skip to content

ซัมซุง อัปเกรดฟีเจอร์โค้ชการนอนหลับ ให้เริ่มใช้งานง่ายขึ้น พร้อมคำแนะนำรายสัปดาห์เฉพาะบุคคล

21-10-2026

โค้ชการนอนหลับใช้ข้อมูลการนอนเพียง 3 วัน พร้อมคำแนะนำที่ปรับให้เหมาะในแต่ละสัปดาห์
ส่วนโค้ชวิ่งช่วยยกระดับการฝึกขั้นสูงและรองรับการเชื่อมต่อ Strava Routes

ซัมซุง ประกาศอัปเดตแอปพลิเคชัน Samsung Health ครั้งใหญ่ โดยช่วยให้ผู้ใช้เริ่มต้นใช้งาน ฟีเจอร์ Sleep Coaching1 (โค้ชการนอนหลับ) ได้ง่ายขึ้น ด้วยการลดปริมาณข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นใช้งาน พร้อมยกระดับคำแนะนำด้านการนอนหลับให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคนมากขึ้น และขยายระดับโปรแกรมการวิ่ง เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สร้างกิจวัตรประจำวันเพื่อสุขภาพที่ดีและต่อเนื่องในระยะยาว

Sleep Coaching: เริ่มต้นใช้งานง่ายขึ้น พร้อมยกระดับคำแนะนำเฉพาะบุคคลเพื่อการนอนที่มีคุณภาพ

แม้การติดตามการนอนจะช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจว่าเมื่อคืนเรานอนอย่างไร แต่ฟีเจอร์ Sleep Coaching จะช่วยให้เรา “นอนได้ดีขึ้น” โดยนำเป้าหมายและข้อมูลการนอนของแต่ละบุคคลมาปรับเป็นกิจวัตรที่สามารถทำได้ในแต่ละวัน

ซัมซุงยังช่วยให้เริ่มต้นการนอนหลับให้ง่ายขึ้น โดยผู้ใช้สามารถเริ่มใช้งาน Sleep Coaching จากการใช้ข้อมูลการนอนเพียง 3 วันในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากเดิมที่ต้องสะสมข้อมูลถึง 7 วันในช่วงหนึ่งเดือน  

ในขั้นตอนการตั้งค่า ผู้ใช้จะตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับความสม่ำเสมอของการนอน การตื่นหรือถูกรบกวนระหว่างการนอน การบริโภคแอลกอฮอล์และคาเฟอีน รวมถึงระดับความพึงพอใจต่อการนอนของตนเอง จากคำตอบในแบบสอบถามร่วมกับข้อมูลการนอน 3 วัน แอปจะกำหนดสัญลักษณ์ Sleep Animal ที่เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน และสร้างโปรแกรม Sleep Coaching ระยะเวลา 4-8 สัปดาห์ไปตามเป้าหมายของแต่ละบุคคล โดยจะปรับคำแนะนำรายสัปดาห์อย่างต่อเนื่องตามรูปแบบการนอนที่เปลี่ยนไป พร้อมติดตามความพึงพอใจต่อการนอนในแต่ละวันและการเปลี่ยนแปลงด้านไลฟ์สไตล์ เพื่อให้คำแนะนำสอดคล้องกับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น

โปรแกรมนี้ได้อ้างอิงหลักการด้านวิทยาศาสตร์การนอนมาปรับใช้ ผ่านเช็กลิสต์พฤติกรรมประจำวันและคำแนะนำด้านการนอนที่ปรับตามความคืบหน้าของผู้ใช้ เพื่อช่วยให้สร้างกิจวัตรที่ดีต่อสุขภาพ เช่น หลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอ 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน งดคาเฟอีนในช่วงดึก และยืดเหยียดร่างกายกลางแจ้งหลังตื่นนอน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจพฤติกรรมการนอนของตัวเองที่ควรปรับและพัฒนาให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถดูรายงานการวิเคราะห์การนอนที่เข้าใจง่ายและมีรายละเอียดมากขึ้น ผ่านกราฟ Sleep Balance ทรงห้าเหลี่ยมรูปแบบใหม่ ที่รวบรวมตัวชี้วัดสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ ระยะเวลาการนอน (Sleep Time) ความสม่ำเสมอของการนอน (Sleep Regularity) ช่วงเวลาที่ตื่นระหว่างดึก (Awake Time during the Night) ความพึงพอใจต่อการนอน (Sleep Satisfaction) และคะแนนพลังงาน2 (Energy Score) ช่วยให้ผู้ใช้เห็นภาพรวมคุณภาพการนอนและสิ่งที่ควรปรับปรุงได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่บันทึกหรือป้อนผ่าน Sleep Coaching

ข้อความ Daily Insight ในช่วงเช้า จะช่วยทบทวนข้อมูลการนอนจากคืนที่ผ่านมา พร้อมให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ โดยทำงานเชื่อมโยงกับรายงานประจำสัปดาห์และรายงานสรุปเมื่อจบโปรแกรม เพื่อให้ผู้ใช้เห็นภาพรวมและแนวโน้มการนอนได้อย่างครบถ้วน เมื่อเชื่อมโยงกิจวัตรในแต่ละวันเข้ากับความเปลี่ยนแปลงของข้อมูล Samsung Health จะช่วยให้ผู้ใช้ค่อย ๆ สร้างพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ดีและสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีในทุกวัน

ขยายโปรแกรมการวิ่ง พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับ Strava Routes

เพื่อตอบรับความนิยมในการวิ่งที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง Running Coach3 จึงได้รับการอัปเกรดเพื่อมอบประสบการณ์การฝึกซ้อมที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

ประเด็นแรก Running Coach ได้ขยายระดับการฝึกซ้อมจาก 10 เป็น 12 ระดับ แม้ผู้ใช้จะยังคงได้รับแผนการเทรนส่วนบุคคลที่ประเมินจากการทดสอบวิ่ง 12 นาที หรือจากข้อมูลการวิ่งเดิม แต่การอัปเดตครั้งนี้ได้เพิ่มระดับใหม่เพื่อรองรับนักวิ่งระดับกลางและระดับสูง ช่วยให้พวกเขาสามารถตั้งเป้าหมายที่สูงขึ้น ท้าทายตัวเองมากขึ้น และพัฒนาฟอร์มการวิ่งได้อย่างต่อเนื่อง

เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ฉลองความสำเร็จและรักษาแรงจูงใจในการวิ่งอย่างต่อเนื่อง Running Coach ได้เพิ่มฟีเจอร์แชร์ลงโซเชียลมีเดียให้สะดวกยิ่งขึ้น โดยนักวิ่งสามารถส่งออกข้อมูลการออกกำลังกายลงในเทมเพลตพร้อมแชร์ ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับแต่ละแพลตฟอร์ม ช่วยให้แชร์ทั้งเป้าหมายที่ทำสำเร็จ สถิติส่วนตัว และไฮไลต์เส้นทางวิ่งกับคอมมิวนิตี้ฟิตเนสได้ง่ายยิ่งขึ้น

ซัมซุงยังเดินหน้าเสริมการทำงานร่วมกันของอีโคซิสเต็ม ผ่านความร่วมมือกับ Strava4 แพลตฟอร์มฟิตเนสระดับโลก โดยผู้ใช้สามารถดึงเส้นทางโปรดจาก Strava ทั้งสำหรับการวิ่ง วิ่งเทรล และปั่นจักรยาน เข้ามาใช้งานบน Samsung Health ได้โดยตรง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานเชื่อมต่อข้ามแพลตฟอร์ม

ฮอน ปัก รองประธานอาวุโสและหัวหน้าทีม Digital Health ธุรกิจ Mobile eXperience ของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า “ระบบโค้ชส่วนบุคคลของ Samsung Health จะช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจข้อมูลสุขภาพของตนเองได้ดียิ่งขึ้น พร้อมก้าวสู่การสนับสนุนสุขภาวะที่ดีในชีวิตประจำวัน เราจะเดินหน้าผสานพลัง Galaxy Ecosystem และเทคโนโลยีของเราเพื่อสร้างแพลตฟอร์มสุขภาพที่ผู้ใช้ไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง” ฟีเจอร์อัปเกรดทั้งหมดนี้จะทยอยเปิดให้ใช้งานผ่านการอัปเดตแอปพลิเคชัน Samsung Health ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป5


  1. สามารถใช้งานได้บนแอปพลิเคชัน Samsung Health เวอร์ชัน 6.24 ขึ้นไป และต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 11 ขึ้นไป โดยต้องมีข้อมูลการนอนหลับที่บันทึกไว้อย่างน้อย 3 วันภายในช่วงเวลา 7 ถึง 14 วัน ฟีเจอร์นี้รองรับบน Galaxy Watch 4 Series และรุ่นที่ใหม่กว่า, Samsung Galaxy Fit3 และรุ่นที่ใหม่กว่า รวมถึง Samsung Galaxy Ring ↩︎
  2. หากต้องการตรวจสอบคะแนนพลังงาน (Energy Score) จำเป็นต้องเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพจาก Samsung Galaxy Watch หรือ Samsung Galaxy Ring กับแอปพลิเคชัน Samsung Health ผลลัพธ์ที่ได้มีไว้สำหรับการอ้างอิงส่วนบุคคลเท่านั้น และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ทางการแพทย์ ↩︎
  3. โปรแกรม Running Coach สามารถใช้งานได้บนโทรศัพท์ Android (Android 10 ขึ้นไป) และต้องใช้แอปพลิเคชัน Samsung Health (เวอร์ชัน 6.30.2 ขึ้นไป) จำเป็นต้องเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีซัมซุง (Samsung account) บริการนี้ใช้งานได้เฉพาะกับ Galaxy Watch8 Series หรือ Galaxy Watch ที่วางจำหน่ายหลังจากซีรีส์นี้เท่านั้น ↩︎
  4. Strava เปิดให้บริการทั่วโลก ยกเว้นในประเทศเบลารุส จีน คิวบา อิหร่าน เกาหลีเหนือ ซีเรีย รัสเซีย บางพื้นที่ของประเทศยูเครน และเกาหลีใต้ ↩︎
  5. ฟีเจอร์บางรายการอาจได้รับการสนับสนุนผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ในอนาคต โดยความพร้อมในการให้บริการและกำหนดเวลาอาจแตกต่างกันไปตามตลาด รุ่นของอุปกรณ์ และเงื่อนไขอื่น ๆ ↩︎
top