรที่หลากหลาย ทั้ง AI Beauty Screen ที่พัฒนาร่วมกับ Amorepacific บริษัทความงามชั้นนำจากเกาหลี, บริการ Visual Meditation ซึ่งเป็นบริการพิเศษสำหรับทีวีซัมซุงที่พัฒนาร่วมกับ CUZ และโซลูชันวิเคราะห์สภาพผิวและหนังศีรษะด้วย AI จาก Becon ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งผ่านโครงการ C-Lab โครงการบ่มเพาะธุรกิจภายในองค์กรของซัมซุง</p>



<p>ผู้เข้าชมสามารถนัดหมายเพื่อสัมผัสประสบการณ์ K-Beauty แบบเฉพาะบุคคล ผ่าน AI Beauty Screen เพื่อประเมินสภาพผิวและรับคำแนะนำการแต่งแต้มริมฝีปากที่เหมาะกับตนเอง นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถสัมผัสบริการ Visual Meditation บนทีวีซัมซุงได้อีกด้วย</p>



<p>โดยในวันที่ 19 มิถุนายน จะมีการเสวนาโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ฮอน ปาร์ค (Hon Pak) หัวหน้าทีม MX Digital Health ของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์, เดวิด ลี (David Lee) หัวหน้าทีม Samsung Next, ไมค์ แม็คเชอร์รี (Mike McSherry) ซีอีโอของ Xealth, อลินา ซู (Alina Su) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Generation Lab และไมเคิล ดูบรอฟสกี (Michael Dubrovsky) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ SiPhox Health</p>



<p>ในการเสวนาที่ถ่ายทอดสู่ผู้ชมทั่วโลก คณะวิทยากรทั้งหมดจะร่วมอภิปรายถึงแนวทางการสร้างนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation) และแพลตฟอร์มที่เปิดให้พันธมิตรเชื่อมต่อและพัฒนาร่วมกันของซัมซุง จะมีส่วนช่วยผลักดันให้วิสัยทัศน์ด้านการดูแลสุขภาพด้วยแนวคิด Connected Care ให้กลายเป็นจริงได้อย่างไร</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="697" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/23114151/Samsung-Corporate-Everyday-Wellness-Connected-Care-Solutions-VivaTech-2026_Main3.jpg" alt="An image of Samsung's exhibition." class="wp-image-20721" /></figure>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />


<ol class="wp-block-footnotes"><li id="d6ba5be1-30f5-4d4c-ba6e-02220741c8a2">ฟีเจอร์บางอย่างอาจเปิดให้ใช้งานผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ในอนาคต และความพร้อมในการให้บริการอาจแตกต่างกันไปตามตลาด รุ่นของอุปกรณ์ และปัจจัยอื่น ๆ <a href="#d6ba5be1-30f5-4d4c-ba6e-02220741c8a2-link" aria-label="Jump to footnote reference 1"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li><li id="e2e7b991-6c75-44cd-86f3-931d4f769978">จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อ Wi-Fi และบัญชี Samsung หากอาหารรายการใดไม่สามารถระบุได้ อาจถูกระบุเป็นรายการที่ไม่รู้จัก (unknown item) AI Vision ไม่สามารถระบุหรือแสดงรายการอาหารที่อยู่ในช่องแช่แข็งได้ การจดจำอาหารใช้โมเดล AI ซึ่งอาจมีการอัปเดตเป็นระยะเพื่อช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพ ผู้ใช้อาจจำเป็นต้องตรวจสอบและปรับปรุงรายการอาหารด้วยตนเองเพื่อให้แน่ใจว่ามีความถูกต้อง <a href="#e2e7b991-6c75-44cd-86f3-931d4f769978-link" aria-label="Jump to footnote reference 2"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li><li id="304d5920-a774-4a4a-b13f-bfa8c7ab65bb">ผู้ใช้อาจจำเป็นต้องตรวจสอบและปรับปรุงรายการอาหารด้วยตนเองเพื่อให้แน่ใจว่ามีความถูกต้อง <a href="#304d5920-a774-4a4a-b13f-bfa8c7ab65bb-link" aria-label="Jump to footnote reference 3"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li><li id="3c7da9a4-01fb-41ac-806d-63e7c0d8cecc">จำเป็นต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน SmartThings และบริการ Pet Care ฟีเจอร์ที่รองรับและความพร้อมในการให้บริการอาจแตกต่างกันไปตามประเทศ ภูมิภาค รุ่นของอุปกรณ์ และเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ฟีเจอร์วิเคราะห์สุขภาพด้วย AI ให้บริการผ่านโซลูชัน Lifet โดย Elevenliter และไม่สามารถใช้ทดแทนการวินิจฉัยโดยสัตวแพทย์มืออาชีพได้ <a href="#3c7da9a4-01fb-41ac-806d-63e7c0d8cecc-link" aria-label="Jump to footnote reference 4"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li></ol>]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ซัมซุง ร่วมมือ รพ.แมสซาชูเซตส์เจเนอรัล เปิดตัวโครงการวิจัยติดตามผลการรักษาด้วยยา GLP-1 ผ่าน Galaxy Watch]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%a3%e0%b8%9e-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%8a</link>
				<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 16:50:04 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/15164432/Samsung-Mobile-Massachusetts-General-Hospital-GLP-1-Treatment-Galaxy-Watch_Thumb-728-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Nattaporn Boonprapa]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[BioActive Sensor]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy Watch]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy Watch Series]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy Watch8]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Health]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/4xpufEF</guid>
									<description><![CDATA[บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด และศูนย์วิจัยโรคเบาหวาน (Diabetes Research Center: DRC) โรงพยาบาลแมสซาชูเซตส์เจเนอรัล (Massachusetts General Hospital: MGH) ประกาศการวิจัยร่วมเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของ Galaxy Watch ในการช่วยผู้ใหญ่ที่เพิ่งรับการบำบัดด้วยยา GLP-1RA เพื่อติดตามและรับมือกับการสูญเสียกล้ามเนื้อที่อาจเกิดขึ้น โดยผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ เกือบ 1 ใน 5 ระบุว่าได้รับการบำบัดด้วยยา GLP-1 การวิจัยทางคลินิกเชิงนวัตกรรมนี้ จะศึกษาว่าข้อมูลที่ได้จาก Galaxy Watch จะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ติดตามอาการและลดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้อย่างไร ด้วยการให้ภาพรวมชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับองค์ประกอบของร่างกายและระดับการทำกิจกรรมของบุคคลในระหว่างรับการรักษา เมื่อการใช้ยา GLP-1 ช่วยคุมน้ำหนักและรักษาโรคเรื้อรังเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ทางการแพทย์จึงให้ความสำคัญกับการติดตามการเปลี่ยนแปลงของมวลกล้ามเนื้อ พร้อมติดตามกิจกรรมการออกกําลังกายควบคู่ไปกับการลดน้ำหนักด้วย การวิจัยครั้งนี้จะเจาะลึกถึงความเป็นไปได้ที่จะรับมือกับการสูญเสียกล้ามเนื้อของผู้ป่วยที่ใช้ยา GLP-1 โดยใช้ข้อมูลไบโอเมตริกซ์ รวมถึงข้อมูลองค์ประกอบของร่างกาย ระดับการทำกิจกรรมต่าง ๆ และอัตราการเต้นของหัวใจที่ได้จาก Galaxy Watch และแอป Samsung Health ซัมซุง และโรงพยาบาลแมสซาชูเซตส์เจเนอรัล ได้ร่วมมืออย่างต่อเนื่องในการวิจัยด้านสุขภาพดิจิทัล โดยใช้ทั้ง Galaxy […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[
<p>บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด และศูนย์วิจัยโรคเบาหวาน (Diabetes Research Center: DRC) โรงพยาบาลแมสซาชูเซตส์เจเนอรัล (Massachusetts General Hospital: MGH) ประกาศการวิจัยร่วมเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของ Galaxy Watch ในการช่วยผู้ใหญ่ที่เพิ่งรับการบำบัดด้วยยา GLP-1RA<sup data-fn="3f1af568-e4d8-4a3b-81ad-1cb7499e5df2" class="fn"><a href="#3f1af568-e4d8-4a3b-81ad-1cb7499e5df2" id="3f1af568-e4d8-4a3b-81ad-1cb7499e5df2-link">1</a></sup> เพื่อติดตามและรับมือกับการสูญเสียกล้ามเนื้อที่อาจเกิดขึ้น โดย<a href="https://www.kff.org/public-opinion/poll-1-in-8-adults-say-they-are-currently-taking-a-glp-1-drug-for-weight-loss-diabetes-or-another-condition-even-as-half-say-the-drugs-are-difficult-to-afford/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ เกือบ 1 ใน 5 ระบุว่าได้รับการบำบัดด้วยยา GLP-1</a> การวิจัยทางคลินิกเชิงนวัตกรรมนี้ จะศึกษาว่าข้อมูลที่ได้จาก Galaxy Watch จะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ติดตามอาการและลดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้อย่างไร ด้วยการให้ภาพรวมชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับองค์ประกอบของร่างกายและระดับการทำกิจกรรมของบุคคลในระหว่างรับการรักษา</p>



<p>เมื่อการใช้ยา GLP-1 ช่วยคุมน้ำหนักและรักษาโรคเรื้อรังเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ทางการแพทย์จึงให้ความสำคัญกับการติดตามการเปลี่ยนแปลงของมวลกล้ามเนื้อ พร้อมติดตามกิจกรรมการออกกําลังกายควบคู่ไปกับการลดน้ำหนักด้วย การวิจัยครั้งนี้จะเจาะลึกถึงความเป็นไปได้ที่จะรับมือกับการสูญเสียกล้ามเนื้อของผู้ป่วยที่ใช้ยา GLP-1 โดยใช้ข้อมูลไบโอเมตริกซ์ รวมถึงข้อมูลองค์ประกอบของร่างกาย ระดับการทำกิจกรรมต่าง ๆ และอัตราการเต้นของหัวใจที่ได้จาก Galaxy Watch และแอป Samsung Health</p>



<p>ซัมซุง และโรงพยาบาลแมสซาชูเซตส์เจเนอรัล ได้ร่วมมืออย่างต่อเนื่องในการวิจัยด้านสุขภาพดิจิทัล โดยใช้ทั้ง Galaxy Watch และ Samsung Health รวมถึงการศึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายจากไกลเคชั่นขั้นสูง (Advanced Glycation End Products: AGEs) ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยโรคเบาหวานของ MGH ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการวิจัยโรคเบาหวานและการรักษาโรคอ้วนด้วยยา GLP-1 ได้ริเริ่มการศึกษาร่วมกับ ซัมซุง หลังเล็งเห็นถึงศักยภาพของอุปกรณ์สวมใส่ ในการวัดและติดตามองค์ประกอบของร่างกาย</p>



<p>การศึกษานี้ จะใช้ Galaxy Watch8 ที่ขับเคลื่อนด้วย BioActive Sensor<sup data-fn="4268af98-bcac-486e-bc34-10366235e2de" class="fn"><a href="#4268af98-bcac-486e-bc34-10366235e2de" id="4268af98-bcac-486e-bc34-10366235e2de-link">2</a></sup> เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ อันล้ำสมัยของซัมซุง ที่ช่วยยกระดับการพยากรณ์สุขภาพเชิงรุกและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ผ่านการวัดข้อมูลสุขภาพที่แม่นยำยิ่งขึ้น</p>



<p>การวิจัยภายใต้การดูแลของ Dr. Melissa Putman จะเปิดรับผู้ใหญ่ 100 คน ที่เพิ่งเริ่มรับยาลดน้ำหนัก โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแทรกแซงจะใช้ Galaxy Watch เพื่อวัดและติดตามองค์ประกอบของร่างกายผ่านการวิเคราะห์แรงต้านไฟฟ้า (Bioelectrical Impedance Analysis: BIA) ติดตามการออกกําลังกาย และให้แนวทางการออกกําลังกายส่วนบุคคล ความคืบหน้าของกลุ่มนี้จะถูกนำไปเทียบกับอีกกลุ่มหนึ่งที่จะได้รับคําแนะนําและการดูแลตามมาตรฐานสำหรับผู้ป่วยทั่วไปที่เริ่มบำบัดด้วย GLP-1RA</p>



<p>ในการประเมินความคืบหน้าของงานวิจัย นักวิจัยจะใช้การสแกน DXA<sup data-fn="51ff7b3e-d5c1-4467-9570-34c99e91aefc" class="fn"><a href="#51ff7b3e-d5c1-4467-9570-34c99e91aefc" id="51ff7b3e-d5c1-4467-9570-34c99e91aefc-link">3</a></sup> ที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ ในฐานะมาตรฐานทองคําสําหรับการวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาของทั้งสองกลุ่ม ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยวิเคราะห์ว่า ข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Galaxy Watch8 จะช่วยให้ผู้ร่วมโครงการ เสริมสร้างสุขนิสัยที่ดีขึ้นได้หรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลด้านสุขภาพที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรักษามวลกล้ามเนื้อ</p>



<p>Dr. Putman ผู้อํานวยการศูนย์วิจัยโรคเบาหวานที่ MGH กล่าวว่า “ผู้ป่วยที่รับยา GLP-1 จํานวนมากต้องรับมือกับการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย และอาจทําให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น อีกทั้งมีอัตราการเผาผลาญพลังงานขั้นพื้นฐานลดลง ซึ่งนั่นอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มได้อีกครั้งในอนาคต เราสนใจศึกษาว่าข้อมูลต่อเนื่องจากอุปกรณ์สวมใส่ จะสามารถมอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับระดับกิจกรรมทางกาย อัตราการเต้นของหัวใจ และองค์ประกอบของร่างกายของผู้ป่วยได้หรือไม่ แพทย์จะได้มองเห็นภาพรวมเกี่ยวกับผลกระทบของการรักษาได้ดีขึ้น ช่วยให้สามารถปรับแผนการรักษาตามข้อมูลได้อย่างทันท่วงที”</p>



<p>นายจองมิน ชอย Head of Health R&D Group สายงานธุรกิจ Mobile eXperience (MX) ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ MGH ให้ความสำคัญกับการรับมือความท้าทายด้านสุขภาพในโลกแห่งความเป็นจริงที่ผู้ป่วยต้องเผชิญในระหว่างรับการบําบัดด้วยยา GLP-1RA โดยเฉพาะการรับมือกับการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและการเสริมสร้างสุขนิสัยที่ดี ท้ายที่สุดแล้ว การศึกษานี้เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของซัมซุง ในการส่งมอบโซลูชันการดูแลสุขภาพเชิงรุกอย่างครอบคลุม ผ่านนวัตกรรมและศักยภาพอันล้ำหน้าของ Galaxy Watch”</p>



<p>ซัมซุง มุ่งมั่นค้นคว้าต่อเนื่องว่า Galaxy Watch จะช่วยสนับสนุนผู้ป่วยในการดูแลสุขภาพร่างกายในแต่ละวันได้อย่างไร บริษัทมุ่งเสริมสร้างสุขนิสัยที่ดีอย่างยั่งยืน เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีผลลัพธ์ทางการแพทย์ที่ดีขึ้นและมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ</p>



<p>ซัมซุง ยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับสถาบันทางการแพทย์ชั้นนํา เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการติดตามสุขภาพของอุปกรณ์สวมใส่ พร้อมขยายขอบข่ายของระบบนิเวศสุขภาพดิจิทัลให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ซัมซุง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Galaxy Watch ในการตรวจจับภาวะหน้ามืดเป็นลมจากปฏิกิริยาของระบบประสาทอัตโนมัติ (Vasovagal Syncope: VVS) ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ผ่านการวิจัยทางคลินิกร่วมกับ<a href="https://news.samsung.com/th/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b3" target="_blank" rel="noreferrer noopener">มหาวิทยาลัยชุงอัง (Chung-Ang University) แห่งโรงพยาบาลควังมยอง (Gwangmyeong Hospital) ในเกาหลี</a> และยังมีความร่วมมือกับ<a href="https://news.samsung.com/th/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94-%e0%b9%80" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford Medicine) ในการพัฒนาฟีเจอร์เกี่ยวกับภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Sleep Apnea) ใน Galaxy Watch ให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้น</a></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="563" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/15164435/Samsung-Mobile-Massachusetts-General-Hospital-GLP-1-Treatment-Galaxy-Watch_Main1.jpg" alt="โลโก้ Samsung Health" class="wp-image-20671" /></figure>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />


<ol class="wp-block-footnotes"><li id="3f1af568-e4d8-4a3b-81ad-1cb7499e5df2">Glucagon-Like Peptide-1 (GLP-1) เป็นฮอร์โมนที่ลำไส้หลั่งออกมาหลังรับประทานอาหาร ทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยลดความอยากอาหาร แม้ว่ายาช่วยลดน้ำหนักซึ่งเลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 จะได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก แต่ก็อาจมีผลข้างเคียง เช่น ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และอาจทำให้น้ำหนักกลับมาเพิ่มขึ้นหลังหยุดใช้ยา <a href="#3f1af568-e4d8-4a3b-81ad-1cb7499e5df2-link" aria-label="Jump to footnote reference 1"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li><li id="4268af98-bcac-486e-bc34-10366235e2de">เซ็นเซอร์ BioActive เป็นเทคโนโลยีที่ผสานเซ็นเซอร์ 3 ประเภทไว้ในชิปเซ็ตเดียว ได้แก่ เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคอล (PPG) เซ็นเซอร์วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และเซ็นเซอร์วิเคราะห์องค์ประกอบของ<br>ร่างกายจากแรงต้านไฟฟ้า (BIA) โดยเซ็นเซอร์ดังกล่าวถูกนำมารวมอยู่ในอุปกรณ์ Galaxy Watch ตั้งแต่ Galaxy Watch4 ที่วางจำหน่ายในปี 2564 ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถวัดและติดตามตัวชี้วัดด้านสุขภาพ เช่น องค์ประกอบของร่างกาย อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และการติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจ <a href="#4268af98-bcac-486e-bc34-10366235e2de-link" aria-label="Jump to footnote reference 2"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li><li id="51ff7b3e-d5c1-4467-9570-34c99e91aefc">การสแกน DXA (Dual-Energy X-ray Absorptiometry) เป็นเทคโนโลยีการสร้างภาพทางการแพทย์เฉพาะทางที่ใช้รังสีเอกซ์เรย์ในปริมาณต่ำเพื่อประเมินองค์ประกอบของร่างกายอย่างแม่นยำ ซึ่งรวมถึงไขมันในร่างกาย มวลกล้ามเนื้อ และความหนาแน่นของกระดูก แนวทางนี้ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็น “มาตรฐานทองคำ” สำหรับวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย ซึ่งมีการใช้อย่างแพร่หลายในการวิจัยทางคลินิก เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาให้ถูกต้องแม่นยำ <a href="#51ff7b3e-d5c1-4467-9570-34c99e91aefc-link" aria-label="Jump to footnote reference 3"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li></ol>]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ซัมซุงเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บน Galaxy Watch เจเนอเรชันใหม่ ยกระดับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันที่ขับเคลื่อนด้วย AI]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9f%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab</link>
				<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 08:35:35 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/05170100/Samsung-Mobile-Next-Gen-Galaxy-Watch-AI-Powered-Health-Companion-Thumb728-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Nattaporn Boonprapa]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[AI Powered]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy Watch]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy Watch Series]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Health]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Health App]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/4e4b9Lp</guid>
									<description><![CDATA[ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ประกาศอัปเดตครั้งสำคัญสำหรับ แอปพลิเคชัน Samsung Health เพื่อยกระดับ Galaxy Watch รุ่นใหม่ให้กลายเป็นพันธมิตรด้านสุขภาพอัจฉริยะที่พร้อมให้คำแนะนำเชิงรุก โดยตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายนเป็นต้นไป ซัมซุงจะเริ่มทยอยปล่อยอัปเดตแอปพลิเคชันเพื่อนำเสนอฟีเจอร์สุขภาพหลักที่จะมาพร้อมกับ Galaxy Watch รุ่นใหม่ การอัปเดตนี้ จะช่วยให้การดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่ายขึ้น โดยเปลี่ยนข้อมูลชีวมาตร (Biometric data) ที่ซับซ้อน ตั้งแต่การนอนหลับไปจนถึงกิจกรรมระหว่างวัน ให้เป็นคำแนะนำที่เข้าใจง่ายและนำไปปรับใช้ได้จริง “Samsung Health กำลังพัฒนาไปอีกขั้นเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพที่วัดโดย Galaxy Watch เข้ากับข้อมูลเชิงลึกจาก AI ทำให้ผู้ใช้เข้าใจสภาวะทางร่างกายและจิตใจของตนเองได้ง่ายและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น” ฮอน ปาร์ค รองประธานอาวุโสและหัวหน้าทีม Digital Health กลุ่มธุรกิจ Mobile eXperience (MX) ของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าว “ซัมซุงจะเดินหน้าขยายประสบการณ์การจัดการสุขภาพเชิงรุกและเฉพาะบุคคลให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยอาศัยความแข็งแกร่งของ Galaxy Ecosystem และนวัตกรรมด้านสุขภาพดิจิทัลของเรา” ความก้าวหน้านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในวิสัยทัศน์องค์รวมของซัมซุงสำหรับแพลตฟอร์มสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานก้าวล้ำหน้าในเรื่องสุขภาพของตนเอง โดยฟีเจอร์สุขภาพที่ประกาศใหม่นี้จะเริ่มใช้งานได้เป็นครั้งแรกบน […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" width="1024" height="768" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/04080042/Samsung-Health-Home-1024x768.png" alt="An image of Samsung Health Home" class="wp-image-20498" /></figure>



<p>ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ประกาศอัปเดตครั้งสำคัญสำหรับ <strong>แอปพลิเคชัน Samsung Health </strong>เพื่อยกระดับ Galaxy Watch รุ่นใหม่ให้กลายเป็นพันธมิตรด้านสุขภาพอัจฉริยะที่พร้อมให้คำแนะนำเชิงรุก โดยตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายนเป็นต้นไป ซัมซุงจะเริ่มทยอยปล่อยอัปเดตแอปพลิเคชันเพื่อนำเสนอฟีเจอร์สุขภาพหลักที่จะมาพร้อมกับ Galaxy Watch รุ่นใหม่ การอัปเดตนี้<sup data-fn="13144eb6-16ae-4953-b4fe-07393b8ecc14" class="fn"><a href="#13144eb6-16ae-4953-b4fe-07393b8ecc14" id="13144eb6-16ae-4953-b4fe-07393b8ecc14-link">1</a></sup> จะช่วยให้การดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่ายขึ้น โดยเปลี่ยนข้อมูลชีวมาตร (Biometric data) ที่ซับซ้อน ตั้งแต่การนอนหลับไปจนถึงกิจกรรมระหว่างวัน ให้เป็นคำแนะนำที่เข้าใจง่ายและนำไปปรับใช้ได้จริง</p>



<p>“Samsung Health กำลังพัฒนาไปอีกขั้นเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพที่วัดโดย Galaxy Watch เข้ากับข้อมูลเชิงลึกจาก AI ทำให้ผู้ใช้เข้าใจสภาวะทางร่างกายและจิตใจของตนเองได้ง่ายและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น” ฮอน ปาร์ค รองประธานอาวุโสและหัวหน้าทีม Digital Health กลุ่มธุรกิจ Mobile eXperience (MX) ของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าว “ซัมซุงจะเดินหน้าขยายประสบการณ์การจัดการสุขภาพเชิงรุกและเฉพาะบุคคลให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยอาศัยความแข็งแกร่งของ Galaxy Ecosystem และนวัตกรรมด้านสุขภาพดิจิทัลของเรา”</p>



<p>ความก้าวหน้านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในวิสัยทัศน์องค์รวมของซัมซุงสำหรับแพลตฟอร์มสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานก้าวล้ำหน้าในเรื่องสุขภาพของตนเอง โดยฟีเจอร์สุขภาพที่ประกาศใหม่นี้จะเริ่มใช้งานได้เป็นครั้งแรกบน Galaxy Watch รุ่นที่จะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้</p>



<h2 class="wp-block-heading">ฟีเจอร์ที่เปลี่ยน Galaxy Watch ให้เป็นคู่หูสุขภาพอัจฉริยะ</h2>



<p>การอัปเดตแอปพลิเคชัน Samsung Health มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ ดังนี้:</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" width="1000" height="563" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/04220705/Samsung-Mobile-Next-Gen-Galaxy-Watch-AI-Powered-Health-Companion-Main2.gif" alt="An image of Vitals function" class="wp-image-20530" /></figure>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Vitals:</strong> <strong>ทำความเข้าใจสัญญาณชีพได้ดียิ่งขึ้น </strong>– เดิมที Samsung Health จะติดตามตัวชี้วัดสุขภาพเฉพาะด้านเพื่อช่วยวัดคะแนนพลังงาน (Energy Score) ประจำวันของผู้ใช้ แต่ในครั้งนี้ Samsung Health ได้ยกระดับไปอีกขั้น เมื่อผู้ใช้ตื่นนอน ฟีเจอร์ใหม่ <strong>“Vitals”</strong> จะวิเคราะห์สัญญาณทางชีวภาพสำคัญ 5 ประการในช่วงกลางคืน ได้แก่ อัตราการเต้นของหัวใจ, ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ, อัตราการหายใจ, อุณหภูมิผิวหนัง และระดับออกซิเจนในเลือด โดยเปรียบเทียบกับค่าพื้นฐานขณะพักจริง (True Resting Baseline) ทั้งนี้ ระบบจะส่งการแจ้งเตือนเฉพาะเมื่อตรวจพบค่าที่เบี่ยงเบนอย่างมีนัยสำคัญเท่านั้น เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ประเมินได้ว่าตนเองต้องการการพักผ่อนเพิ่มเติมหรือกำลังต่อสู้กับการเจ็บป่วย โดยไม่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกรำคาญจากการแจ้งเตือนที่มากเกินไป </li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" width="1024" height="576" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/04080044/HeartHealthScore-1024x576.jpg" alt="An image of Heart Score Function" class="wp-image-20499" /></figure>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Heart Health Score:</strong> ยกระดับสุขภาวะในระยะยาว – เมื่อปีที่ผ่านมา ซัมซุงได้เปิดตัวฟีเจอร์ Vascular Load เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ติดตามความเครียดของหลอดเลือดและใช้แนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น วันนี้ วิสัยทัศน์ดังกล่าวก้าวไปสู่ <strong>“Heart Health Score” </strong>ซึ่งเป็นการรวบรวมตัวชี้วัดรายวันเพียงหนึ่งเดียวที่นำข้อมูลเชิงลึกจาก Vascular Load เช่น การนอนหลับ ความเครียด และกิจกรรม มาผสมผสานกับข้อมูลองค์ประกอบร่างกาย (Body Composition) ผลลัพธ์ที่ได้คือคะแนนรวมที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพฤติกรรมใดที่ส่งผลต่อสุขภาวะในระยะยาว ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับความกระจ่างเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจได้ทันที </li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" width="1024" height="576" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/04080047/DailyCardioLoad-1024x576.jpg" alt="An image of Daily Cardio Load Function" class="wp-image-20501" /></figure>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Daily Cardio Load: </strong>การออกแบบการคาร์ดิโอที่ชาญฉลาดขึ้น – เมื่อผู้ใช้ตัดสินใจว่าจะออกกำลังกายแบบแอโรบิกให้หนักแค่ไหน ฟีเจอร์ <strong>“Daily Cardio Load”</strong> จะทำหน้าที่วัดความเครียดสะสมของระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยการคำนวณภาระงานรายวัน (Daily Load) และความสามารถในการฝึกซ้อมสูงสุด (Maximum Training Capacity) เพื่อแนะนำเป้าหมายการฝึกซ้อมและเวลาพักที่เหมาะสม เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้จะบรรลุเป้าหมายโดยไม่เสี่ยงต่อภาวะหมดไฟหรือได้รับบาดเจ็บ</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" width="1024" height="576" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/06/04080046/FitnessIndex-1024x576.jpg" alt="An image of Fitness Index Function" class="wp-image-20500" /></figure>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Fitness Index:</strong> การติดตามความก้าวหน้าอย่างราบรื่น – ฟีเจอร์ “Fitness Index” ช่วยให้มั่นใจว่าแนวทางการออกกำลังกายมีประสิทธิภาพ โดยวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญต่าง ๆ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ, ค่า VO2 max (ตัวชี้วัดสำคัญของสมรรถภาพแบบแอโรบิก) และจำนวนก้าวในแต่ละวัน เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ใช้อื่น ๆ ด้วยการระบุจุดแข็งและจุดอ่อนทางร่างกายของแต่ละบุคคลอย่างชัดเจน ฟีเจอร์นี้จะแสดงเนื้อหาที่ปรับให้เหมาะสมกับแต่ละคนและเป้าหมายเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผู้ใช้สามารถพัฒนาสมรรถภาพได้อย่างต่อเนื่องและตรงจุด</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading">การออกแบบ Samsung Health โฉมใหม่เพื่อประสบการณ์ที่เรียบง่ายและเป็นส่วนตัว</h2>



<p>เพื่อให้ผู้ใช้ค้นพบข้อมูลเชิงลึกเชิงรุกเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น Samsung Health ได้ปรับปรุงเค้าโครงหน้าจอใหม่โดยแบ่งออกเป็น 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ สุขภาพการนอน (Sleep), การเคลื่อนไหวและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน (Activity), โภชนาการ (Nutrition), ระดับความเครียด (Mindfulness) และสัญญาณชีพ (Vitals) ในหน้า Home ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคำแนะนำด้านสุขภาพประจำวันควบคู่ไปกับคะแนนพลังงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้อย่างง่ายดาย การแสดงผลข้อมูลแบบรวมศูนย์นี้ช่วยลดความซับซ้อนในการดูแลสุขภาพ พร้อมช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่ากิจวัตรในแต่ละด้านมีความเชื่อมโยงกันอย่างไรเพียงดูข้อมูลในที่เดียว</p>



<h2 class="wp-block-heading">ยกระดับประสบการณ์การดูแลสุขภาพเชิงรุก</h2>



<p>Samsung Health ยังพัฒนาฟีเจอร์หลักที่ผู้ใช้คุ้นเคยให้ล้ำหน้าขึ้นไปอีก โดยมอบความเฉพาะบุคคลที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วยความแม่นยำที่มากกว่าเดิม ในขณะที่ผู้ใช้ดำเนินกิจกรรมในแต่ละวัน ฟีเจอร์ <strong>“Antioxidant Index”</strong> จะแสดงแผนผังข้อมูลโภชนาการที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมด้วยแผนภูมิแนวโน้มและบันทึกประวัติรายวัน ซึ่งเชื่อมโยงทางเลือกในการรับประทานอาหารเข้ากับการตอบสนองทางร่างกายของผู้ใช้ตลอดช่วงเวลา โดยฟีเจอร์ <strong>AGEs index </strong>ได้รับการพัฒนาให้ทำงานอยู่เบื้องหลังได้อย่างต่อเนื่องเพื่อจัดเก็บข้อมูลการวัดค่าในช่วงกลางคืน เพื่อสร้างภาพรวมในระยะยาวให้เห็นว่าไลฟ์สไตล์ที่เลือกส่งผลสะสมต่อร่างกายของผู้ใช้อย่างไร ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพที่สำคัญต่อสุขภาวะของตนเองอย่างแท้จริง</p>



<p>การดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมยังขยายไปถึงสภาพแวดล้อมภายนอกด้วย โดยซัมซุงนำเสนอฟีเจอร์ใหม่ <strong>“Hearing Health” </strong>ที่ผสานรวมเข้ากับ Galaxy Ecosystem อย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ด้วยการคอยตรวจสอบเสียงรบกวนรอบข้างผ่าน Galaxy Watch และส่งมอบการวิเคราะห์แบบเฉพาะตัวเพื่อช่วยปกป้องหูของผู้ใช้ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ระหว่างการเดินทางที่เสียงดัง หรือกำลังเร่งระดับเสียงเพลงระหว่างออกกำลังกาย</p>



<p>การปรับปรุงขั้นสูงและฟีเจอร์ใหม่ที่เชื่อมต่อกับอีโคซิสเต็มเหล่านี้ เปลี่ยนข้อมูลในแต่ละวันให้กลายเป็นคำแนะนำที่ง่ายและนำไปใช้ได้จริง ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานที่สมบูรณ์แบบสำหรับอนาคตของ Samsung Health</p>



<h2 class="wp-block-heading">อีโคซิสเต็มด้านสุขภาพที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ</h2>



<p>อีโคซิสเต็ม ที่ครบวงจรของซัมซุงช่วยปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้ โดยจัดการข้อมูลสุขภาพผ่านสมาร์ทโฟน Galaxy และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออื่น ๆ ของผู้ใช้อย่างไร้รอยต่อ การผสานรวมที่ไร้รอยต่อนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลเชิงลึกส่วนบุคคลจะสามารถเข้าถึงได้เสมอ พร้อมมอบมุมมองแบบองค์รวมของสุขภาวะผู้ใช้ ความก้าวหน้าเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของอนาคตของ Samsung Health ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบพร้อมกับการเปิดตัว Galaxy Watch เจเนอเรชันถัดไปของซัมซุง ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อนำประสบการณ์สุขภาพเชิงรุกอัจฉริยะมาสู่ชีวิตประจำวันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />


<ol class="wp-block-footnotes"><li id="13144eb6-16ae-4953-b4fe-07393b8ecc14">ฟีเจอร์ด้านสุขภาพใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการดูแลสุขภาพทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้ในการตรวจวินิจฉัย หรือรักษาโรคหรือภาวะสุขภาพทางการแพทย์ใด ๆ หากผู้ใช้มีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ โปรดปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ ฟีเจอร์รองรับบนสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android (Android 10 ขึ้นไป) และจำเป็นต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน Samsung Health (เวอร์ชัน 7.0 ขึ้นไป) รวมถึงต้องลงชื่อเข้าใช้บัญชี Samsung ทั้งนี้ ฟีเจอร์บางประการอาจต้องอาศัยกิจกรรมของผู้ใช้และการสะสมข้อมูลในช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ความพร้อมในการให้บริการของฟีเจอร์ อุปกรณ์ที่รองรับ และกำหนดการเปิดตัวอาจแตกต่างกันไปตามตลาด รุ่นของผลิตภัณฑ์ และปัจจัยอื่น ๆ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า <a href="#13144eb6-16ae-4953-b4fe-07393b8ecc14-link" aria-label="Jump to footnote reference 1"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/16.0.1/72x72/21a9.png" alt="↩" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />︎</a></li></ol>]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[[World Sleep Day] ซัมซุง ชวนเช็กภาวะหยุดหายใจขณะหลับผ่าน Galaxy Watch ปลดล็อกพลังชีวิตเต็มร้อยรับ World Sleep Day 2026 ]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/world-sleep-day-%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87-%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8</link>
				<pubDate>Fri, 13 Mar 2026 12:16:19 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/03/01-4-602x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Chinda Amornsawatsiri]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy Watch Series]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Health]]></category>
		<category><![CDATA[Sleep Apnea Feature]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/4skgNPa</guid>
									<description><![CDATA[ผู้คนนับล้านทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) แต่กว่าร้อยละ 80 ของผู้ที่มีภาวะดังกล่าว1 กลับไม่ทราบว่าตนเองกำลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่ ซึ่งภาวะดังกล่าวถือเป็นความผิดปกติด้านสุขภาพที่สำคัญ ทำให้การหายใจหยุดชะงักเป็นช่วง ๆ ระหว่างการนอนหลับ ส่งผลให้การได้รับออกซิเจนของร่างกายลดลง คุณภาพการนอนหลับถูกรบกวน และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพ เช่น ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง อย่างไรก็ตาม แม้ภาวะนี้จะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ แต่ในหลายกรณีกลับยังตรวจไม่พบ เนื่องจากการวินิจฉัยโดยทั่วไปมักต้องอาศัยการตรวจการนอนหลับในห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง เนื่องในโอกาส วันนอนหลับโลก (World Sleep Day) ประจำปี 2026 ผลการศึกษาระดับโลกจากผู้ใช้งาน Samsung Health2 ได้เผยให้เห็นถึงภาพรวมของภาวะหยุดหายใจขณะหลับอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงผลกระทบที่อาจรบกวนคุณภาพการนอนหลับของผู้คนจำนวนมากทั่วโลก สอดคล้องกับแนวคิดของ World Sleep Day ในปีนี้อย่าง “Sleep Well, Live Better” ซัมซุงจึงมุ่งนำสัญญาณเตือนที่มักมองไม่เห็นของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ มาถ่ายทอดเป็นข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ผ่านอุปกรณ์ในตระกูล Galaxy Watch เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานที่อาจได้รับผลกระทบสามารถปรับปรุงพฤติกรรมการนอนหลับ และดูแลสุขภาพโดยรวมได้ดียิ่งขึ้น ผลกระทบต่อการนอนหลับจากภาวะหยุดหายใจ รายงานดังกล่าวพบว่า ผู้เข้าร่วมการศึกษา 23% มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[<p>ผู้คนนับล้านทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) <span>แต่กว่าร้อยละ </span>80 <span>ของผู้ที่มีภาวะดังกล่าว</span><sup>1</sup> <span>กลับไม่ทราบว่าตนเองกำลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่ ซึ่งภาวะดังกล่าวถือเป็นความผิดปกติด้านสุขภาพที่สำคัญ ทำให้การหายใจหยุดชะงักเป็นช่วง ๆ ระหว่างการนอนหลับ ส่งผลให้การได้รับออกซิเจนของร่างกายลดลง คุณภาพการนอนหลับถูกรบกวน และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพ เช่น ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง อย่างไรก็ตาม แม้ภาวะนี้จะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ แต่ในหลายกรณีกลับยังตรวจไม่พบ เนื่องจากการวินิจฉัยโดยทั่วไปมักต้องอาศัยการตรวจการนอนหลับในห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง</span></p>
<p>เนื่องในโอกาส <a href="https://worldsleepday.org/" target="_blank" rel="noopener">วันนอนหลับโลก (World Sleep Day) <span>ประจำปี </span>2026</a> ผลการศึกษาระดับโลกจากผู้ใช้งาน Samsung Health<sup>2</sup> <span>ได้เผยให้เห็นถึงภาพรวมของภาวะหยุดหายใจขณะหลับอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงผลกระทบที่อาจรบกวนคุณภาพการนอนหลับของผู้คนจำนวนมากทั่วโลก สอดคล้องกับแนวคิดของ </span>World Sleep Day <span>ในปีนี้อย่าง</span> “Sleep Well, Live Better” <span>ซัมซุงจึงมุ่งนำสัญญาณเตือนที่มักมองไม่เห็นของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ มาถ่ายทอดเป็นข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ผ่านอุปกรณ์ในตระกูล </span>Galaxy Watch <span>เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานที่อาจได้รับผลกระทบสามารถปรับปรุงพฤติกรรมการนอนหลับ และดูแลสุขภาพโดยรวมได้ดียิ่งขึ้น</span></p>
<p><div id="attachment_19969" style="width: 1010px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" aria-describedby="caption-attachment-19969" class="wp-image-19969 size-full" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2026/03/00-1.jpg" alt="" width="1000" height="1360" /><p id="caption-attachment-19969" class="wp-caption-text">ภาพ: อินโฟกราฟิกแสดงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผลกระทบของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ</p></div></p>
<p><strong>ผลกระทบต่อการนอนหลับจากภาวะหยุดหายใจ</strong></p>
<p>รายงานดังกล่าวพบว่า ผู้เข้าร่วมการศึกษา 23% <span>มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ</span></p>
<p><strong>Dr. Vanessa Hill</strong> <strong> <span>นักวิทยาศาสตร์ด้านพฤติกรรมการนอนหลับ</span></strong><span> กล่าวว่า</span> “<span>ภาวะตื่นตัวช่วงสั้น ๆ และการตื่นขึ้นระหว่างการนอนหลับที่เกิดขึ้นหลังจากช่วงที่การหายใจหยุดชะงัก จะทำให้การนอนหลับถูกรบกวนและขาดความต่อเนื่อง เหตุการณ์ดังกล่าวอาจทำให้สมองไม่สามารถคงอยู่ในช่วงการนอนหลับระยะ </span>REM <span>และการนอนหลับลึก ซึ่งเป็นช่วงสำคัญต่อการฟื้นฟูทั้งด้านการทำงานของสมองและร่างกายได้อย่างเต็มที่</span>”</p>
<p>นอกจากนี้จากรายงานดังกล่าวยังชี้ให้เห็นว่า การรบกวนการนอนหลับอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งระยะเวลาและคุณภาพของการนอนหลับ ซึ่งนำไปสู่ผลกระทบดังต่อไปนี้:</p>
<ul>
<li><strong>การนอนหลับช่วง </strong><strong>REM <span>ลดลง:</span></strong> ผู้เข้าร่วมการศึกษาที่มีสัญญาณบ่งชี้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับในระดับปานกลางถึงรุนแรง ซึ่งตรวจพบผ่าน Galaxy Watch <span>มีระยะเวลาการนอนหลับช่วงการเคลื่อนไหวของดวงตาอย่างรวดเร็ว (</span>Rapid Eye Movement: REM) <span>น้อยลงประมาณ </span>4 <span>นาที ซึ่งเป็นช่วงการนอนหลับที่สมองทำหน้าที่ประมวลผลอารมณ์ จัดเก็บความทรงจำ และเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ เมื่อร่างกายไม่ได้รับการนอนหลับในช่วง </span>REM <span>อย่างเพียงพอ อาจส่งผลให้เกิดความแปรปรวนทางอารมณ์ รวมถึงปัญหาด้านความจำ ซึ่งอาจกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน และคุณภาพชีวิตโดยรวมได้</span></li>
<li><strong>การนอนหลับลึก (</strong><strong>Deep Sleep) <span>ลดลง:</span></strong> ภาวะหยุดหายใจขณะหลับยังส่งผลให้ผู้ที่มีภาวะดังกล่าวได้รับการนอนหลับลึกน้อยลง โดยเฉลี่ยประมาณ 8 <span>นาทีต่อคืน ซึ่งช่วงการนอนหลับลึกถือเป็นระยะสำคัญที่ร่างกายใช้ในการฟื้นฟูสภาพทางกายภาพ ไม่ว่าจะเป็นการหลั่งโกรทฮอร์โมน การซ่อมแซมกล้ามเนื้อ รวมถึงการกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อร่างกายได้รับการนอนหลับลึกไม่เพียงพอ จึงอาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลียทางร่างกาย ฟื้นตัวได้ช้าลง และมีโอกาสเจ็บป่วยได้บ่อยยิ่งขึ้น</span></li>
<li><strong>การตื่นระหว่างคืนบ่อยครั้งขึ้น:</strong> ผู้เข้าร่วมการศึกษาที่มีสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับยังมีแนวโน้มตื่นขึ้นระหว่างคืนบ่อยครั้ง และใช้เวลาตื่นอยู่นานขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 4 <span>นาที การหยุดชะงักเหล่านี้รบกวนวงจรการนอนหลับ ทำให้ร่างกายคงอยู่ในช่วงการนอนหลับที่ตื้นและฟื้นฟูร่างกายได้น้อยกว่า ด้วยเหตุนี้ แม้จะนอนหลับเป็นเวลานานเพียงใด ก็ยังอาจรู้สึกอ่อนเพลียในวันถัดไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></li>
<li><strong>ระยะเวลาการนอนหลับโดยรวมสั้นลง:</strong> โดยภาพรวมแล้ว ผู้ที่มีแนวโน้มเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีระยะเวลาการนอนหลับเฉลี่ยน้อยลงประมาณ 12 <span>นาที แม้ระยะเวลาที่ลดลงนี้อาจดูเหมือนไม่มากนัก แต่ก็สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อคุณภาพการนอนหลับโดยรวม เนื่องจากวงจรการนอนหลับถูกรบกวนและขาดความต่อเนื่องตลอดทั้งคืน</span></li>
</ul>
<p><strong>Dr. Hill</strong> <span>กล่าวว่า</span> “<span>เรื่องนี้มีความสำคัญมาก แม้จะสูญเสียระยะเวลาในการนอนหลับเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเกิดร่วมกับการลดลงของคุณภาพการนอนหลับ ก็อาจส่งผลกระทบได้มากกว่าที่คิด</span>”  <span>ซึ่งสิ่งนี้เป็นความแตกต่างระหว่างการแค่นอนอยู่บนเตียง กับการได้รับการพักผ่อนที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายได้อย่างแท้จริง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนยังคงรู้สึกอ่อนเพลียในวันถัดไป</span>”</p>
<p>นอกจากนี้ Dr. Hill <span>ยังสนับสนุนแนวทางการดูแลสุขภาพการนอนหลับแบบหลายมิติ โดยกล่าวว่า</span> “<span>ภาวะหยุดหายใจขณะหลับส่งผลกระทบต่อหลายมิติของการนอนหลับ ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลา คุณภาพ ประสิทธิภาพของการนอนหลับ ตลอดจนระดับความอ่อนล้าในช่วงเวลากลางวัน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำงานร่วมกัน และมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดสุขภาพโดยรวมและประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตของเรา</span>”</p>
<p>เมื่อมีหลักฐานชัดเจนว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับส่งผลกระทบต่อการนอนหลับในทุกมิติ และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนด้านสุขภาพอื่น ๆ การตรวจพบภาวะดังกล่าวตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงถือเป็นก้าวสำคัญลำดับแรกในการรับมือและจัดการกับปัญหานี้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>ส่องวิธีตรวจจับสัญญาณภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับปานกลางถึงรุนแรงของ </strong><strong>Galaxy Watch</strong></p>
<p>ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การตรวจพบภาวะหยุดหายใจขณะหลับมักทำได้ยาก เนื่องจากโดยทั่วไปจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาล ซึ่งอาจไม่สะดวกและใช้เวลาค่อนข้างมาก เป็นที่มาให้ ซัมซุงพัฒนาโซลูชันการตรวจจับสัญญาณเบื้องต้นที่สามารถทำได้จากที่บ้าน ด้วยฟีเจอร์ <strong>Sleep Apnea</strong><sup>3</sup> <span>บน </span><strong>Galaxy Watch</strong> <span>ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมรูปแบบแรกของอุตสาหกรรมที่นำความสามารถดังกล่าวมาไว้ในอุปกรณ์สวมใส่ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามและสังเกตสัญญาณความเสี่ยงได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น</span></p>
<ul>
<li><strong>วิธีการทำงาน:</strong> ผู้ใช้งานเพียงสวมใส่ <strong>Galaxy Watch</strong> <span>รุ่นที่รองรับ</span><sup>4</sup> <span>เพื่อติดตามการนอนหลับเป็นระยะเวลาอย่างน้อย </span>4 <span>ชั่วโมง ต่อเนื่องกันเป็นเวลา </span>2 <span>คืน ภายในช่วงเวลา </span>10 <span>วัน ฟีเจอร์ </span><strong>Sleep Apnea</strong> <span>ซึ่งใช้งานผ่านแอป </span><strong>Samsung Health Monitor</strong> <span>จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสังเกตและประเมินสัญญาณเบื้องต้นของภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้แบบเชิงรุก โดยฟีเจอร์ดังกล่าวเปิดตัวครั้งแรกในประเทศเกาหลีใต้ และต่อมาได้รับการรับรองแบบ </span><strong>De Novo</strong> <span>จากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (</span>U.S. FDA) <span>ซึ่งปัจจุบันพร้อมให้ใช้งานแล้วในกว่า </span>78 <span>ประเทศทั่วโลก</span><sup>5</sup> <span>และยังคงมีการขยายการให้บริการอย่างต่อเนื่อง</span></li>
<li><strong>เทคโนโลยีเบื้องหลัง:</strong> ฟีเจอร์ดังกล่าวทำงานโดยอาศัย <strong>BioActive Sensor</strong> <span>บน </span><strong>Galaxy Watch</strong> <span>เพื่อติดตามระดับออกซิเจนในเลือดระหว่างการนอนหลับ และตรวจจับช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานหยุดหายใจ (</span>Apnea) <span>หรือหายใจได้ไม่เพียงพอ (</span>Hypopnea) <span>โดยเมื่อได้ข้อมูลแล้ว ระบบจะนำมาประเมินค่า </span><strong>Apnea-Hypopnea Index (AHI)</strong> <span>ของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นดัชนีที่ใช้บ่งชี้ระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (</span>Obstructive Sleep Apnea: OSA)</li>
<li><strong>จากการตระหนักรู้สู่การดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม:</strong> การตรวจจับสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยให้ผู้ใช้งานมีข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการช่วยตรวจจับสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับแล้ว <strong>Galaxy Watch</strong> <span>ยังช่วยสนับสนุนการสร้างพฤติกรรมการนอนหลับที่ดี เพื่อส่งเสริมสุขภาพการนอนหลับแบบองค์รวม โดยมีฟีเจอร์สำคัญ เช่น </span><strong>Sleep Coaching</strong> <span>ที่ช่วยวิเคราะห์รูปแบบการนอนหลับอย่างละเอียด พร้อมแนะนำแนวทางในการปรับปรุงคุณภาพการนอน และฟีเจอร์ </span><strong>Bedtime Guidance</strong><sup>6</sup> <span>ที่ช่วยแนะนำเวลานอนที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพออย่างสม่ำเสมอ</span></li>
</ul>
<p><strong>Dr. Hill</strong> <span>กล่าวเพิ่มเติมว่า</span> “<span>ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความไม่สะดวกในการเข้ารับการตรวจการนอนหลับในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้เทคโนโลยีบนอุปกรณ์สวมใส่อย่าง </span>Galaxy Watch <span>จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงขั้นตอนแรกของการประเมินภาวะดังกล่าวได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะผู้ใช้งานสามารถเก็บข้อมูลการนอนหลับที่มีความหมายได้จากการนอนหลับในสภาพแวดล้อมของตนเอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการปรึกษาและพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพได้อย่างเหมาะสม</span>”</p>
<p><strong>เริ่มต้นดูแลคุณภาพการนอนหลับให้ดียิ่งขึ้น</strong></p>
<p>การนอนหลับพักผ่อนอย่างมีคุณภาพในยามค่ำคืน ถือเป็นก้าวแรกสู่การมีสุขภาพที่ดีและการใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างมีพลัง และซัมซุงพร้อมอยู่เคียงข้างเพื่อช่วยดูแลผู้ใช้ในทุกขั้นตอน โดยระบบนิเวศของซัมซุงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร ตั้งแต่การตรวจจับสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับผ่าน <strong>Galaxy Watch</strong> <span>ไปจนถึงการให้คำแนะนำที่เหมาะสม และการเชื่อมต่อผู้ใช้งานกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพผ่านเครือข่ายด้านสุขภาพของซัมซุง เพื่อให้ได้รับคำปรึกษาอย่างมืออาชีพต่อไป</span></p>
<p>ในอนาคต ซัมซุงยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและต่อยอดฟีเจอร์ <strong>Sleep Apnea</strong> <span>อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและมอบข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำยิ่งขึ้น เพราะการให้ความสำคัญกับการพักผ่อนในวันนี้ คือกุญแจสำคัญสู่สุขภาพที่ดียิ่งขึ้นในวันหน้า</span></p>
<p><strong>เชิงอรรถ</strong></p>
<p>[1] “Obstructive Sleep Apnea National Indicator Report,” <span>โดย </span>American Academy of Sleep Medicine (2023)</p>
<p>[2] <span>การศึกษานี้ดำเนินการกับผู้ใช้งาน </span>Samsung Health <span>ในประเทศสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ บราซิล แคนาดา เม็กซิโก รัสเซีย ชิลี แอฟริกาใต้ และฟิลิปปินส์ ระหว่างเดือนมกราคม </span>– <span>มิถุนายน </span>2025</p>
<p>[3] <span>ฟีเจอร์ </span>Sleep Apnea <span>เป็นแอปพลิเคชันทางการแพทย์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ประเภทซอฟต์แวร์เท่านั้น (</span>Software-only) <span>ที่วางจำหน่ายแบบไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ (</span>Over-the-Counter: OTC) <span>ซึ่งทำงานร่วมกับ </span>Samsung Galaxy Watch <span>และสมาร์ทโฟนที่รองรับ โดยออกแบบมาเพื่อการใช้งานตามต้องการ ผู้ใช้งานไม่ควรใช้ฟีเจอร์นี้แทนที่การวินิจฉัยหรือการรักษาตามมาตรฐานโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ข้อมูลจากอุปกรณ์ดังกล่าวไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยบุคลากรทางการแพทย์ในการวินิจฉัยความผิดปกติของการนอนหลับ ฟีเจอร์นี้เหมาะสำหรับผู้ใช้งานอายุ </span>22 <span>ปีขึ้นไปที่ยังไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยระบบจะติดตามสัญญาณที่อาจบ่งชี้ถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นระดับปานกลางถึงรุนแรง (</span>Obstructive Sleep Apnea: OSA)</p>
<p>[4] <span>การให้บริการอาจแตกต่างกันไปตามประเทศ ผู้ให้บริการเครือข่าย รุ่นอุปกรณ์ หรือสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อ ฟีเจอร์นี้รองรับตั้งแต่ </span>Galaxy Watch4 Series <span>เป็นต้นไป โดยนาฬิกาต้องใช้ระบบปฏิบัติการ </span>Wear OS 5.0 <span>หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่า และต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน </span>Samsung Galaxy <span>ที่ใช้ </span>Android 12.0 <span>หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่า</span></p>
<p>[5] <span>ประเทศและภูมิภาคที่รองรับ ได้แก่ ออสเตรเลีย ออสเตรีย อาเซอร์ไบจาน บาห์เรน เบลเยียม โบลิเวีย บราซิล บัลแกเรีย แคนาดา ชิลี เกาะคริสต์มาส หมู่เกาะโคโคส (คีลิง) โครเอเชีย ไซปรัส สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก สาธารณรัฐโดมินิกัน เอกวาดอร์ อียิปต์ เอลซัลวาดอร์ เอสโตเนีย หมู่เกาะแฟโร ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส จอร์เจีย เยอรมนี กรีซ กัวเตมาลา ฮ่องกง ฮังการี ไอซ์แลนด์ อิรัก ไอร์แลนด์ อิตาลี จอร์แดน คูเวต ลัตเวีย เลบานอน ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มาเลเซีย มอริเชียส มายอต เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นิการากัว เกาะนอร์ฟอล์ก นอร์เวย์ โอมาน ปานามา ปารากวัย เปรู ฟิลิปปินส์ โปแลนด์ โปรตุเกส กาตาร์ โรมาเนีย รัสเซีย เรอูนียง สโลวาเกีย สโลวีเนีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ซีเรีย ไต้หวัน ไทย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เวเนซุเอลา เวียดนาม และเยเมน</span></p>
<p>[6] <span>ฟีเจอร์ </span>Bedtime Guidance <span>ใช้งานได้บนสมาร์ทโฟน </span>Android (Android 11 <span>ขึ้นไป) และต้องติดตั้งแอป </span>Samsung Health<span>เวอร์ชัน </span>6.30.2 <span>หรือใหม่กว่า โดยคำแนะนำเวลาเข้านอนจะอ้างอิงจากการวิเคราะห์รูปแบบการนอนหลับของผู้ใช้งานเป็นเวลา </span>3 <span>วัน โดยพิจารณาจากจังหวะชีวภาพ (</span>Circadian Rhythm) <span>และแรงกดดันการนอน (</span>Sleep Pressure) <span>ฟีเจอร์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายทั่วไปเท่านั้น ผลการวัดมีไว้เพื่อการอ้างอิงส่วนบุคคล และไม่ได้มีวัตถุประสงค์สำหรับการตรวจจับ วินิจฉัย หรือรักษาภาวะทางการแพทย์หรือความผิดปกติของการนอนหลับ ผู้ใช้งานควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมต่อไป</span></p>
]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ซัมซุง เผยโฉมนวัตกรรมเพื่อสุขภาพรุ่นใหม่ ในงาน World Sleep 2025]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9e</link>
				<pubDate>Wed, 10 Sep 2025 17:38:59 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/09/01-%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87-%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%89%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-World-Sleep-2025-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Chinda Amornsawatsiri]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy Watch8 Series]]></category>
		<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Health]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/3VM6fcU</guid>
									<description><![CDATA[สิงคโปร์, 10 กันยายน 2025 – ซัมซุง ร่วมงาน World Sleep 2025 เวทีระดับนานาชาติซึ่งจัดขึ้นทุกสองปี เพื่อยกระดับสุขภาพการนอนหลับของผู้คนทั่วโลก โดยภายในงานซัมซุงได้นำเสนอนวัตกรรมล่าสุดด้านเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่ ที่ทำงานเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อกับแอป Samsung Health เพื่อช่วยเสริมพลังให้ผู้บริโภคก้าวสู่การใช้ชีวิตที่สุขภาพดียิ่งขึ้นและสมดุลมากกว่าเดิม ผู้เข้าชมบูธซัมซุงได้สัมผัสประสบการณ์แบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมของซัมซุงสามารถช่วยส่งเสริมการนอนหลับและสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร โดยผู้เข้าร่วมงานยังได้มีโอกาสทำแบบสำรวจการนอนหลับสั้น ๆ เพื่อค้นหาว่าตนเองเป็น “นักนอน” ประเภทใด ซึ่งแต่ละสัญลักษณ์สัตว์ทั้ง 8 แบบจะแทนรูปแบบการนอนที่แตกต่างกัน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นด้านระยะเวลา ความสม่ำเสมอ และช่วงเวลาการตื่นนอน นอกจากนี้ภายในบูธยังได้เน้นย้ำถึงศักยภาพอันทรงพลังของ Samsung Health Software Development Kit (SDK) ชุดเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาที่ช่วยให้สามารถใช้ข้อมูลสุขภาพได้อย่างปลอดภัยและอยู่บนพื้นฐานของความยินยอม ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซัมซุงในการพัฒนาเทคโนโลยีเข้ากับชีวิตประจำวันเพื่อผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการนอนหลับ จงมิน ชเว Vice President of Health R&D, Samsung Electronics กล่าวว่า “การนอนหลับคือรากฐานสำคัญของสุขภาพ และซัมซุงมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ผู้คนเข้าใจและปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับให้ดียิ่งขึ้น โดยในงาน World […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class="aligncenter wp-image-18895 size-full" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/09/01-%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87-%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%89%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-World-Sleep-2025.jpg" alt="" width="1024" height="683" /></p>
<p>สิงคโปร์, 10 <span>กันยายน </span>2025 – <span>ซัมซุง ร่วมงาน </span><strong>World Sleep 2025</strong> <span>เวทีระดับนานาชาติซึ่งจัดขึ้นทุกสองปี เพื่อยกระดับสุขภาพการนอนหลับของผู้คนทั่วโลก โดยภายในงานซัมซุงได้นำเสนอนวัตกรรมล่าสุดด้านเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่ ที่ทำงานเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อกับแอป </span><strong>Samsung Health</strong> <span>เพื่อช่วยเสริมพลังให้ผู้บริโภคก้าวสู่การใช้ชีวิตที่สุขภาพดียิ่งขึ้นและสมดุลมากกว่าเดิม</span></p>
<p>ผู้เข้าชมบูธซัมซุงได้สัมผัสประสบการณ์แบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมของซัมซุงสามารถช่วยส่งเสริมการนอนหลับและสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร โดยผู้เข้าร่วมงานยังได้มีโอกาสทำแบบสำรวจการนอนหลับสั้น ๆ เพื่อค้นหาว่าตนเองเป็น “<span>นักนอน</span>” <span>ประเภทใด ซึ่งแต่ละสัญลักษณ์สัตว์ทั้ง </span>8 <span>แบบจะแทนรูปแบบการนอนที่แตกต่างกัน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นด้านระยะเวลา ความสม่ำเสมอ และช่วงเวลาการตื่นนอน นอกจากนี้ภายในบูธยังได้เน้นย้ำถึงศักยภาพอันทรงพลังของ </span><strong>Samsung Health Software Development Kit (SDK)</strong> <span>ชุดเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาที่ช่วยให้สามารถใช้ข้อมูลสุขภาพได้อย่างปลอดภัยและอยู่บนพื้นฐานของความยินยอม ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซัมซุงในการพัฒนาเทคโนโลยีเข้ากับชีวิตประจำวันเพื่อผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการนอนหลับ</span></p>
<p><img loading="lazy" class="aligncenter wp-image-18896 size-full" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/09/02-%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87-%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%89%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-World-Sleep-2025.jpg" alt="" width="1024" height="683" /></p>
<p><strong>จงมิน ชเว </strong><strong>Vice President of Health R&D, Samsung Electronics <span>กล่าวว่า </span></strong>“<span>การนอนหลับคือรากฐานสำคัญของสุขภาพ และซัมซุงมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ผู้คนเข้าใจและปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับให้ดียิ่งขึ้น โดยในงาน </span>World Sleep 2025 <span>เราได้นำเสนอนวัตกรรมซึ่งสามารถถอดรหัสข้อมูลชีวภาพอันซับซ้อนให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง เพื่อช่วยให้ผู้คนก้าวไปสู่การมีสุขภาวะที่ดีกว่าในทุก ๆ วัน</span>” <span>นอกจากนี้ ในระหว่างการสัมมนาของซัมซุงซึ่งมุ่งเน้นไปที่อุปกรณ์สวมใส่และเทคโนโลยีรุ่นถัดไป ซัมซุงยังได้กล่าวถึงความก้าวหน้าที่งบรรลุในการพัฒนาโซลูชันเพื่อสนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี พร้อมอธิบายถึงวิธีที่นวัตกรรมของซัมซุงกำลังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของการดูแลสุขภาพ</span></p>
<p><strong>เผยข้อมูลพฤติกรรมด้านสุขภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย</strong></p>
<p>งานวิจัยของผู้บริโภคที่ซัมซุงจัดทำขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย (SEAO) <span>เผยให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญด้านการนอนหลับและสุขภาพโดยรวม ผลการศึกษาชี้ว่า ผู้ใหญ่ในภูมิภาค </span>SEAO <span>มีระยะเวลาในการนอนหลับเฉลี่ยเพียง </span><strong>6 <span>ชั่วโมง </span>50 <span>นาทีต่อคืน</span></strong><span> ซึ่งน้อยกว่าช่วงเวลาที่มูลนิธิการนอนแห่งชาติ (</span>National Sleep Foundation)<sup>[1]</sup> <span>แนะนำไว้ที่ </span><strong>7–9 <span>ชั่วโมง </span></strong><span>เมื่อเจาะลึกลงไปในข้อมูล พบว่า </span><strong>28% <span>ของผู้ตอบแบบสอบถาม</span></strong><span> ระบุว่า</span> “<span>ไม่สามารถปิดสวิตช์ความคิดหรือหยุดกังวลได้</span>” <span>เป็นปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับของพวกเขา</span></p>
<p>การสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า ระดับความเครียดของผู้ใหญ่ช่วงอายุ <strong>36–45 <span>ปี</span></strong> สูงกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มนี้ต้องเผชิญแรงกดดันเฉพาะตัว โดยเฉพาะผู้หญิงในช่วงวัยดังกล่าวได้รับผลกระทบ เนื่องจากต้องรับผิดชอบทั้งบทบาทในหน้าที่การงานและการดูแลครอบครัวไปพร้อมกัน</p>
<p>ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการสร้างความตระหนักรู้ ควบคู่ไปกับการนำเสนอทางออกด้านสุขภาพและการนอนหลับที่เข้าถึงได้และใช้งานได้จริง ตอกย้ำถึงความสำคัญของความพยายามจากซัมซุงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจเรื่องการนอนหลับ ความเครียด และสุขภาพร่างกาย เพื่อการดูแลสุขภาวะที่ดีขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านสุขภาพการนอนหลับ</strong></p>
<p style="text-align: center"><img loading="lazy" class="aligncenter wp-image-18897 size-full" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/09/03-%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87-%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%89%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-World-Sleep-2025.jpg" alt="" width="1024" height="683" /></p>
<p>หนึ่งในนวัตกรรมล่าสุดของซัมซุง กับประสบการณ์ด้านสุขภาพเฉพาะบุคคล อย่าง Galaxy Watch8 Series <span>ที่เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม </span>2025 <span>ที่ผ่านมา ชูฟีเจอร์แอดวานซ์ที่ออกแบบมาเพื่อการติดตามผลและเป็นโค้ชการนอนหลับ</span></p>
<ul>
<li>ฟีเจอร์ Bedtime Guidance <span>จะให้คำแนะนำการนอนหลับแบบเฉพาะบุคคล โดยอิงตามโมเดลสองกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการควบคุมการนอนหลับ อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงกระตุ้นการนอนหลับกับจังหวะชีวิต หรือ </span>circadian rhythms <span>ทำให้ </span>Bedtime Guidance<sup>[2]</sup> มีความแม่นยำสูง ส่งเสริมรูปแบบการนอนหลับที่ดีของผู้ใช้อย่างสม่ำเสมอ จนเกิดเป็นนิสัยการนอนที่ดี</li>
<li>นอกจากช่วยสร้างนิสัยการนอนหลับที่ดีขึ้นแล้ว Galaxy Watch8 Series <span>ยังมาพร้อมฟีเจอร์ </span>Sleep Apnea<sup>[3]</sup> ที่ช่วยให้ผู้ใช้ที่มีอายุ 22 <span>ปีขึ้นไป ที่ยังไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ สามารถตรวจจับสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้นระดับปานกลางถึงรุนแรงได้ในช่วงเวลาการตรวจสอบ </span>2 <span>คืน ซึ่งเป็นภาวะการนอนหลับเรื้อรังที่พบได้บ่อยแต่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือรักษา </span>Galaxy Watch8 Series <span>จะเป็นตัวแจ้งเตือนถึงสัญญาณ เพื่อให้ผู้ใช้ตื่นตัวและเข้าไปขอคำปรึกษาและรักษาทางการแพทย์ได้ทันท่วงที ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพระยะยาว</span></li>
<li>Galaxy Watch8 Series <span>ยังมีฟีเจอร์ตรวจวัดภาระหลอดเลือด (</span>Vascular Load)<sup>[4]</sup> <span>ช่วยติดตามระดับความเครียดของระบบหลอดเลือดขณะนอนหลับ โดยปกติแล้วในระหว่างนอนหลับ ระดับความเครียดควรลดลงโดยธรรมชาติ แต่หากมีภาวะผันผวนของร่างกายมากเกินไป จะส่งผลเสียต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดได้ ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การนอนหลับ ความเครียด และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจสุขภาพโดยรวมได้ดีขึ้น และส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว</span></li>
</ul>
<p><strong>ดูแลสุขภาพที่ดีในทุก ๆ วัน</strong></p>
<p style="text-align: center"><img loading="lazy" class="aligncenter wp-image-18898 size-full" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/09/04-%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87-%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%89%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-World-Sleep-2025.jpg" alt="" width="1024" height="683" /></p>
<p>Samsung Watch8 Series <span>รุ่นใหม่นี้ ยังมาพร้อมกับความสามารถด้านสุขภาพที่ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงฟีเจอร์ดัชนีสารต้านอนุมูลอิสระ (</span>Antioxidant Index) )<sup>[5]</sup> ที่เปิดตัวครั้งแรกในสมาร์ทวอทช์ เพื่อวัดระดับแคโรทีนอยด์ในผิวหนัง และโปรแกรม Running Coach<sup>[6]</sup>  <span>ที่ซัพพอร์ตผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือจัดการความเครียดอย่างการแจ้งเตือนความเครียดสูง การฝึกหายใจ และการสรุปคะแนนพลังงานแบบองค์รวม</span></p>
<p>ความสามารถด้านสุขภาพเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซัมซุง ที่พร้อมพัฒนาโซลูชันใหม่ ๆ เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ผู้บริโภคสามารถควบคุมสุขภาพของตนเองได้อย่างง่ายดายในชีวิตประจำวัน ผ่านการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วย AI <span>ผสานเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ขั้นสูง และระบบนิเวศสุขภาพแบบองค์รวม ซัมซุงยังคงเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ในการใช้เทคโนโลยีสวมใส่เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในแต่ละคืนของผู้ใช้</span></p>
<p><sup>[1]</sup> <u><a href="https://www.thensf.org/how-many-hours-of-sleep-do-you-really-need/" target="_blank" rel="noopener">National Sleep Foundation: How Much Sleep Do You Really Need?</a></u></p>
<p><sup>[2]</sup>อ้างอิงจากการวิเคราะห์วงจรการนอนและความกดดันในการนอนของผู้ใช้เป็นเวลา 3 <span>วัน</span></p>
<p><sup>[3]</sup>ฟีเจอร์ Sleep Apnea <span>เป็นแอปพลิเคชันทางการแพทย์บนมือถือแบบซอฟต์แวร์เท่านั้น (</span>OTC) <span>ที่ทำงานบนรุ่น </span>Galaxy Watch <span>และสมาร์ทโฟน </span>Galaxy <span>ที่รองรับ มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจจับสัญญาณภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้นในระดับปานกลางถึงรุนแรง โดยวัดจากความผิดปกติของการหายใจในผู้ใหญ่ที่มีอายุ </span>22 <span>ปีขึ้นไปในช่วงเวลาตรวจสอบ </span>2 <span>คืน ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบตามต้องการและไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ได้รับวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับก่อนหน้านี้ ผู้ใช้ไม่ควรพึ่งพาฟีเจอร์นี้แทนการวินิจฉัยหรือรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ข้อมูลจากอุปกรณ์นี้ก็ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยแพทย์ในการวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับการนอนหลับ</span></p>
<p><sup>[4]</sup>จำเป็นต้องสวม Galaxy Watch <span>ที่รองรับขณะนอนหลับอย่างน้อย </span>3 <span>วันในช่วง </span>14 <span>วันที่ผ่านมา</span></p>
<p><sup>[5]</sup>ผู้ใช้ควรวางนิ้วกลางที่เซ็นเซอร์ด้านหลังของนาฬิกาและถือไว้นาน 5 <span>วินาที ในขณะที่ดัชนีสารต้านอนุมูลอิสระสามารถวัดได้จากนิ้วใดก็ได้ แต่แนะนำให้ใช้หัวแม่มือเพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด หากวัดซ้ำเนื่องจากผิวหนังไม่สม่ำเสมอ อาจส่งผลให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน</span></p>
<p><sup>[6]</sup>ก่อนเริ่มโปรแกรมโค้ช ผู้ใช้ต้องทำการทดสอบระดับการวิ่งและได้รับการจัดระดับก่อน</p>
]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ซัมซุง จับมือสแตนฟอร์ด เมดิซีน ยกระดับการตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เดินหน้าขยายขีดความสามารถด้านสุขภาพในอนาคต]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94-%e0%b9%80</link>
				<pubDate>Fri, 11 Apr 2025 18:22:05 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/04/Samsung-Mobile-Stanford-Medicine-Sleep-Apnea-Collaboration-Galaxy-Watch-FDA_dl1-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Chinda Amornsawatsiri]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Health]]></category>
		<category><![CDATA[FDA]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy Watch]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Health]]></category>
		<category><![CDATA[Sleep Apnea Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Stanford Medicine]]></category>
		<category><![CDATA[Stanford University]]></category>
		<category><![CDATA[U.S. Food and Drug Administration]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/3ROwVaY</guid>
									<description><![CDATA[ฟีเจอร์ตรวจจับภาวะหยุดหายใจในขณะหลับบน Galaxy Watch ได้รับการยอมรับมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการอนุมัติจากหลายองค์กรชั้นนำระดับโลก ซัมซุง และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการวิจัยกับ Stanford Medicine เพื่อริเริ่มโซลูชันด้านสุขภาพเชิงนวัตกรรม ซึ่งต่อยอดจากฟีเจอร์ตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับของซัมซุง[1] ที่ได้รับการอนุมัติแบบ De Novo จากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) เนื่องในวันอนามัยโลก โครงการนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการนอนหลับที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม โดยจะดำเนินการเพิ่มเติมในด้านการดูแลสุขภาพเชิงรุก เริ่มต้นจากการศึกษานำร่องเพื่อนำไปต่อยอดต่อไป (pioneering study) โดยศาสตราจารย์ Robson Capasso ในฐานะผู้วิจัยหลัก และศาสตราจารย์ Clete Kushida ในฐานะผู้ร่วมวิจัย ได้สำรวจแนวทางที่เป็นไปได้เพื่อการปรับปรุงฟีเจอร์ตรวจจับภาวะการหยุดหายใจในขณะนอนหลับของซัมซุงให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสนับให้เกิดสุขภาพการนอนหลับที่ดีขึ้นและสามารถให้การช่วยเหลือที่ทันท่วงทีหากเกิดปัญหา ในอนาคต โดยการศึกษาในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การก้าข้ามขีดความสามารถในการตรวจจับ โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI สำหรับการติดตามผลรายวันไปสู่การจัดการภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้มีเครื่องมือดูแลการนอนหลับที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อให้สามารถรับรู้ถึงปัญหาและสามารถปรับปรุงสุขภาพได้ด้วยตนเอง ฟีเจอร์ตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับของซัมซุงที่มีบน Galaxy Watch[2]จะตรวจจับสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการหายใจอย่างผิดปกติในระดับปานกลางถึงรุนแรง ก่อนหน้านี้เคยได้รับการอนุมัติจาก FDA ของสหรัฐอเมริกา หลังจากได้รับการอนุมัติจากกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาของเกาหลี (MFDS) และล่าสุดได้รับอนุมัติจากสำนักงานเฝ้าระวังสุขภาพแห่งชาติของบราซิล (ANVISA) ทำให้ฟีเจอร์นี้จะพร้อมใช้งานสำหรับผู้ใช้ในบราซิลภายในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ และทำให้สามารถใช้งานได้ 29 ตลาดทั่วโลก ฟีเจอร์ตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับนี้จะขยายไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center"><i><span style="font-weight: 400">ฟีเจอร์ตรวจจับภาวะหยุดหายใจในขณะหลับบน Galaxy Watch ได้รับการยอมรับมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการอนุมัติจากหลายองค์กรชั้นนำระดับโลก</span></i></h3>
<p><img loading="lazy" class="size-medium wp-image-17640 aligncenter" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2025/04/Samsung-Mobile-Stanford-Medicine-Sleep-Apnea-Collaboration-Galaxy-Watch-FDA_dl1-612x408.jpg" alt="" width="612" height="408" /></p>
<p>ซัมซุง และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการวิจัยกับ Stanford Medicine <span>เพื่อริเริ่มโซลูชันด้านสุขภาพเชิงนวัตกรรม ซึ่งต่อยอดจากฟีเจอร์ตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับของซัมซุง</span><a href="#_ftn1" name="_ftnref1"><span>[1]</span></a> <span>ที่ได้รับการอนุมัติแบบ </span>De Novo <span>จากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (</span>FDA) <span>เนื่องในวันอนามัยโลก โครงการนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการนอนหลับที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม โดยจะดำเนินการเพิ่มเติมในด้านการดูแลสุขภาพเชิงรุก เริ่มต้นจากการศึกษานำร่องเพื่อนำไปต่อยอดต่อไป (</span>pioneering study)</p>
<p>โดยศาสตราจารย์ Robson Capasso <span>ในฐานะผู้วิจัยหลัก และศาสตราจารย์ </span>Clete Kushida <span>ในฐานะผู้ร่วมวิจัย ได้สำรวจแนวทางที่เป็นไปได้เพื่อการปรับปรุงฟีเจอร์ตรวจจับภาวะการหยุดหายใจในขณะนอนหลับของซัมซุงให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสนับให้เกิดสุขภาพการนอนหลับที่ดีขึ้นและสามารถให้การช่วยเหลือที่ทันท่วงทีหากเกิดปัญหา ในอนาคต โดยการศึกษาในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การก้าข้ามขีดความสามารถในการตรวจจับ โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี </span>AI <span>สำหรับการติดตามผลรายวันไปสู่การจัดการภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้มีเครื่องมือดูแลการนอนหลับที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อให้สามารถรับรู้ถึงปัญหาและสามารถปรับปรุงสุขภาพได้ด้วยตนเอง</span></p>
<p>ฟีเจอร์ตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับของซัมซุงที่มีบน Galaxy Watch<a href="#_ftn2" name="_ftnref2"><span>[2]</span></a><span>จะตรวจจับสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการหายใจอย่างผิดปกติในระดับปานกลางถึงรุนแรง ก่อนหน้านี้เคยได้รับการอนุมัติจาก </span>FDA <span>ของสหรัฐอเมริกา หลังจากได้รับการอนุมัติจากกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาของเกาหลี (</span>MFDS) และล่าสุดได้รับอนุมัติจากสำนักงานเฝ้าระวังสุขภาพแห่งชาติของบราซิล (ANVISA) <span>ทำให้ฟีเจอร์นี้จะพร้อมใช้งานสำหรับผู้ใช้ในบราซิลภายในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ และทำให้สามารถใช้งานได้ </span>29 <span>ตลาดทั่วโลก ฟีเจอร์ตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับนี้จะขยายไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นสามารถตรวจพบอาการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพระยะยาวที่เกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้</span></p>
<p>Robson Capasso, MD, FAASM, Chief of Sleep Surgery, Professor of Otolaryngology and Head and Neck Surgery, former Associate Dean of Research, Stanford University School of Medicine. <span>กล่าวว่า</span> “<span>การนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างมีจริยธรรม มีความเท่าเทียม และอ้างอิงจากหลักฐานที่น่าเชื่อถือ ถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาแนวทางใหม่ๆ สำหรับการตรวจหาและดูแลจัดการภาวะหยุดหายใจขณะหลับ รวมถึงภาวะสุขภาพร้ายแรงอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการนอนหลับ เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนรวมกับความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ และภูมิใจที่ได้ริเริ่มทำการศึกษาโดยนำสมาร์ทวอทช์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่ใช้งานสะดวกและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป มาใช้ประโยชน์</span>”</p>
<p>Dr. Hon Pak, Senior Vice President and Head of the Digital Health Team, Mobile eXperience Business, Samsung Electronics. <span>กว่าวว่า</span> “<span>ความร่วมมือกับสแตนฟอร์ด เมดิซีนในครั้งนี้ จะเป็นการผสานความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งด้านเทคโนโลยีของซัมซุง เข้ากับศักยภาพด้านการวิจัยระดับแนวหน้าของสแตนฟอร์ด เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ ในการดูแลสุขภาพ เรามุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันเพื่อก้าวข้ามจากการเป็นเพียงเครื่องมือตรวจจับ ไปสู่การมอบการโซลูชั่นในชีวิตประจำวันที่มีประโยชน์มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนเข้าใจและสามารถดูแลสุขภาพการนอนหลับของตนเองได้ดีขึ้น</span>”</p>
<p><strong>เชิงอรรถ</strong></p>
<p><a href="#_ftnref1" name="_ftn1"><span>[1]</span></a> <em>ฟีเจอร์ตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นแอปพลิเคชันทางการแพทย์บนมือถือรูปแบบซอฟต์แวร์เท่านั้น ประเภทที่ผู้ใช้ซื้อได้เองโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา (</em><em>Over-the-Counter – OTC) <span>ซึ่งทำงานบนนาฬิกา </span>Samsung Galaxy Watch <span>และโทรศัพท์ที่รองรับ ฟีเจอร์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจจับสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (</span>Obstructive Sleep Apnea) <span>ระดับปานกลางถึงรุนแรง โดยดูจากรูปแบบการหายใจที่ผิดปกติอย่างชัดเจน ในผู้ใช้งานที่เป็นผู้ใหญ่อายุ </span>22 <span>ปีขึ้นไป ผ่านการติดตามผลเป็นเวลาสองคืน และมีไว้สำหรับการใช้งานเมื่อผู้ใช้ต้องการ</span></em></p>
<p><em>ฟีเจอร์นี้ไม่ได้มีไว้สำหรับผู้ใช้ที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับมาก่อน ผู้ใช้ไม่ควรใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อทดแทนวิธีการวินิจฉัยและรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์โดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณวุฒิ นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้จากฟีเจอร์นี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในการวินิจฉัยความผิดปกติของการนอนหลับแต่อย่างใด</em></p>
<p><a href="#_ftnref2" name="_ftn2"><span>[2]</span></a> <em>ความพร้อมใช้งานอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละตลาด</em><em>, <span>ผู้ให้บริการเครือข่าย</span>, <span>รุ่นของนาฬิกา</span>, <span>หรือสมาร์ทโฟนที่ใช้เชื่อมต่อ ฟีเจอร์นี้สามารถใช้งานได้บน </span>Galaxy Watch4 series <span>และรุ่นที่ใหม่กว่า โดยนาฬิกาต้องใช้ระบบปฏิบัติการ </span>Wear OS <span>เวอร์ชัน </span>5.0 <span>ขึ้นไป และต้องจับคู่กับสมาร์ทโฟน </span>Samsung Galaxy <span>ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ </span>Android 12.0 <span>ขึ้นไป</span></em></p>
]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[Samsung Health อัปเดตใหม่ เช็กประวัติสุขภาพ การใช้ยา และมื้ออาหารแต่ละวันได้ง่ายขึ้น]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/samsung-health-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95</link>
				<pubDate>Tue, 12 Nov 2024 21:24:25 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2024/11/Artboard-1-1.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Chinda Amornsawatsiri]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy]]></category>
		<category><![CDATA[Health and Wellness]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Health]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/48NQsjD</guid>
									<description><![CDATA[ซัมซุงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมกิจวัตรการดูแลสุขภาพของผู้ใช้งานด้วยระบบนิเวศสำหรับการมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมของแต่ละบุคคลที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ โดยมีแอปพลิเคชัน Samsung Health เป็นตัวช่วยในการรวบรวมข้อมูลด้านสุขภาพไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามข้อมูลด้านสุขภาพของตนเองได้ง่ายขึ้น ในการสานต่อภารกิจนี้ แอป Samsung Health ได้ขยายฟีเจอร์การจัดการสุขภาพให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น1 โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงประวัติด้านสุขภาพได้โดยสะดวก จัดการการใช้ยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และติดตามการบริโภคอาหารในแต่ละวันได้อย่างง่ายดาย เพียงอัปเดตแอป Samsung Health เวอร์ชันล่าสุดที่พร้อมใช้งานแล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ ซัมซุงยังมีความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญในการบูรณาการข้อมูลด้านสุขภาพ การติดตามการใช้ยา และการสแกนบาร์โค้ดอาหาร เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้นในบางประเทศ จัดการข้อมูลประวัติสุขภาพบนแพลตฟอร์มเดียวด้วยความปลอดภัย ฟีเจอร์ใหม่ Health Records2 ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงประวัติทางการแพทย์จากคลินิก โรงพยาบาล และเครือข่ายสุขภาพชั้นนำได้อย่างง่ายดาย ผ่านแอป Samsung Health โดยซัมซุงได้ร่วมมือกับ b.well Connected Health ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมระบบบันทึกข้อมูลทางการแพทย์ (Electronic Medical Record : EMR) รายใหญ่ของสหรัฐฯ อาทิ athenahealth, Cerner Health, Epic Systems และ Veradigm® ฟีเจอร์ Health Records ยังช่วยให้คำแนะนำเพื่อการดูแลป้องกันสุขภาพ […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class="aligncenter wp-image-16538 size-full" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2024/11/01.jpg" alt="" width="1440" height="960" /></p>
<p>ซัมซุงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมกิจวัตรการดูแลสุขภาพของผู้ใช้งานด้วยระบบนิเวศสำหรับการมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมของแต่ละบุคคลที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ โดยมีแอปพลิเคชัน Samsung Health เป็นตัวช่วยในการรวบรวมข้อมูลด้านสุขภาพไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามข้อมูลด้านสุขภาพของตนเองได้ง่ายขึ้น</p>
<p>ในการสานต่อภารกิจนี้ แอป Samsung Health ได้ขยายฟีเจอร์การจัดการสุขภาพให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น<sup>1</sup> โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงประวัติด้านสุขภาพได้โดยสะดวก จัดการการใช้ยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และติดตามการบริโภคอาหารในแต่ละวันได้อย่างง่ายดาย เพียงอัปเดตแอป Samsung Health เวอร์ชันล่าสุดที่พร้อมใช้งานแล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ ซัมซุงยังมีความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญในการบูรณาการข้อมูลด้านสุขภาพ การติดตามการใช้ยา และการสแกนบาร์โค้ดอาหาร เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้นในบางประเทศ</p>
<p><strong>จัดการข้อมูลประวัติสุขภาพบนแพลตฟอร์มเดียวด้วยความปลอดภัย</strong></p>
<p style="text-align: center"><img loading="lazy" class="aligncenter wp-image-16539 size-full" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2024/11/02-1.jpg" alt="" width="1440" height="1000" /></p>
<p>ฟีเจอร์ใหม่ Health Records<sup>2</sup> ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงประวัติทางการแพทย์จากคลินิก โรงพยาบาล และเครือข่ายสุขภาพชั้นนำได้อย่างง่ายดาย ผ่านแอป Samsung Health โดยซัมซุงได้ร่วมมือกับ b.well Connected Health ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมระบบบันทึกข้อมูลทางการแพทย์ (Electronic Medical Record : EMR) รายใหญ่ของสหรัฐฯ อาทิ athenahealth, Cerner Health, Epic Systems และ Veradigm® ฟีเจอร์ Health Records ยังช่วยให้คำแนะนำเพื่อการดูแลป้องกันสุขภาพ โดยนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและแจ้งเตือนสิ่งที่พึงต้องทำ เช่น การรักษาทางการแพทย์หรือการตรวจสุขภาพ ภาพรวมประวัติสุขภาพทั้งหมด รวมถึงประวัติการฉีดวัคซีนและใบสั่งยา ประวัติการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และแม้แต่ผลการตรวจที่สำคัญ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสื่อสารกับผู้ให้บริการด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ข้อมูลสำคัญที่มีอยู่ในมือแล้ว</p>
<p><strong>ขยายฐานผู้ใช้ฟีเจอร์ติดตามการใช้ยาด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น</strong></p>
<p style="text-align: center"><img loading="lazy" class="aligncenter wp-image-16540 size-full" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2024/11/03.jpg" alt="" width="1440" height="1000" /></p>
<p>ภายหลังการเปิดตัวในสหรัฐฯ เมื่อปี 2566<span> ฟีเจอร์ติดตามการใช้ยา</span><sup>3</sup><span>ได้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถบันทึกข้อมูลยาของตนเองได้ง่ายขึ้น พร้อมเข้าถึงข้อมูลและคำแนะนำที่เกี่ยวข้อง เช่น คำอธิบายโดยทั่วไป ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และคำเตือนเกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นจากปฏิกิริยาระหว่างยาที่รับประทานเข้าไปพร้อมกันหรือปฏิกิริยาของยากับอาหารที่รับประทานเข้าไป ฟีเจอร์นี้เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มผู้ใช้งานแอป </span>Samsung Health ในสหรัฐฯ ประมาณ 2<span> ใน</span> 3<span> ของผู้ใช้งานกลับมาใช้ฟีเจอร์นี้ในการจัดการยาของตนอย่างน้อย</span> 3<span> ครั้งต่อสัปดาห์ การอัปเดตล่าสุดช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการการใช้ยาของตนเองได้ง่ายขึ้นด้วยฟังก์ชันการทำงานที่ขยายขอบเขตและเพิ่มมากขึ้น อาทิ ฟังก์ชันการค้นหาด้วยภาพช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มยาเข้าไปในรายการยาของตนเองได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีสแกนภาพถ่ายขวดยาจากกล้องโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งสามารถตรวจสอบความสม่ำเสมอในการใช้ยาและติดตามผลการใช้ยา ตามข้อมูลที่ปรากฏในตารางเวลาที่ได้รับโดสยาหรือโดสยาที่ลืม ผ่านแดชบอร์ดที่ใช้งานได้ง่าย</span></p>
<p>ฟีเจอร์การติดตามการใช้ยายังขยายไปยังประเทศเกาหลีใต้และอินเดีย โดยความร่วมมือกับพันธมิตรที่สำคัญในภูมิภาคเพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในเชิงลึกแก่ผู้ใช้งานที่มีจำนวนมากขึ้น ในสหรัฐฯ ซัมซุงร่วมมือกับ Elsevier ศูนย์ข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพระดับโลก แอป Samsung Health มีคำเตือนเกี่ยวกับปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นหรือการแพ้ยากว่า 960 ประเภท ในเกาหลี ซัมซุงร่วมมือกับ Korea Pharmaceutical Information Center (KPIC) ซึ่งเป็นสถาบันภายใต้สมาคมเภสัชกรรมแห่งเกาหลี (Korean Pharmaceutical Association) ผู้ใช้งานจะได้รับคำเตือนเกี่ยวกับยาที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงตั้งครรภ์ ในอินเดีย ซัมซุงร่วมมือกับ Tata 1mg ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการดูแลสุขภาพชั้นนำของอินเดีย ทำให้ผู้ใช้งานไม่เพียงสามารถได้รับการแจ้งเตือนกรณีต้องรับยาเพิ่ม แต่ยังสามารถดำเนินการได้ทางออนไลน์ตามความจำเป็น</p>
<p><strong>ติดตามการบริโภคอาหารได้ง่าย ๆ แค่สแกนบาร์โค้ด</strong></p>
<p style="text-align: center"><img loading="lazy" class="aligncenter wp-image-16541 size-full" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2024/11/04.jpg" alt="" width="1440" height="1000" /></p>
<p>การติดตามการบริโภคอาหารในแต่ละวันและสร้างนิสัยการกินที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ แอป Samsung Health จึงได้เพิ่มฟีเจอร์การสแกนบาร์โค้ดไว้ใน Food Tracker เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับอาหาร เช่น ชื่ออาหาร แคลอรี่ และข้อมูลโภชนาการได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยซัมซุงมีความร่วมมือกับ fatsecret หนึ่งในผู้ให้บริการด้านข้อมูลอาหารและโภชนาการที่ได้รับการรับรองรายใหญ่ของโลก ผู้ใช้งานเพียงแค่สแกนบาร์โค้ดของอาหารก็จะได้รับข้อมูลโภชนาการที่จำเป็นในแอป ฟีเจอร์นี้จะเปิดให้บริการครั้งแรกในสหรัฐฯ และบางประเทศในยุโรป อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และโปแลนด์ และจะขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ในอนาคต</p>
<p>ซัมซุงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบการจัดการสุขภาพอย่างรอบด้านให้รองรับความต้องการของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งยกระดับประสิทธิภาพเทคโนโลยีด้านอุปกรณ์สวมใส่อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอโซลูชันที่ชาญฉลาดและปรับให้เข้ากับผู้ใช้งานเป็นการเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างรากฐานของแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลของซัมซุงให้แข็งแกร่ง และเมื่อผนวกกับ Galaxy AI และนวัตกรรมอื่น ๆ ทำให้ซัมซุงสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายและทรงพลังอย่างยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้ใช้งานทั่วโลกได้มากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ข้อมูลเชิงอรรถ</strong></p>
<ol>
<li>ฟีเจอร์เหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ในการดูแลสุขภาพโดยทั่วไปและเพื่อการออกกำลังกายเท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์ไว้เพื่อตรวจหา วินิจฉัย หรือรักษาโรคหรือความเจ็บป่วยใด ๆ การให้บริการของฟีเจอร์เหล่านี้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศหรืออุปกรณ์ ทั้งนี้ ต้องใช้สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 10.0 หรือสูงกว่า และแอปพลิเคชัน Samsung Health เวอร์ชันล่าสุด (เวอร์ชัน 28 ขึ้นไป)</li>
<li>Samsung Health Records ใช้เทคโนโลยีจาก well Connected Health เพื่อให้บริการที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลสุขภาพทั้งหมดได้ในที่เดียว ฟีเจอร์นี้ไม่ควรใช้เพื่อการรักษาทางการแพทย์หรือเป็นพื้นฐานสำหรับการตัดสินใจทางการแพทย์</li>
<li>ฟีเจอร์ Samsung Health Medications ได้รับการออกแบบเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการรายการยาและตารางเวลาของตนได้ ข้อมูลที่ให้ไว้เป็นเนื้อหาที่มีหลักฐานอ้างอิงโดยได้รับลิขสิทธิ์จาก Elsevier, KPIC และ Tata 1mg</li>
</ol>
]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[Happy World Sleep Day! เทรนด์ดูแลสุขภาพการนอนมาแรง  เผยผู้ใช้ Galaxy Watch ติดตามการนอนมากกว่า 50% ต่อสัปดาห์!]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/happy-world-sleep-day-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3</link>
				<pubDate>Sat, 18 Mar 2023 16:16:46 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2023/03/World-Sleep-Day_Thumb1000F-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Chinda Amornsawatsiri]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy Watch5]]></category>
		<category><![CDATA[Happy World Sleep Day]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Health]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/3JMbJzo</guid>
									<description><![CDATA[มีเหตุผลที่เรานอนหลับนับเป็น 1 ใน 3 ของชีวิต การนอนหลับที่เต็มที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจของเราได้รับการฟื้นฟู การนอนหลับไม่เพียงพออาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน การนอนหลับที่ดีเป็นความท้าทายมากสําหรับหลาย ๆ คนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซัมซุงเชื่อมั่นว่าการนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นพื้นฐานของการมีสุขภาพดีแบบองค์รวม จึงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างพฤติกรรมการนอนหลับที่มีคุณภาพให้กับคนทั่วโลก และเนื่องใน World Sleep Day ในวันที่ 17 มีนาคม 2566 และ Sleep Awareness Week® วันที่ 12-18 มีนาคม 2566ซัมซุงจึงอยากชักชวนให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพด้วยการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ซัมซุงอยากให้ทุกคนเพิ่มประสิทธิภาพการนอนในยามค่ำคืนผ่านนวัตกรรมสุดล้ำอย่าง Galaxy Watch5 Series การติดตามการนอนหลับกลายเป็นเทรนด์สุขภาพที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ผู้ใช้ Galaxy Watch มากกว่า 50% ติดตามการนอนหลับอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และ 40% ติดตามมากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์[1] ทำให้เข้าใจแพทเทิร์นการนอนหลับของตัวเองได้ดีขึ้น พร้อมปรับการนอนตามคำแนะนำ เพื่อพัฒนาการนอนให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ทำความเข้าใจแพทเทิร์นการนอนของตัวเองเพื่อการสร้างพฤติกรรมการนอนที่ดียิ่งขึ้น เนื่องจากแพทเทิร์นการนอนหลับของทุกคนแตกต่างกัน สิ่งสําคัญคือต้องเข้าใจลักษณะเฉพาะของตัวเอง ซัมซุงช่วยให้การติดตามและและเข้าใจการนอนเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น โดยใช้เซ็นเซอร์ BioActive […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class="aligncenter wp-image-11911 size-full" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2023/03/World-Sleep-Day_Thumb1000F.jpg" alt="" width="1000" height="563" /></p>
<p>มีเหตุผลที่เรานอนหลับนับเป็น 1 ใน 3 ของชีวิต การนอนหลับที่เต็มที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจของเราได้รับการฟื้นฟู การนอนหลับไม่เพียงพออาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน การนอนหลับที่ดีเป็นความท้าทายมากสําหรับหลาย ๆ คนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซัมซุงเชื่อมั่นว่าการนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นพื้นฐานของการมีสุขภาพดีแบบองค์รวม จึงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างพฤติกรรมการนอนหลับที่มีคุณภาพให้กับคนทั่วโลก และเนื่องใน <strong>World Sleep Day </strong><strong>ในวันที่</strong> <strong>17 </strong><strong>มีนาคม </strong><strong>2566</strong> <strong>และ </strong><strong>Sleep Awareness Week® </strong><strong>วันที่ </strong><strong>12-18 </strong><strong>มีนาคม </strong><strong>2566</strong>ซัมซุงจึงอยากชักชวนให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพด้วยการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ</p>
<p>ซัมซุงอยากให้ทุกคนเพิ่มประสิทธิภาพการนอนในยามค่ำคืนผ่านนวัตกรรมสุดล้ำอย่าง Galaxy Watch5 Series การติดตามการนอนหลับกลายเป็นเทรนด์สุขภาพที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ผู้ใช้ Galaxy Watch มากกว่า 50% ติดตามการนอนหลับอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และ 40% ติดตามมากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์<a href="//65CC59B4-3A96-4A6D-9D96-0BAABF59326F#_ftn1" name="_ftnref1"><span>[1]</span></a> ทำให้เข้าใจแพทเทิร์นการนอนหลับของตัวเองได้ดีขึ้น พร้อมปรับการนอนตามคำแนะนำ เพื่อพัฒนาการนอนให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ทำความเข้าใจแพทเทิร์นการนอนของตัวเองเพื่อการสร้างพฤติกรรมการนอนที่ดียิ่งขึ้น</strong></p>
<p>เนื่องจากแพทเทิร์นการนอนหลับของทุกคนแตกต่างกัน สิ่งสําคัญคือต้องเข้าใจลักษณะเฉพาะของตัวเอง ซัมซุงช่วยให้การติดตามและและเข้าใจการนอนเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น โดยใช้เซ็นเซอร์ BioActive ของ Galaxy Watch ที่สามารถตรวจสอบแพทเทิร์นการนอนที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เช่น การตื่น การนอน และระดับออกซิเจนในเลือดเป็นต้น<br />
โดย Galaxy Watch จะรายงานผลลัพธ์ในทุกๆ เช้าผ่าน แอป Samsung Health ด้วยวิธีที่เข้าใจง่าย</p>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-11910 aligncenter" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2023/03/World-Sleep-Day_main3F.jpg" alt="" width="1000" height="569" /></p>
<p>แต่การติดตามการนอนอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ การสร้างพฤติกรรมการนอนที่ดีนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน ซัมซุงช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการนอนเป็นเรื่องที่ง่ายมากยิ่งขึ้นด้วยโปรแกรม Sleep Coaching ที่ใช้ระยะเวลา 1 เดือนในการปรับการนอนเฉพาะบุคคล ซึ่งติดตามแพทเทิร์นการนอนในช่วง 7 วัน หลังจากนั้นจะทำการวิเคราะห์ออกมาเป็น 1 ใน 8 คาแรคเตอร์สัตว์แทนพฤติกรรมการนอนพร้อมคำแนะนำ เพื่อพัฒนาการนอนให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น และติดตามกิจวัตรประจำวันพร้อมให้คำแนะนำแตกต่างกันออกไป เพื่อตอบโจทย์และให้เข้ากับแต่ละคนมากที่สุด ตั้งแต่การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารไปจนถึงการตรวจสุขภาพ</p>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-11909 aligncenter" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2023/03/World-Sleep-Day_main2F.jpg" alt="" width="1000" height="424" /></p>
<p><strong>Galaxy Watch</strong><strong> ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อการนอนหลับ</strong></p>
<p>สภาพแวดล้อมการนอนนั้นก็มีความสำคัญ แม้แต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างไฟหน้าจอมือถือ หรืออุณหภูมิห้องเองก็ส่งผลต่อนอนหลับได้เช่นกัน การลดสิ่งรบกวนเหล่านี้สามารถทำได้โดยการซิงค์ Sleep Mode ระหว่างสมาร์ทโฟน Galaxy และ Watch โดยอัตโนมัติเพื่อปิดเสียงการแจ้งเตือนและเปลี่ยนแบ็คกราวด์เป็นระดับสีเทา นอกจากนี้ยังปิด Always On Display เพื่อให้มั่นใจว่า Galaxy Watch จะไม่ทำงานเมื่อแตะหน้าจอหรือขยับข้อมือ</p>
<p>และเมื่อพูดถึงดีไวซ์ภายในบ้านที่เชื่อมต่อ SmartThings จะช่วยควบคุมสมาร์ทโฮมที่หลากหลายประเภท นอกจาก Galaxy Watch จะสามารถติดตามการนอนในแต่ละคืนแล้ว ยังสามารถปิดม่านห้องนอนหรือปิดไฟและปรับอุณหภูมิภายในห้องได้อีกด้วย</p>
<p>นอกจากการเข้าใจรูปแบบการนอนของตัวเองได้ดียิ่งขึ้นนั้น ยังสามารถปรับพฤติกรรมการนอนของตัวเองให้ประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เพื่อการมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม ซัมซุงมุ่งพัฒนาประสบการณ์ด้านสุขภาพที่ไม่เหมือนใคร ด้วยโซลูชันที่เน้นเรื่องการนอน และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องกับผู้นำในอุตสาหกรรม รวมไปถึง National Sleep Foundation ที่จะยังคงจะยังคงมุ่งเน้นการนอนที่มีคุณภาพเพื่อสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมอย่างต่อเนื่อง<br />
โดยนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่เข้าใจง่ายและสามารถปรับใช้กับการนอน เพื่อช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพการนอนที่ดียิ่งขึ้น <strong>Happy </strong><strong>World Sleep Day</strong><strong>!</strong></p>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-11912 aligncenter" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2023/03/Galaxy-watch5-series-world-sleep-day-march2023-1080x1080-with-logo.jpg" alt="" width="1080" height="1080" /></p>
<p><a href="//65CC59B4-3A96-4A6D-9D96-0BAABF59326F#_ftnref1" name="_ftn1"><span>[1]</span></a> อ้างอิงจากผู้ใช้งานรายสัปดาห์ของ Samsung Health ที่มี Galaxy Watch4 และ Galaxy Watch5</p>
]]></content:encoded>
																				</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ซัมซุงนำเสนอหลากหลายโซลูชันเพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่ยุคใหม่ แห่งประสบการณ์การเชื่อมต่อภายในงาน SDC21]]></title>
				<link>https://news.samsung.com/th/samsung-unveils-solutions-for-a-new-era-of-connected-experiences-at-sdc21</link>
				<pubDate>Wed, 27 Oct 2021 11:34:25 +0000</pubDate>
								<media:content url="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2021/10/SDC21_DJ-Koh-1-1-e1635309349271-704x334.jpg" medium="image" />
				<dc:creator><![CDATA[Chinda Amornsawatsiri]]></dc:creator>
						<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ทีวีและจอภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[A]]></category>
		<category><![CDATA[AI Platform Bixby]]></category>
		<category><![CDATA[Bixby]]></category>
		<category><![CDATA[Bixby Home]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[HDR10+]]></category>
		<category><![CDATA[IAI Devices]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[Matter]]></category>
		<category><![CDATA[One UI 4]]></category>
		<category><![CDATA[Privacy]]></category>
		<category><![CDATA[Privacy Portal]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Developer Conference]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Health]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Health on TV]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Knox]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Knox Vault]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Smart TV]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung SmartThings]]></category>
		<category><![CDATA[SDC]]></category>
		<category><![CDATA[SDC21]]></category>
		<category><![CDATA[Security Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Smart TV]]></category>
		<category><![CDATA[SmartThings]]></category>
		<category><![CDATA[SmartThings Hub]]></category>
		<category><![CDATA[Tizen]]></category>
                <guid isPermaLink="false">https://bit.ly/3BiaksT</guid>
									<description><![CDATA[เหล่านักพัฒนา ครีเอเตอร์ และดีไซเนอร์จะได้ค้นพบวิธีการใหม่ในการสร้างสรรค์ผลงานภายใต้ซัมซุงอีโคซิสที่ง่ายดายและไร้รอยต่อ ครั้งแรกของการจัดประชุมสัมมนากลุ่มนักพัฒนาในรูปแบบออนไลน์โดยซัมซุง ภายใต้ชื่องาน Samsung Developer Conference 2021 (SDC21) ซึ่งเปิดโอกาสให้ นักพัฒนา และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ รวมถึงบุคคลทั่วไป ได้เป็นส่วนหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดตัวชุดโปรแกรมด้านการให้บริการและโซลูชันด้านผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทาง แนวทางการออกแบบ และประสบการณ์การใช้งานอย่างไร้รอยต่อ ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันได้อย่างง่ายดาย ภายในงาน ซัมซุงได้เน้นย้ำแนวคิดด้านการให้ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ รวมถึงแสดงความก้าวล้ำของ AI, IoT และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย พร้อมไปกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของซัมซุง ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นการสร้างสรรค์ประสบการณ์การใช้งานที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน พร้อมปลดล็อกความเป็นไปได้ของยุคแห่งการเชื่อมต่อและการทำงานร่วมกัน ในอนาคต นายดีเจ โกห์ ประธานและซีอีโอของกลุ่มธุรกิจไอที และโมบาย คอมมิวนิเคชัน บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า  “เรารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานกับกลุ่มชุมชนนักพัฒนา เพราะเราเชื่อว่าเมื่อสังคมเรามีการเชื่อมต่อกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นผ่านการใช้ดีไวซ์ใหม่ๆ เรายิ่งต้องการที่จะทำให้เครื่องมือเหล่านั้นช่วยให้ชีวิตของผู้คนง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดก็ตาม” แพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อ แพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีอันล้ำสมัยใน AI, IoT และระบบความปลอดภัย จะช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้แก่ผู้บริโภค พร้อมเพิ่มขีดความสามารถของเหล่านักพัฒนาในการสร้างสรรค์แอปพลิเคชันใหม่ๆ โดยซัมซุงได้นำเสนอรายละเอียดแผนการที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มหลัก อย่าง Bixby, […]]]></description>
																<content:encoded><![CDATA[<p><em>เหล่านักพัฒนา ครีเอเตอร์ และดีไซเนอร์จะได้ค้นพบวิธีการใหม่ในการสร้างสรรค์ผลงานภายใต้ซัมซุงอีโคซิสที่ง่ายดายและไร้รอยต่อ</em></p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-8683" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2021/10/SDC21_KV1.jpg" alt="" width="1920" height="1080" /></p>
<p>ครั้งแรกของการจัดประชุมสัมมนากลุ่มนักพัฒนาในรูปแบบออนไลน์โดยซัมซุง ภายใต้ชื่องาน <strong>Samsung Developer Conference 2021 (SDC21) </strong>ซึ่งเปิดโอกาสให้ นักพัฒนา และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ รวมถึงบุคคลทั่วไป ได้เป็นส่วนหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดตัวชุดโปรแกรมด้านการให้บริการและโซลูชันด้านผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทาง แนวทางการออกแบบ และประสบการณ์การใช้งานอย่างไร้รอยต่อ ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันได้อย่างง่ายดาย</p>
<p>ภายในงาน ซัมซุงได้เน้นย้ำแนวคิดด้านการให้ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ รวมถึงแสดงความก้าวล้ำของ AI, IoT และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย พร้อมไปกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของซัมซุง ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นการสร้างสรรค์ประสบการณ์การใช้งานที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน พร้อมปลดล็อกความเป็นไปได้ของยุคแห่งการเชื่อมต่อและการทำงานร่วมกัน ในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-8682" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2021/10/SDC21_DJ-Koh-1.jpg" alt="" width="1700" height="1133" /></p>
<p><strong>นายดีเจ โกห์</strong> <strong>ประธานและซีอีโอของกลุ่มธุรกิจไอที และโมบาย คอมมิวนิเคชัน บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด</strong> กล่าวว่า  “เรารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานกับกลุ่มชุมชนนักพัฒนา เพราะเราเชื่อว่าเมื่อสังคมเรามีการเชื่อมต่อกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นผ่านการใช้ดีไวซ์ใหม่ๆ เรายิ่งต้องการที่จะทำให้เครื่องมือเหล่านั้นช่วยให้ชีวิตของผู้คนง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดก็ตาม<strong>”</strong></p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-8679" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2021/10/BixbyST-Security.jpg" alt="" width="1920" height="1080" /></p>
<p><strong>แพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อ</strong></p>
<p>แพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีอันล้ำสมัยใน AI, IoT <span>และระบบความปลอดภัย จะช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้แก่ผู้บริโภค พร้อมเพิ่มขีดความสามารถของเหล่านักพัฒนาในการสร้างสรรค์แอปพลิเคชันใหม่ๆ โดยซัมซุงได้นำเสนอรายละเอียดแผนการที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มหลัก อย่าง </span>Bixby, SmartThings <span>และ </span>Samsung Knox</p>
<p>ในระหว่างการประชุม ซัมซุงยังได้เผยถึงแผนการพัฒนา <strong>Bixby</strong> <span>ซึ่งจะกลายมาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ใช้งานซัมซุงดีไวซ์กว่า </span>300 <span>ล้านเครื่อง โดยในปัจจุบัน </span>Bixby <span>ได้ใช้การประมวลผล</span> AI <span>ผ่านเครื่องได้โดยตรง </span>(On-device AI) <span>และระบบโครงข่าย </span>Deep Neutral Network <span>ในการประมวลผลคำสั่งภายในอุปกรณ์ด้วยตนเอง ซึ่งส่งผลให้เกิดการทำงานที่เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง </span>35%</p>
<p>สำหรับนักพัฒนา ซัมซุงได้ประกาศเปิดตัว<strong>แพลตฟอร์ม </strong><strong>Bixby Home</strong> ซึ่งทำหน้าที่เป็นเลเยอร์อัจฉริยะระหว่างการประมวลผลภาษาของ Bixby <span>กับ </span>SmartThings <span>ซึ่งด้วยแพลตฟอร์มนี้จะทำให้การสั่งงานด้วยเสียงเป็นไปอย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้นอีกด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-8680" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2021/10/Matter_Samantha-Fein.jpg" alt="" width="1920" height="1080" /></p>
<p>ซัมซุงยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ <strong>SmartThings</strong> <span>รวมถึงวิธีการที่จะผสานแพลตฟอร์มนี้เข้ากับ </span><strong>Matter</strong> <span>ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของบ้านอัจฉริยะ </span>(Smart Home)<span> ที่จะมาแก้ปัญหาด้านการทำงานร่วมกันให้กับเหล่านักพัฒนา ซึ่งด้วยจำนวนพันธมิตรที่มีอยู่อย่างมากมายในปัจจุบัน ยิ่งจะทำให้การเชื่อมต่อของบ้านอัจฉริยะเป็นไปได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยซอฟต์แวร์ </span><strong>SmartThings Hub</strong> <span>จะได้รับการติดตั้งลงในผลิตภัณฑ์ของซัมซุง รวมถึง </span>Samsung Smart TV <span>และตู้เย็น </span>Family Hub <span>เช่นกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-8681" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2021/10/Privacy.jpg" alt="" width="1920" height="1080" /></p>
<p>ซัมซุงเชื่อว่าข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภคเป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้ ซัมซุงจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การใช้งานอันราบรื่น และมีความปลอดภัยในทุกขั้นตอนให้แก่ทุกคน โดย <strong>Samsung Knox </strong>ถือเป็นแพลตฟอร์มด้านความปลอดภัยที่ติดตั้งในซัมซุงดีไวซ์กว่า 100 <span>ล้านเครื่อง ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเป็นการปกป้องข้อมูลขึ้นอีกขั้น ซัมซุงจึงได้เพิ่ม </span><strong>Samsung Knox Vault</strong> <span>ซึ่งเป็นฮาร์ดแวร์ด้านความปลอดภัย (โปรเซสเซอร์ใหม่ที่มีหน่วยความจำแยกออกมาต่างหาก) และซอฟต์แวร์แบบบูรณาการเพื่อปกป้องข้อมูลให้ปลอดภัยจากระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และแอปพลิเคชันต่างๆ โดยภายในงาน </span>SDC21 <span>ซัมซุงยังเน้นย้ำด้านความสำคัญของการทำงานร่วมกันและปรัชญาของนวัตกรรมแบบเปิด </span>(Open innovation) <span>เพื่อพัฒนาด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว พร้อมส่งต่อเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยสำหรับเป็นโครงการโอเพนซอร์ซ </span>(Open source project) <span>ต่อไป</span></p>
<p>นอกจากนี้ ซัมซุงยังได้สรุป<strong>หลักการด้านความเป็นส่วนตัว </strong><strong>(Privacy Principles)</strong> <span>ภายในงาน </span>SDC21 <span>อีกด้วย โดยใจความสำคัญกล่าวถึงความมุ่งมั่นสามประการที่เป็นแนวทางในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทั้งหมดของซัมซุง ได้แก่ การป้องกัน </span>(Protection) <span>การนำเสนอทางเลือก (</span>Choice) <span>และความโปร่งใส (</span>Transparency) <span>ซึ่งด้วยหลักการเหล่านี้ ผู้บริโภค นักพัฒนา และพันธมิตร จะได้ทราบข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการตัดสินใจด้านการจัดการข้อมูล โดยซัมซุงได้นำเสนอตัวเลือกให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบและตั้งค่าความเป็นส่วนตัวบนกาแลคซี่ดีไวซ์และสมาร์ททีวีได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งซัมซุงยังได้เปิดเผยนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทผ่าน </span><strong>Privacy Portal</strong> <span>อีกด้วย ซึ่งในอนาคต ซัมซุงวางแผนที่จะร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระดับโลก รวมถึงเปิดตัวเครื่องมือวิเคราะห์ความปลอดภัยแบบโอเพนซอร์ซ เพื่อทำให้ระบบนิเวศของซัมซุงมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น  </span></p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-8678" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2021/10/VD_Tizen.jpg" alt="" width="1920" height="1080" /></p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-8677" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2021/10/VD_HDR10.jpg" alt="" width="1920" height="1080" /></p>
<p><strong>ยกระดับซัมซุงสมาร์ททีวีด้วยระบบปฏิบัติการ</strong> <strong>Tizen</strong></p>
<p>จากวิสัยทัศน์ที่ว่า ‘Screens Everywhere, Screen for All’ ทำให้ซัมซุงยังคงครองความเป็นผู้นำระดับโลกด้านทีวี ที่ไม่เคยหยุดมอบประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ ทั้งในรูปแบบการเชื่อมต่อ ฟังก์ชันการทำงาน และความบันเทิงอันสมจริง โดยในงาน <strong>SDC21</strong> ซัมซุงได้แนะนำวิธีการต่างๆ ที่ซัมซุงทีวีสามารถมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับทุกคน ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>การสื่อสารผ่านวิดีโอ </strong><strong>(Video communication) </strong>จากความร่วมมือกับ <strong>Google </strong>เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับการวิดีโอคอลผ่านทางทีวีได้ดีขึ้น ด้วยการใช้ <strong>AI-enabled focus </strong>และฟีเจอร์ <strong>Zoom</strong></li>
<li><strong>Samsung Health </strong>บนสมาร์ททีวีที่ทำงานเชื่อมต่อกับกล้องเว็บแคม <strong>(Webcam) </strong>เพื่อวิเคราะห์ท่าทางการเคลื่อนไหว และให้คำแนะนำด้านการออกกำลังกายแบบเรียลไทม์</li>
<li>การเล่นเกมได้อย่างสมจริงมากยิ่งขึ้น ด้วย <strong>HDR10+ </strong>ที่มาพร้อมกับการตั้งค่าแบบ <strong>low latency </strong>และการปรับเทียบ <strong>HDR (HDR calibration)</strong></li>
</ul>
<p>สำหรับลูกค้ากลุ่มองค์กร ซัมซุงวางแผนที่จะเปิดตัว <strong>Tizen for Business</strong> ซึ่งเป็นบริการที่รองรับการใช้งานในรูปแบบกระดานข่าวอิเลคโทรนิคส์ <strong>(e-board) </strong>แบบอินเตอร์แอคทีฟในโรงเรียน ซุ้มร้านค้าในห้างสรรพสินค้า และป้ายดิสเพลย์ในร้านอาหาร สนามบิน และรถไฟใต้ดิน ซึ่งด้วยการจัดการพอร์ทัลใหม่นี้ ธุรกิจต่างๆ จะสามารถตรวจสอบและควบคุมหน้าจอ จากระยะไกลได้แบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งตั้งค่าการใช้งานของดีไวซ์หลายเครื่องพร้อมกันได้ภายในคลิกเดียว</p>
<p>นอกจากนี้ ด้วย <strong>Tizen TV Platform Licensing</strong> ผู้ผลิตที่ต้องการเข้าถึงแพลตฟอร์มทีวีระดับพรีเมียมอย่าง <strong>Tizen </strong>จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็วด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ซึ่งจะให้พวกเขาสามารถใช้ <strong>Tizen TV </strong>ในการโปรโมตผลิตภัณฑ์ของพวกเขาในตลาดสมาร์ททีวี และช่วยให้ผู้บริโภคเพลิดเพลินกับการใช้งานระบบปฏิบัติการ <strong>Tizen </strong>มากขึ้น </p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-8685" src="https://img.global.news.samsung.com/th/wp-content/uploads/2021/10/unnamed-file.jpg" alt="" width="704" height="396" /></p>
<p><strong>หลากหลายนวัตกรรมบนกาแลคซี่อีโคซิสเต็ม</strong></p>
<p>ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซัมซุงได้ตอบสนองทุกความต้องการของผู้ใช้ด้วยการมอบประสบการณ์ที่ดีผ่านดีไวซ์ต่างๆ ซึ่งจากการขยายประเภทของผลิตภัณฑ์และการนำเสนอฟอร์มแฟกเตอร์ใหม่ๆ ทำให้เหล่านักพัฒนาได้มีโอกาสในสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ</p>
<p>ในงาน <strong>SDC21 </strong>ซัมซุงได้แนะนำ <strong>One UI</strong> <strong>4</strong> เวอร์ชั่นล่าสุดที่ทำให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าปรับแต่งเพื่อแสดงความเป็นตัวตนของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังเพิ่มเติมเรื่องความเป็นส่วนตัวและระบบความปลอดภัยชั้นนำเข้ากับการตั้งค่าการอนุญาตต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมข้อมูลของตนเองได้เสมอเมื่อใช้งานซัมซุงดีไวซ์ </p>
<p>ซัมซุงยังได้สาธิต <strong>One UI 4 </strong>เมื่อใช้งานร่วมกับ <strong>Galaxy Z Fold3 </strong>และ <strong>Galaxy Z Flip3 </strong>ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ อาทิ <strong>Flex Mode </strong>และ <strong>Multi-Active Window </strong>ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่มีในฟอร์มแฟกเตอร์หน้าจอพับได้เท่านั้น นอกจากนี้ ในงาน <strong>SDC21 </strong>ยังมีเซสชั่นเกี่ยวกับ <strong>Galaxy Watch</strong> ที่จัดแสดงเครื่องมือต่างๆ ที่จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันใหม่บน<strong> Watch app ecosystem </strong>ได้อีกด้วย</p>
<p>ซัมซุงเชิญชวนเหล่านักพัฒนาและพันธมิตรมาร่วมเดินทางไปพร้อมกันสู่เป้าหมายของการมอบประสบการณ์ใหม่และความปลอดภัยอันดีเยี่ยมมาสู่ผู้ใช้งาน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ <strong>Samsung Developer Conference 2021 </strong>สามารถติดตามได้ที่ <a href="https://developer.samsung.com"><strong>developer.samsung.com</strong></a></p>
]]></content:encoded>
																				</item>
			</channel>
</rss>