เปิดเบื้องหลังการพัฒนา AI ของซัมซุง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานอย่างแท้จริง
10-09-2026
สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นใหม่ล่าสุด ทั้ง Galaxy Z Fold8 Ultra, Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Flip8 ที่ผสานพลัง AI บนมือถือเข้ากับฮาร์ดแวร์สุดล้ำ รองรับไลฟ์สไตล์และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างลงตัว เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026
เติมเต็มศักยภาพการทำงานด้วย Galaxy Z Fold8 Ultra ที่มาพร้อมหน้าจอขนาดยักษ์ 8 นิ้ว และพลัง AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ทำงานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกัน
เต็มอิ่มกับความบันเทิงบน Galaxy Z Fold8 กับหน้าจอหลักอัตราส่วน 4:3 ยกระดับการรับชมความบันเทิง การอ่านหนังสือ และการเล่นเกมสมจริงและดื่มด่ำกว่าที่เคย
ตอบโจทย์ความคล่องตัวกับ Galaxy Z Flip8 ผ่านหน้าจอ FlexWindow ที่เปิดให้ Galaxy AI ดึงข้อมูลสำคัญและการแจ้งเตือนมาแสดงบนจอด้านนอกได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องกางเครื่องออก

ผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียกำลังใช้งาน AI ในหลากหลายด้าน ทั้งการสื่อสาร การสร้างสรรค์คอนเทนต์ การค้นหาข้อมูล การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ไปจนถึงการจัดการกิจวัตรประจำวัน และเมื่อประสบการณ์เหล่านี้ถูกเชื่อมโยงผ่านอุปกรณ์และบริการที่ใช้อยู่ทุกวันมากขึ้น บทสนทนาเกี่ยวกับ AI จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ฟีเจอร์ใดฟีเจอร์หนึ่งอีกต่อไป แต่กำลังก้าวไปสู่คำถามที่สำคัญว่า AI จะสามารถเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประโยชน์ เข้าถึงง่าย และไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้นได้อย่างไร
นี่คือบทความตอนที่สองจากบทสัมภาษณ์พิเศษกับ คาร์ล นอร์เดนเบิร์ก (Carl Nordenberg) รองประธานและหัวหน้าฝ่ายธุรกิจโมบายล์เอ็กซ์พีเรียนซ์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียของซัมซุง โดยในบทความนี้เขาจะมาเจาะลึกถึงทิศทางของโลก AI ที่กำลังหมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมเผยเหตุผลที่ซัมซุงเชื่อมั่นว่าอนาคตจะถูกขับเคลื่อนด้วย “ทางเลือกที่หลากหลาย ความเปิดกว้าง และประสบการณ์ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานอย่างแท้จริง”
ถาม: เมื่อมีระบบ AI ให้เลือกใช้งานมากมาย ผู้ใช้จะรู้ได้อย่างไรว่าควรเลือกใช้ AI ตัวไหน?
คาร์ล นอร์เดนเบิร์ก: ไม่มีโมเดล AI ใดที่ “ถูกต้องที่สุด” เพียงหนึ่งเดียว หรือเหมาะสมที่สุดสำหรับทุกคน เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้ สถานการณ์เฉพาะหน้า และโจทย์การใช้งานในขณะนั้น
เป้าหมายของเราคือการมอบประสบการณ์ AI ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากAI แต่ละตัวมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน และนับตั้งแต่ที่เราเปิดตัว Galaxy S26 ไปเมื่อช่วงต้นปี เราได้นำเสนอตัวเลือกเอเจนต์ AI ที่น่าเชื่อถือหลากหลายรูปแบบให้ผู้ใช้งานเลือกใช้ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้อาจเปิดใช้งาน Bixby เป็นเอเจนต์คู่หูช่วยสั่งงานและพูดคุยกับตัวเครื่อง แต่เลือกใช้เอเจนต์อื่นสำหรับการค้นหาและสำรวจข้อมูล
แทนที่จะบีบให้ผู้ใช้พึ่งพาเอเจนต์ AI เพียงตัวเดียว เรากลับมุ่งเน้นไปที่การทำให้เอเจนต์หลายตัวสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ข้ามแอปพลิเคชัน บริการ และฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติและตอบโจทย์เฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น
ถาม: วิสัยทัศน์ระยะยาวของซัมซุงที่มีต่อ Galaxy AI คืออะไร?
คาร์ล นอร์เดนเบิร์ก: กลยุทธ์ของเราชัดเจนเสมอ นั่นคือการเปิดรับความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำต่าง ๆ ที่จะมอบประสบการณ์ AI ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า พร้อม ๆ ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชัน AI ของเราเองอย่างไม่หยุดยั้ง
สิ่งที่ซัมซุงให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ การปรับ AI ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละท้องถิ่น ภูมิภาคอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียมีความหลากหลายอย่างมาก เราจึงมุ่งมั่นที่จะขยายการรองรับภาษา และยกระดับประสบการณ์ AI ให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานในบริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างแท้จริง
ภูมิทัศน์ของ AI จะยังคงเปลี่ยนแปลงและพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง นั่นคือเหตุผลที่เราวางรากฐาน Galaxy AI ให้เป็นแพลตฟอร์ม เพราะวิสัยทัศน์สูงสุดสำหรับ Galaxy AI คือผนึกกำลังความสามารถที่ใช่ ทั้งจากฝั่งซัมซุงและพาร์ตเนอร์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อและแตกต่างอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่ซีรีส์ Galaxy Z8 เป็นต้นไป เราไม่ได้แค่เพิ่มฟีเจอร์ AI ครอบทับระบบปฏิบัติการแบบเดิมอีกต่อไป แต่เรากำลังสร้างรากฐานระดับโครงสร้างระบบ ทั้งในส่วนของเอนจิ้น นโยบาย และความชาญฉลาดที่จำเป็น เพื่อให้เหล่าเอเจนต์ แอปพลิเคชัน และบริการต่าง ๆ ทำงานประสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ถาม: อีก 5 ปีข้างหน้า คุณอยากให้ผู้บริโภคนึกถึงอะไรเมื่อได้ยินคำว่า “Galaxy AI”?
คาร์ล นอร์เดนเบิร์ก: ในอีก 5 ปีข้างหน้า เราอยากให้ผู้คนมีภาพจำว่า Galaxy AI คือนิยามของประสบการณ์ AI ที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่บนสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงระบบนิเวศที่กว้างขึ้นทั้งหมดของซัมซุง
ซัมซุงมีความได้เปรียบมหาศาลจากระบบนิเวศที่เรามีครบครัน ซึ่งผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับ AI ได้ผ่านจุดเชื่อมต่อ (Touchpoints) ที่หลากหลาย ตั้งแต่สมาร์ทโฟน นาฬิกา แท็บเล็ต โทรทัศน์ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะในบ้าน โดยอุปกรณ์แต่ละประเภทสามารถรับรู้ข้อมูลและสัญญาณที่แตกต่างกันว่าผู้ใช้คือใครและกำลังต้องการอะไรในขณะนั้น
ตัวอย่างเช่น สมาร์ทโฟนของคุณอาจจดจำนัดหมายในปฏิทินและรู้ว่าช่วงไหนที่คุณมีตารางงานแน่น ในขณะที่สมาร์ทวอทช์ของคุณเข้าใจรูปแบบการนอนหลับและการออกกำลังกายของคุณ เมื่ออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเหล่านี้ทำงานร่วมกัน AI ก็สามารถดึงข้อมูลที่ถูกต้องมาแสดงผลในเวลาที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้คุณบริหารจัดการวันของคุณได้ง่ายขึ้น
ถาม: ก้าวต่อไปของ AI บนมือถือสำหรับผู้บริโภคจะเป็นอย่างไร?
คาร์ล นอร์เดนเบิร์ก: ผมไม่คิดว่ายุคถัดไปของ AI บนสมาร์ทโฟนจะถูกกำหนดด้วยผู้ช่วยอัจฉริยะตัวเดียว โมเดลเดียว หรือฟีเจอร์เด็ดเพียงฟีเจอร์เดียว แต่จะถูกนิยามด้วยความสามารถของ AI ที่จะผสานเข้ากับชีวิตประจำวันได้อย่างแนบเนียน เป็นธรรมชาติ และมีความหมายในชีวิตประจำวันของผู้ใช้มากขึ้น สำหรับซัมซุง คำตอบคือการเปิดกว้าง ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ที่ดีที่สุด และการมอบทางเลือกให้แก่ผู้ใช้ โดยที่ยังรักษาประสบการณ์ใช้งานให้เรียบง่ายไว้ เพราะ AI แต่ละระบบมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป คุณค่าที่แท้จริงจึงอยู่ที่การนำจุดเด่นเหล่านั้นมาผสานเข้าด้วยกันให้ใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีประโยชน์ และตอบโจทย์ของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง
สิ่งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษต่อผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ที่ใช้เทคโนโลยีมือถือในเกือบทุกมิติของชีวิต ตั้งแต่การทำงาน การสื่อสาร ไปจนถึงความบันเทิงและความคิดสร้างสรรค์
อนาคตของ AI จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเทคโนโลยีสามารถทำอะไรได้บ้าง แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าจะช่วยสนับสนุนสิ่งที่ผู้คนต้องการทำอยู่แล้วได้อย่างเป็นธรรมชาติแค่ไหน
ในมุมมองนี้ AI ที่มีความหมายมากที่สุด อาจเป็น AI ที่ผู้ใช้แทบไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่ากำลังทำงานอยู่ เพราะสามารถเข้าใจความต้องการของคุณ ช่วยเหลือคุณในจังหวะเวลาที่ใช่ และทำให้เรื่องราวในชีวิตประจำวันของคุณง่ายขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
มีฟีเจอร์ AI อะไรบ้างที่ใช้งานได้บน Galaxy Z8 Series?
Galaxy Z8 series มาพร้อมชุดฟีเจอร์ AI ที่ใช้งานง่ายและสะดวกสบาย ได้แก่:
Now Nudge1: มอบคำแนะนำและการแจ้งเตือนที่สอดคล้องกับบริบทของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ เช่น การแนะนำการดำเนินการและการเรียกดูข้อมูลภายในแอปพลิเคชันรับส่งข้อความทั้งของซัมซุงและแอปพลิเคชันภายนอก2 เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น การแจ้งเตือนเหล่านี้ยังแสดงผลผ่านป๊อปอัปแจ้งเตือนอีกด้วย
Now Brief3: นำเสนอข้อมูลเฉพาะบุคคลในรูปแบบการ์ด โดย Now Brief สามารถใช้งานบน FlexWindow ได้เช่นกัน เพื่อให้ผู้ใช้ตรวจสอบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้อย่างง่ายดายยามต้องการ
Automation4: ใช้ประโยชน์จากข้อมูลบนหน้าจอ (Screen Context) เพื่อสั่งการทำงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างชาญฉลาด ผู้ใช้สามารถทำงานต่าง ๆ เบื้องหลังได้โดยไม่ต้องสลับแอปไปมา และยังติดตามความคืบหน้าบน FlexWindow ได้โดยไม่ต้องกางเครื่องออก
ฟีเจอร์ Galaxy AI รองรับภาษาไทยบนอุปกรณ์ที่จำหน่ายในประเทศไทยหรือไม่?
รองรับแน่นอน ณ เดือนกรกฎาคม 2026 ฟีเจอร์ Now Nudge ของ Galaxy AI รองรับ 16 ภาษา รวมถึงภาษาอินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม ในขณะที่ Photo Assist รองรับถึง 41 ภาษา ซึ่งรวมถึงภาษาอินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์
ฉันจะสามารถซื้ออุปกรณ์ Galaxy Z8 series ใหม่ได้อย่างไร?
Galaxy Z Fold8 Ultra, Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Flip8 พร้อมวางจำหน่ายและรับเครื่องได้ทันที ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ Samsung Experience Shop ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึง Samsung.com และ Samsung Shop App เงื่อนไขและจำนวนสิทธิ์เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง
• Galaxy Z Fold8 Ultra > https://www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-z-fold8-ultra/buy/
• Galaxy Z Fold8 > https://www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-z-fold8/buy/
• Galaxy Z Flip8 > https://www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-z-flip8/buy/
หากโทรศัพท์ Galaxy Z8 series เกิดความเสียหายหรือต้องการซ่อมแซม จะได้รับความคุ้มครองหรือไม่?
Samsung Care+5 มอบความคุ้มครองฟรี 3 เดือนแรก6 สำหรับ Galaxy Z8 Series พร้อมบริการซ่อมด่วนกรณีเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุ การขยายเวลาประกัน และทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้ความช่วยเหลือทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ One UI 9.0 ยังมาพร้อมศูนย์รวมการตั้งค่าการดูแลและประกัน (Warranty and care settings hub) โฉมใหม่ ที่ให้คุณสมัคร ตรวจสอบ หรือจัดการ Samsung Care+ ได้โดยตรงจากตัวเครื่อง พร้อมตรวจสอบข้อมูลการรับประกัน วินิจฉัยเครื่องด้วยตัวเอง ส่งคำขอรับบริการซ่อม และรับความช่วยเหลือระยะไกล
สามารถย้ายข้อมูลจากโทรศัพท์เครื่องอื่นมายังอุปกรณ์ Galaxy Z8 series ได้หรือไม่?
ได้ ด้วยแอปพลิเคชัน Smart Switch เวอร์ชันอัปเกรด ผู้ใช้ iOS สามารถสแกน QR code และย้ายข้อมูลแบบไร้สายได้ทันที ซึ่งรวมถึงรหัสผ่าน Passkeys ประวัติการโทร การตั้งค่าการเข้าถึง และข้อมูล eSIM โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเสริมเพิ่มเติม
- ฟีเจอร์ Now Nudge จำเป็นต้องเข้าสู่ระบบ Samsung Account ฟังก์ชันและคุณสมบัติที่มีให้อาจแตกต่างกันไปตามประเทศ ภูมิภาค และภาษา ข้อความแจ้งเตือน (Text message prompts) สามารถใช้งานได้กับแอปพลิเคชันรับส่งข้อความของบุคคลที่สามบางแอป รวมถึง Samsung Messages, Google Messages และ Google Chat สถานการณ์ที่รองรับมุมมองแบบแบ่งหน้าจอ (Split view) อาจมีความแตกต่างกัน การแชร์รูปภาพใน Now Nudge จะทำงานโดยการวิเคราะห์เนื้อหาของภาพที่มีอยู่ แต่ไม่รับประกันความแม่นยำของผลลัพธ์ที่ได้ ↩︎
- ข้อความแจ้งเตือน (Text message prompts) สามารถใช้งานได้กับ Samsung Messages และแอปพลิเคชันรับส่งข้อความของบุคคลที่สามบางแอป รวมถึง Google Messages และ Google Chat ↩︎
- ฟีเจอร์ Now Brief จำเป็นต้องเข้าสู่ระบบ Samsung Account ฟังก์ชันและคุณสมบัติที่มีให้อาจแตกต่างกันไปตามประเทศ ภูมิภาค ภาษา รุ่นของอุปกรณ์ และแอปพลิเคชัน ฟีเจอร์บางอย่างอาจจำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อเครือข่าย การสร้างและการแก้ไขการ์ดแบบกำหนดเองจะมีขีดจำกัดจำนวนครั้ง หากถึงขีดจำกัดดังกล่าวแล้ว กรุณาลองใหม่อีกครั้งในวันถัดไป ↩︎
- ความพร้อมในการให้บริการอาจแตกต่างกันไปตามประเทศ ภูมิภาค และภาษา ↩︎
- เป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด ความคุ้มครองของ Samsung Care+ ประเภทบริการ และรายละเอียดโปรโมชันอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ/ภูมิภาค และอาจมีค่าธรรมเนียมแรกเข้าหรือค่าบริการส่วนแรก (Deductible) ทั้งนี้ การลงทะเบียนอาจเป็นข้อกำหนดเบื้องต้นเพื่อให้มีสิทธิ์รับประโยชน์จากโปรโมชัน Samsung Care+ สำหรับข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับ Samsung Care+ กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.samsung.com/samsung-care-plus/ บริการช่วยเหลือทั้งในและต่างประเทศ: หากคุณต้องการใช้บริการ Samsung Care+ ระหว่างการเดินทาง โปรดติดต่อศูนย์บริการลูกค้าในประเทศ/ภูมิภาคที่คุณเดินทางไปเยือนล่วงหน้าเพื่อตรวจสอบความพร้อมในการให้บริการ ↩︎
- หากคุณซื้อสมาร์ทโฟนจอพับ Galaxy รุ่นใหม่บน Samsung.com และสมัครสมาชิกแผนบริการ Samsung Care+ แบบรายเดือน คุณจะได้รับความคุ้มครองฟรีใน 3 เดือนแรก ↩︎