skip to content

[บทสัมภาษณ์] [Galaxy Unpacked July 2026] เจาะลึกวิศวกรรมเบื้องหลังการพัฒนา Galaxy Z Series รุ่นล่าสุด

10-08-2026

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในงาน Galaxy Unpacked เดือนกรกฎาคม 2026 ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้เปิดตัว Galaxy Z Fold8 Ultra, Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Flip8 ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จและก้าวเข้าสู่เจเนอเรชันที่ 8 ของ Galaxy Z series อย่างเป็นทางการ

ซัมซุงได้กำหนดนิยามใหม่ให้กับสมาร์ทโฟนจอพับผ่านการพัฒนา 7 เจเนอเรชันที่ผ่านมา ทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีหน้าจอ วิศวกรรมบานพับ และนวัตกรรมวัสดุ โดยหัวใจสำคัญที่ผลักดันความสำเร็จเหล่านั้น อยู่ที่ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้คน

Samsung Newsroom ได้พูดคุยกับ ซองฮุน มูน (Sunghoon Moon) รองประธานบริหารและหัวหน้าสำนักงานวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์มือถือ ฝ่ายฮาร์ดแวร์ กลุ่มธุรกิจโมบายล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ (MX) ที่ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เพื่อเจาะลึกว่าข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นถูกนำมาใช้เป็นแนวทางให้กับงานวิศวกรรมเบื้องหลังของสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นล่าสุดของซัมซุงได้อย่างไร

▲ ซองฮุน มูน (Sunghoon Moon)

ถาม: ข้อมูลเชิงลึกของผู้ใช้งานตลอด 7 รุ่นที่ผ่านมา มีอิทธิพลต่อแนวทางการพัฒนา Galaxy Z series รุ่นล่าสุดอย่างไรบ้าง?

แรกเริ่มซัมซุงมองว่าสมาร์ทโฟนจอพับคือโอกาสในการกำหนดนิยามใหม่ให้กับวิธีที่ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์กับสมาร์ทโฟน ไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอ form factor รูปแบบตัวเครื่องใหม่ โดยตลอดการพัฒนาใน 7 รุ่นที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้ว่าผู้คนเปิด พกพา พับ-กาง และใช้งานอุปกรณ์ของพวกเขาในชีวิตประจำวันอย่างไร ข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นช่วยกำหนดลำดับความสำคัญทางวิศวกรรมและเป็นแนวทางให้กับ Galaxy Z series ในแต่ละเจเนอเรชัน

เมื่อเวลาผ่านไป เราพบว่ามีสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้ต้องการชัดเจนยิ่งขึ้น 3 ประการ ได้แก่ หน้าจอที่กว้างขึ้นเพื่อประสบการณ์การรับชมที่เต็มอิ่มยิ่งกว่า ตัวเครื่องที่บางและเบาลงโดยไม่ลดทอนความทนทาน และประสิทธิภาพระดับอัลตราที่ยังคงรักษาจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ form factor สมาร์ทโฟนจอพับไว้ได้อย่างครบถ้วน  การสร้างสรรค์อุปกรณ์ให้ตอบโจทย์ทั้งสามประการนี้ จึงกลายเป็นความท้าทายทางวิศวกรรมที่กำหนดทิศทางการการพัฒนา Galaxy Z series รุ่นล่าสุด

ถาม: ซัมซุงอธิบายถึงนวัตกรรมจอพับว่าเป็นการออกแบบทางวิศวกรรมแบบให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว (One Connected System) สิ่งนี้หมายความถึงอะไรในทางปฏิบัติ?

ทุกส่วนประกอบในสมาร์ทโฟนจอพับล้วนเชื่อมโยงและส่งผลถึงกัน ตัวอย่างเช่น การทำให้ตัวเครื่องบางลง จำเป็นต้องออกแบบหน้าจอ บานพับ แบตเตอรี่ ระบบระบายความร้อน และสถาปัตยกรรมภายในใหม่พร้อม ๆ กัน แทนที่จะพัฒนาแต่ละส่วนแยกกัน ซัมซุงมองอุปกรณ์ทั้งเครื่องเป็นระบบเดียว โดยออกแบบให้ทุกองค์ประกอบเชื่อมโยงและส่งเสริมซึ่งกันและกัน ปรัชญาการออกแบบทางวิศวกรรมแบบครบวงจรนี้ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกวัสดุ การออกแบบส่วนประกอบ ไปจนถึงกระบวนการผลิต การตรวจสอบ และประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย ทำให้ความก้าวหน้าทางวิศวกรรมกลายเป็นรูปธรรมเพื่อยกระดับประสบการณ์ที่ผู้ใช้สัมผัสได้จริงในทุก ๆ วัน

▲ ซัมซุงได้ออกแบบสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นล่าสุดแต่ละรุ่นให้เป็นหนึ่งระบบที่เชื่อมโยงถึงกัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ใช้

ถาม: Galaxy Z series รุ่นใหม่นำเทคโนโลยี Flex Titanium มาใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหาความท้าทายทางวิศวกรรมใดบ้าง?

เป้าหมายของเราคือการทำให้สมาร์ทโฟนจอพับบางลงและเบาลงโดยไม่ลดทอนความทนทานหรือประสบการณ์การรับชม ซึ่งความต้องการนี้ทำให้เราจำเป็นต้องปรับโครงสร้างรองรับหน้าจอที่ช่วยปกป้องแผง OLED แบบบางพิเศษ (ultra-thin OLED) พร้อมกับรักษาความยืดหยุ่นที่จำเป็นสำหรับการพับใช้งานซ้ำ ๆ เอาไว้

วัสดุไทเทเนียมถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่มีมาตรฐานความต้องการสูง เช่น อุตสาหกรรมอวกาศ เนื่องจากมีคุณสมบัติทั้งความแข็งแกร่งและการต้านทานต่อการเสียรูปอย่างถาวร ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับหน้าจอแบบพับได้ ซึ่งการเลือกวัสดุเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ความท้าทายที่แท้จริงคือการพัฒนาความเชี่ยวชาญทั้งในด้านกระบวนการจัดการ การออกแบบโครงสร้าง และเทคนิคการผลิตที่จำเป็น เพื่อทำให้ไทเทเนียมพร้อมสำหรับการพับและกางใช้งานซ้ำ ๆ

▲ เทคโนโลยี Flex Titanium ช่วยให้หน้าจอมีความบางและทนทานยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดการมองเห็นรอยพับให้น้อยลง

เทคโนโลยี Flex Titanium ผสานองค์ประกอบที่ทำจากไทเทเนียมสองส่วนเข้าด้วยกัน โดยแผ่นไทเทเนียม (Titanium plate) ที่อยู่ใต้หน้าจอทำหน้าที่เป็นโครงสร้างรองรับหลัก ช่วยดูดซับแรงกดและแรงกระแทกจากทั้งด้านหน้าและด้านหลังของอุปกรณ์ ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างแบบตาข่ายที่ได้รับการออกแบบอย่างแม่นยำซึ่งสร้างขึ้นผ่านกระบวนการผลิตแบบไฮบริด ยังช่วยให้แผ่นไทเทเนียมยังคงความยืดหยุ่นในขณะที่ยังรักษาความแข็งแรงของโครงสร้างไว้ได้ นอกจากนี้ ภายใต้แผงหน้าจอดังกล่าวยังมีฟิล์มโลหะผสมไทเทเนียม (Titanium-alloy film) ที่มอบความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการคืนตัวที่จำเป็นต่อการรองรับการพับใช้งานในชีวิตประจำวัน แม้จะมีความหนาเพียงไม่กี่สิบไมโครเมตร หรือคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของความหนาของเส้นผมมนุษย์เท่านั้น

▲ เทคโนโลยี Flex Titanium โดดเด่นด้วยฟิล์มโลหะผสมไทเทเนียมที่บางเป็นพิเศษและแผ่นไทเทเนียมที่ผ่านการออกแบบทางวิศวกรรมมาอย่างแม่นยำ

นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างรองรับหน้าจอ พร้อมลดความหนาของโมดูลหน้าจอลงได้ถึง 10% ซึ่งทำให้มีพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับแบตเตอรี่ ระบบระบายความร้อน และกล้อง สำหรับผู้ใช้งานสิ่งนี้ส่งผลให้ได้อุปกรณ์ที่บางลงและเบาลง พร้อมหน้าจอที่เรียบเนียนยิ่งขึ้นและมองเห็นรอยพับได้น้อยลงกว่าเดิม

ถาม: ซัมซุงได้สร้างระบบแบตเตอรี่ขึ้นมาใหม่สำหรับ Galaxy Z series รุ่นล่าสุดอย่างไร?

ผู้ใช้งานมีความคาดหวังต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น การชาร์จที่รวดเร็วยิ่งขึ้น และสมาร์ทโฟนจอพับที่บางลง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย เสถียรภาพ หรือความน่าเชื่อถือในการใช้งานระยะยาว การจะตอบโจทย์ความคาดหวังเหล่านี้ได้นั้นจำเป็นต้องอาศัยการออกแบบระบบแบตเตอรี่ใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มความจุของแบตเตอรี่เท่านั้น

เราได้นำเทคโนโลยีขั้วบวกซิลิคอน-คาร์บอน (silicon-carbon anode) มาใช้เพื่อยกระดับความหนาแน่นของพลังงาน แต่ความล้ำสมัยนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ส่วนของขั้วบวกเท่านั้น ด้วยความที่วัสดุซิลิคอน-คาร์บอนมีความไวต่อปฏิกิริยามากกว่าปกติ การรักษาเสถียรภาพในระยะยาวภายใต้สภาวะแรงดันไฟฟ้าสูงจึงทำให้เราต้องปรับจูนประสิทธิภาพของระบบแบตเตอรี่ทั้งหมดใหม่ และการปรับปรุงโครงสร้างหน้าจอยังช่วยเอื้อให้เกิดพื้นที่ว่างภายในตัวเครื่องเพิ่มขึ้น ซึ่งเปิดโอกาสให้เราได้ออกแบบระบบแบตเตอรี่ใหม่ในขณะที่ยังคงความบางเฉียบของตัวเครื่องไว้ได้ดังเดิม ส่งผลให้ Galaxy Z Fold8 Ultra สามารถบรรจุแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh ลงในตัวเครื่องได้อย่างลงตัว

เราใช้แนวคิดเดียวกันนี้ในการพัฒนาระบบชาร์จ โดยแทนที่จะใช้โซลูชันเดียวกับผลิตภัณฑ์ทุกรุ่น เรากลับเลือกพัฒนาสถาปัตยกรรมการชาร์จที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับรูปแบบของสมาร์ทโฟนจอพับแต่ละรุ่นโดยเฉพาะ สำหรับ Galaxy Z Fold8 Ultra และ Galaxy Z Fold8 นั้น เราใช้สถาปัตยกรรมการชาร์จแบบ dual-path ซึ่งช่วยกระจายพลังงานผ่านระบบแบตเตอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่งผลให้การชาร์จเร็วขึ้น เสถียรขึ้น และวางใจได้มากขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงการจัดการความร้อนให้ดียิ่งขึ้นไปในตัว ระบบนี้รองรับการชาร์จเร็ว 45 วัตต์ ทำให้ Galaxy Z Fold8 Ultra สามารถชาร์จได้ถึง 67% ภายในเวลาเพียง 30 นาที ในขณะที่ Galaxy Z Flip8 ได้ปรับจูนสถาปัตยกรรมการชาร์จแยกต่างหาก เพื่อตอบโจทย์ข้อจำกัดด้านพื้นที่และการจัดการความร้อนที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวของ form factor ขนาดกะทัดรัดโดยเฉพาะ

ถาม: ซัมซุงมีกระบวนการตรวจสอบความทนทานก่อนวางจำหน่ายอุปกรณ์อย่างไร เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสมาร์ทโฟนจอพับจะสามารถทนทานต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันได้นานหลายปี?

ในมุมมองของเรา ความทนทานไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการออกแบบเท่านั้น แต่ยังต้องได้รับการพิสูจน์ผ่านการทดสอบที่เข้มข้น เราได้ตรวจสอบระบบจอพับทั้งหมดภายใต้สภาวะจำลองที่สะท้อนถึงวิถีการใช้งานจริง ทั้งนี้ Galaxy Z series รุ่นล่าสุดได้ผ่านการทดสอบความน่าเชื่อถือมากกว่า 100 รายการ ซึ่งครอบคลุมถึงสถานการณ์ที่พบได้ในชีวิตจริง ไม่ว่าจะเป็นการตกหล่น การพับใช้งานซ้ำ ๆ แรงกด ความชื้น ไปจนถึงเศษฝุ่นต่าง ๆ เป้าหมายของเราคือการทำความเข้าใจว่าตัวเครื่องทั้งหมดจะมีประสิทธิภาพการทำงานอย่างไรในการใช้งานจริง เพื่อระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่ผลิตภัณฑ์จะถึงมือลูกค้า และสร้างสมาร์ทโฟนจอพับที่ผู้คนสามารถไว้วางใจได้

ถาม: หากให้สรุปภาพรวมตลอดกระบวนการพัฒนาทั้งหมด คุณจะอธิบายแนวทางที่ซัมซุงใช้ในการสร้างสรรค์ Galaxy Z series อย่างไร?

ผู้ใช้งานคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง ตลอดระยะเวลา 7 เจเนอเรชันที่ผ่านมา เราได้เปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกของผู้ใช้งานให้กลายเป็นนวัตกรรมทั้งในด้านวัสดุ ส่วนประกอบ และประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์โดยรวม ปรัชญานี้ยังคงเป็นแนวทางให้กับ Galaxy Z series อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบสมาร์ทโฟนจอพับที่บางลง ทนทานขึ้น ทรงประสิทธิภาพมากขึ้น และใช้งานได้ง่ายดายยิ่งขึ้นในทุก ๆ ปี

▲ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซัมซุงได้เปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกของผู้ใช้งานให้กลายเป็นความก้าวหน้าสำหรับ Galaxy Z series
top